วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

จีนมีผู้ติดเชื้อ“เอดส์” เกือบ “ครึ่งล้าน” WHO เรียกร้องจีนแก้ปัญหา

องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกข้อเรียกร้องต่อจีนในวันที่ 1 ธ.ค. ขอให้มีการจัดการกับปัญหาเชื้อเอสไอวี/เอดส์ (HIV/AIDS) อย่างจริงจัง ขณะที่ตัวเลขของรัฐบาลเผยว่า ประชาชนเกือบครึ่งล้านใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อโรคชนิดนี้หรือสารตั้งต้นของมัน และคาดว่ายังมีอีกหลายแสนคนยังไม่ได้รับการวินิจฉัยโรค
แบร์นฮาร์ด ชวาร์ทเลนเดอร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกในจีน เขียนในบทความต่างความเห็นต่อบทบรรณาธิการ (op-ed) ในหนังสือพิมพ์ ไชน่า เดลีย์ ของทางการว่า “มีความจำเป็นอย่างมากที่จีนจะต้อง” ป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อและช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้ดีกว่านี้
เขาแสดงความคิดเห็นว่า  การที่เราต้องไม่ทำให้คนไข้ถูกตราหน้าและการเลือกปฏิบัติ และต่อประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี  เช่น ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย , ผู้ค้าบริการทางเพศ , และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด”
บทความต่างความเห็นต่อบทบรรณาธิการของเขาถูกตีพิมพ์ในวันเอดส์โลก หนึ่งวันหลังจากคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและการวางแผนครอบครัวแห่งชาติของจีนระบุว่า ภายในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีประชาชนในจีนได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์แล้วทั้งสิ้น 497,000 รายนับตั้งแต่กรณีแรกของประเทศนี้ในปี 1985
รายงานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปี 2013 ซึ่งครั้งนั้นทราบว่ามีประชาชนในจีนติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ 434,000 ราย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นเพราะการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นหรือมีผู้ป่วยรับการวินิจฉัยมากขึ้นกันแน่
คณะกรรมาธิการชุดนี้ระบุว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ไปแล้ว 154,000 ราย
เมื่อปีที่แล้วศูนย์ควบคุมและป้องกันเอดส์/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แห่งชาติของจีน ประมาณการว่า จากจำนวนรวมของประชากรในประเทศ 1360 ล้านคน มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์มากถึง 810,000 ราย ในนี้รวมถึงผู้ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยด้วย
นั่นเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่ามากมายเมื่อเทียบกับอินเดีย ประเทศที่โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ระบุว่า มีประชาชนติดเชื้อเอชไอวีมากถึง 2 ล้านคน จากจำนวนประชากรที่น้อยกว่าเล็กน้อย แต่ UNAIDS ไม่ได้ระบุตัวเลขสำหรับจีน
http://www.wpro.who.int/china/en/

ผู้จัดการ

ผอมด้วยถั่วขาว

สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ ดังนั้นการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นเรื่องที่แทบทุกคนใฝ่หาว่าจะทำให้ได้เป็นอาจิณ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ศ.นพ.ดร.สมพงศ์ สหพงศ์ นักวิชาการชื่อดังในเรื่องถั่วขาว ซึ่งปัจจุบันในต่างประเทศ อาทิ ยุโรป อเมริกาให้การยอมรับว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยละลายไขมันส่วนเกิน ได้กล่าวว่า จากผลการวิจัยพบว่าประชากรในประเทศสหรัฐอเมริกากว่า 60% กำลังประสบปัญหาการมีน้ำหนักเกินกว่าระดับมาตรฐานโดยเป็นประชากรเด็กและวัยรุ่นถึง 25% นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 1 ใน 3 ของประชากรกลุ่มผู้ใหญ่กำลังอยู่ในภาวะโรคอ้วนคุกคาม ซึ่งน่าจะเป็นผลกระทบต่อเนื่องมายังประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ปัจจุบันโรคอ้วนและเบาหวาน กำลังสร้างปัญหาติดอันดับต้นๆ ของโรคที่คนไทยเป็นกันมาก
“สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบริโภคหรือกินสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย จำพวกแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งพบมากในอาหารประเภทข้าว ขนมปัง มันฝรั่ง และเส้นก๋วยเตี๋ยว เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายจะมีกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลกลูโคส นำตาลที่ได้จากการย่อยแป้งนี้ ส่วนหนึ่งร่างกายจะนำไปใช้ในขณะที่น้ำตาลส่วนที่เหลือนั้น ร่างกายจะเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่ต้นขา หน้าท้อง สะโพก ฯลฯ”
แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไรดี ศ.นพ.ดร.สมพงศ์ บอกว่า ถั่วขาวมีฤทธิ์เป็นกลาง ดังนั้น แป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่บริโภคเข้าไปจึงไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลได้ ทำให้ร่างกายรับพลังงาน จากแป้งลดลงถึง 66% เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยลงไม่เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวันจึงต้องเผาผลาญไขมันเก่าที่สะสมออกมาใช้มากขึ้น จึงทำให้มีรูปร่างสมส่วนโดยที่ไม่ต้องอดอาหาร และไม่มีผลกระทบกับสารอาหารชนิดอื่นๆ
20141127_104101

สหภาพนักบิน “ลุฟท์ฮันซา” ประกาศผละงานประท้วงครั้งใหม่

เอเอฟพี/เอเจนซีส์- “แฟร์ไอยนิกุง ค็อกพิต”หรือ Vereinigung Cockpit (VC) หรือ สหภาพนักบิน ของสายการบิน “ลุฟท์ฮันซา” ประกาศผละงานประท้วงรอบใหม่ตั้งแต่วันจันทร์ (1 ธ.ค.) นี้ หลังยังไม่สามารถบรรลุเรื่องเวลาเกษียณอายุตามการเรียกร้องกับทางการสายการบินได้
การประกาศผละงานประท้วงของนักบินประจำสายการบินแห่งชาติเยอรมนีในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินทั้งระยะสั้นและระยะกลางของลุฟต์ฮันซาทั่วเยอรมนีเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมงในวันจันทร์ (1)
ขณะที่เที่ยวบินระยะทางไกลทั้งในส่วนของเที่ยวบินโดยสารและเที่ยวบินขนส่งสินค้าของลุฟท์ฮันซา คาดว่าจะได้รับผลกระทบตั้งแต่วันอังคาร (2) เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี คำแถลงของสหภาพแรงงานดังกล่าวระบุว่า การผละงานประท้วงครั้งนี้ จะครอบคลุมเฉพาะการให้บริการของลุฟต์ฮันซาเท่านั้น ขณะที่การให้บริการของสายการบินต้นทุนต่ำที่อยู่ในความดูแลของลุฟต์ฮันซาอย่าง “Germanwings” จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการประท้วงของสหภาพฯ ครั้งนี้
นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางผู้บริหารและสหภาพแรงงานของเหล่านักบินลุฟท์ฮันซายังคงไม่สามารถประนีประนอมกันได้ทุกข้อ แม้จะมีการเจรจากันหลายรอบเพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หลังเกษียณของนักบิน
ทั้งนี้ ในปัจจุบันนักบินของลุฟท์ฮันซาสามารถเลือกที่จะเกษียณอายุได้ที่ 55 ปี แต่ยังคงมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างที่สัดส่วน 60 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างทั้งหมดได้ต่อไป  จนกว่าจะมีอายุ 60 ปี โดยทางบอร์ดบริหารของลุฟท์ฮันซาต้องการตัดลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงตามแผนปรับโครงสร้าง ขณะที่สหภาพแรงงานนักบินได้จัดผละงานประท้วงมาแล้ว 9 ครั้งนับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาเพื่อคัดค้านแนวทางดังกล่าว จนส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อรายได้ของสายการบินจากการที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินนับพันเที่ยว

ผู้จัดการ

จีนส่งสัญญาณเน้น “การทูต” ชูนโยบายต่างประเทศประนีประนอมมากขึ้น

เอเจนซีส์ – ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สะกดโวหารเผ็ดร้อนที่ปักกิ่งนิยมใช้ก่อนหน้านี้ หันมาเรียกร้องจีนขยายนโยบายการต่างประเทศซึ่งเน้นความร่วมมือและการทูต อันเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า จีนกำลังหันมาใช้นโยบายที่ประนีประนอมมากขึ้น
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหวาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 พ.ย.) ประธานาธิบดีได้กล่าวในการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ช่วงวันศุกร์ (28 พ.ย.) และวันเสาร์ (29 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า จีนควรส่งเสริมแนวทางแก้ไขข้อพิพาทและความขัดแย้งระหว่างประเทศผ่านการเจรจาและหารือ และคัดค้านการจงใจใช้กำลัง หรือขู่จะใช้กำลัง
ในการประชุมผู้นำระดับสูงที่พรรคคอมมิวนิสต์จัดขึ้น เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการต่างประเทศ  จีนส่งเสริมวิสัยทัศน์ใหม่ที่ประกอบด้วยความมั่นคงร่วมกัน ครอบคลุม ร่วมมือ และยั่งยืน
การแสดงทัศนะของสีถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ล่าสุดว่า ปักกิ่งหันมาใช้นโยบายการต่างประเทศที่ประนีประนอมมากขึ้น และบรรเทาความวิตกกังวลที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะเป็นการแผ่อิทธิพลทางการทูตและการทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต้นเดือนนี้ จีนพยายามปรับความสัมพันธ์กับทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอเมริกา ในระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งจัดขึ้นที่ปักกิ่ง
นอกจากนั้น นับจากเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา จีนสัญญาให้เงินสนับสนุนรวมแล้วมากกว่า 120,000 ล้านดอลลาร์ แก่ แอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียกลาง ซึ่งรวมถึงกองทุน “เส้นทางสายไหมเส้นใหม่” มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์ และการก่อตั้งธนาคารการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย มูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์
หากมองย้อนรอย ในระยะหลายเดือนที่ผ่านมา จีนถูกมองว่าใช้แนวทางแบบนักเคลื่อนไหวเชิงรุก เพื่อปกป้องการที่ตนประกาศอ้างสิทธิเหนืออาณาบริเวณเกือบทั้งหมดในทะเลจีนใต้ โดยล่าสุดคือสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศแดนมังกรได้แถลงตอกกลับ “คำวิจารณ์ไร้ความรับผิดชอบ” จากทางการอเมริกา ที่เรียกร้องให้ปักกิ่งยุติโครงการถมทะเลบนหมู่เกาะสแปรตลีย์ที่หลายชาติพิพาทช่วงชิงกรรมสิทธิ์กันอยู่ หลังจากสิ่งพิมพ์ด้านกลาโหมชั้นนำฉบับหนึ่งรายงานโดยอ้างอิงภาพถ่ายดาวเทียมว่า จีนกำลังถมทะเลบนแนวหินโสโครกในทะเลจีนใต้ จนเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่พอใช้เป็นลานบินได้
นอกจากนั้น จีนยังปีนเกลียวกับญี่ปุ่นมาตลอดสองปีที่ผ่านมา หลังจากโตเกียวเข้าครอบครองหมู่เกาะเซงกากุในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งจีนอ้างสิทธิเช่นกันและเรียกว่า หมู่เกาะเตี้ยวอี๋ว์
อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์สองประเทศดีขึ้นชัดเจนหลังจากสีพบกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 10 เดือนที่ผ่านมา กระนั้น เรือยามฝั่งของจีนยังคงลาดตระเวนรอบหมู่เกาะเตี้ยวอี๋ว์เช่นเดิม
ในอีกด้านหนึ่ง จีนมองว่า การที่สหรัฐฯประกาศใช้นโยบาย “ปักหมุดเอเชีย” นั้น เป็นการมุ่งปิดล้อมจำกัดอิทธิพลของจีน ระหว่างการปราศรัยคราวนี้ สีไม่ได้พาดพิงถึงอเมริกาโดยตรง แต่ก็บอกว่า ปักกิ่งควรจัดการกับความสัมพันธ์กับประเทศใหญ่อื่นๆ อย่างดี
ผู้จัดการ

ศัพท์วัยรุ่นแห่งปี ๒๐๑๔

ประโยค “Läuft bei Dir” ในฐานะคำเหมือนสำหรับ cool หรือ krass ได้รับเลือกให้เป็นศัพท์วัยรุ่นแห่งปี ตามที่สำนักพิมพ์ Langenscheidt เปิดเผยเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมาที่ München  ในหมู่วัยรุ่น มีความนิยมนำไปใช้แพร่หลายอย่างกว้างขวาง  และโดยไม่มีขีดกั้นพรมแดนทางภูมิศาสตร์หรือสังคม  โดยที่ประโยคนี้สามารถอธิบายสถานการณ์ที่ธรรมดาสำหรับวัยรุ่นได้อย่างไม่มีที่ติ
สำหรับอันดับ ๒ ได้แก่ “Goenn dir!” ในฐานะคำแสดงความรู้สึกสำหรับ “ขอให้สนุก”  อันดับ ๓ “Hayvan” ศัพท์ตุรกีที่แปลว่า  สัตว์  สามารถใช้ได้ทั้งในทางบวกและทางลบ   โดยเป็นคำเหมือนสำหรับ “Musketpaket” รวมทั้ง “เพื่อนที่ซื่อสัตย์” หรือสำหรับ “ไม่มีความคิด”  คำที่มีชื่อเสียง “Selfie” อยู่เพียงในอันดับ ๔  ตามมาด้วย “Senfautomat” สำหรับคนบางคนที่ชอบออกความคิดเห็นทุกอย่าง
นับแต่ปี ๒๐๐๘ เยาวชนได้รับการเชิญชวนให้ส่งศัพท์ที่ชื่นชอบไปยังเว็บไซท์  www.jugendwort.de  และช่วยกันลงคะแนนเสียง  ในปีนี้การลงคะแนนเสียงออนไลน์ก่อให้เกิดพาดหัวข่าว  ในโฟรุม “4chan” มีการเรียกร้องให้ลงคะแนนเสียงให้คำว่า “fappieren”  โดยยืมมาจากคำกริยาภาษาอังกฤษ “ to fap” เป็นวิธีของเยาวชนที่จะพูดเกี่ยวกับการช่วยตัวเอง  หลังการเรียกร้องมันเลื่อนลำดับอย่างรวดเร็วด้วยคะแนนเสียง ๔๖%  ท้ายสุดมันอยู่ลำดับต้น ๆ
อย่างไรก็ดี กรรมการตัดสินประเมินว่า  เป็นคำ “สร้างสรรค์น้อย” และ “ไม่เป็นที่รู้จัก”  การลงคะแนนเสียงออนไลน์ไม่ได้เป็นเพียงพื้นฐานเดียวสำหรับการเลือก “ศัพท์วัยรุ่นแห่งปี”  ศัพท์ที่ได้รับการเลือกมากที่สุด ๑๕ คำ  จะได้รับการเสนอต่อคณะกรรมการตัดสิน  ในการสอบถาม “Läuft bei Dir” อยู่เพียงในอันดับ ๓ ด้วยคะแนนเสียง ๑๖%  ตามหลัง  Hayvan ด้วยคะแนนเสียง ๒๘%  แต่คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินเป็นที่สุด

ผู้ก่อการร้ายมากขึ้น-ตำรวจลดลง

ตามข้อมูลของสหภาพตำรวจแห่งเยอรมัน  จำนวนชาวมุสลิมหัวรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในแคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนเกินกำลังของสำนักงานรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว  Arnold Plickert ประธานสหภาพตำรวจแคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนกล่าวว่า “ตัวระเบิดเวลา” มีแทรกอยู่ทั่วทุกหนแห่ง 
ตามข้อมูลของเอกสารภายในกระทรวงมหาดไทย ในแคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนในกลุ่มชาวมุสลิม ๑,๘๐๐ คน  ที่เป็นนักต่อต้านสามารถนำไปสู่ความรุนแรงได้ถึง ๒๕๐ คน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เดินทางกลับมาจากซีเรียและอิรัก ๔๐ คนที่ถือเป็นปัญหา  ในกลุ่มนี้ไม่สามารถตัดออกไปได้  ว่าจะถูกส่งตัวกลับมาพร้อมการมอบหมายให้ก่อวินาศกรรมในประเทศเยอรมัน
สำนักงานรักษาความปลอดภัยยังมองเห็นอันตรายของการก่อการร้ายจากอิสลามที่ประสงค์จะต่อสู้เพื่อ Islamischen Staat (IS)  แต่ถูกยับยั้งจากตำรวจไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศด้วย  ในแคว้นมีจำนวนราว ๕๐ คน
Torsten Voß หัวหน้าสำนักงานปกป้องรัฐธรรมนูญที่ฮัมบวร์กกล่าวต่อนิตยสารข่าว “ชปีเกล” ว่าผู้ที่ฝักใฝ่แน่วแน่อาจพยายามให้การสนับสนุนเป้าหมายของ IS ในพื้นที่ของแผ่นดินเยอรมัน  ข้อสรุปของเขาคือต้องเฝ้าจับตาดูกลุ่มอิสลามที่ประสงค์จะต่อสู้ในต่างประเทศและไม่บรรลุเป้าหมายต่อไป  Plickert กล่าวว่าสำหรับการเฝ้าบุคคลอันตราย ๒๔ ชั่วโมง จำเป็นต้องมีเพื่อนร่วมงาน ๒๕ คน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อยู่ในภาวะที่ทำได้
นอกจากนั้น  ยังมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นผ่านพันธมิตรใหม่ระหว่าง Hooligan และพวกขวาสุดขีด  แต่สถานการณ์ในอนาคตจะยิ่งหนักหน่วงขึ้น  หากแผนการลดบุคลากรตำรวจในรัฐนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนเริ่มขึ้น  จนกว่าจะถึงปี ๒๐๒๐ ตามแผนบุคลากร  ขณะนี้จะสูญเสียตำรวจ ๑,๓๐๐ นายในแคว้น  จนกว่าจะถึงปี ๒๐๒๕ ถึงกับ ๓,๗๐๐ นาย
จนถึงปัจจุบัน สนามรบที่ซีเรียและอิรัก  มีชาวเยอรมันร่วมรบเพื่ออุดมการณ์ของของ IS ถูกสังหาร ๖๐ คน  และ ๙ คนในจำนวนนี้เสียชีวิตจากการพลีชีพสังหาร  ตามที่ Hans-Georg Maaßen ประธานสำนักงานปกป้องรัฐธรรมนูญกล่าวต่อ “Welt am Sonntag“  ขณะนี้ชาวมุสลิมอย่างน้อย ๕๕๐ คนจากประเทศเยอรมันที่ยังอยู่ในพื้นที่สงคราม

วันหยุดในประเทศเยอรมันประจำปี ๒๐๑๕

ปี ๒๐๑๕ ไม่ใช่ปีที่ดีสำหรับคนทำงาน  เนื่องจาก เมื่อดูวันหยุดในปฎิทินตรงกับวันสุดสัปดาห์    (ตรงกันข้ามกับปี ๒๐๑๔ วันหยุดทั่วประเทศ ๒ จาก ๙ วัน ที่ตรงกับวันทำงานในสัปดาห์)  ทำให้หมดโอกาสที่จะได้หยุดงานสุดสัปดาห์ยาว  สำหรับผู้ประกอบอาชีพในแคว้นที่มีวันหยุดทางศาสนามากกว่า  วันหยุดตรงกับวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ถึง ๕ วัน  และที่เป็นวันเชื่อมวันหยุดจริง ๆ มีเพียงวันที่ ๒ และ ๕ มกราคม (แต่ไม่ใช่ที่แคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลน) วันที่ ๑๕ พฤษภาคม และวันที่ ๕ มิถุนายนสำหรับวันหยุดยาวช่วงสุดสัปดาห์ ๔ วัน  แม้แต่การวางแผนล่วงหน้าที่ฉลาดแล้ว  ก็ไม่สามารถยืดวันลาหยุดออกไปอย่างสบาย ๆ เหมือนปีนี้(๒๐๑๔)  แต่ผู้ที่ทำงานในวันเสาร์ที่เป็นวันหยุดราชการและมีระบุไว้ในสัญญาค่าแรงอย่างน้อยจะได้วันหยุดเพิ่มอีก ๑ วัน
ในช่วงต้นปี  ผู้ที่ต้องการพักผ่อนนานอีกหน่อยหลังการฉลองขึ้นปีใหม่ควรลาหยุดในวันศุกร์ที่ ๒ มกราคม  เนื่องจากวันขึ้นปีใหม่เป็นวันพฤหัสบดี  ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ไบเอิร์น บาเดน-วือร์ทเทมแบร์ก  หรือซักเซน-อัลฮัลท์ควรวางแผนให้วันจันทร์ที่ ๕ มกราคมเป็นวันลาหยุดด้วย  เนื่องจากวัน Heiligen Drei Koenige ฉลองกันในวันอังคารที่ ๖ มกราคม  ในทางกลับกัน ชาวไรน์ลันด์ก็ชอบใจที่จะได้วันหยุดยาว ๕ วันในกลางเดือนกุมภาพันธ์  แม้ว่าในช่วงคาร์นิวัลจะไม่มีวันหยุดราชการ  แต่ในถิ่นของคาร์นิวัลริมฝั่งแม่น้ำไรน์ ตามธรรมเนียมบริษัทธุรกิจจำนวนมากหยุดงานในวัน Rosenmontag (๑๖ กุมภาพันธ์) จนถึง Ascher Mittwoch (๑๘ กุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นช่วงอดอาหาร ๔๐ วันในปฏิทินโบสถ์คริสต์  ในวันอีสเตอร์ (วันหยุดทางศาสนาที่สำคัญที่สุดในประเทศเยอรมัน) เกือบทุกแห่งไม่มีการทำงานเป็นเวลา ๔ วัน  จาก  Karfreitag (๓ เม.ย) ถึง Ostenmontag (๖ เม.ย) ประชาชนส่วนใหญ่ได้หยุดพักผ่อน
คนวางแผนจะใช้วันหยุดราชการหลาย ๆ วันไปพักร้อนยาวต้องเลือกเดือนพฤษภาคม  ในเดือนนี้เริ่มด้วยวันหยุดสุดสัปดาห์ยาวในวันแรงงาน (๑ พฤษภาคม) ซึ่งตรงกับวันศุกร์  ๒ สัปดาห์ถัดมาในวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ พฤษภาคมเป็นวันหยุด Christi Himmelfahrt  หากลาหยุดในวันที่ ๑๕ พฤษภาคมก็จะได้วันหยุดสุดสัปดาห์ยาว ๔ วัน  ตามมาด้วยวันหยุดสุดสัปดาห์ยาว ๓ วันในเทศกาล Pfingsten ในวันที่ ๒๔ และ ๒๕ พฤษภาคม  ๗ วันต่อมาผู้ประกอบอาชีพที่ไบเอิร์น บาเดน-วือร์ทเทมแบร์ก นอร์ดไรน์-เวสฟาเลน เฮสเซน ไรน์ลันด์-ฟัลซ์  และซาร์ลันด์สามารถวางแผนสุดสัปดาห์ยาวได้อีกครั้ง  Fronleichnam ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๔ มิถุนายน  หากลาหยุดในวันที่ ๕ มิถุนายนก็ได้จะหยุดยาว ๔ วัน  หลังจากนั้นจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนจะไม่มีวันหยุดอะไรอีกเลย  เนื่องจากวันรวมชาติเยอรมัน (๓ ตุลาคม) ในปี ๒๐๑๕ ตรงกับวันเสาร์  วันหยุดทางศาสนา ๒ วัน ได้แก่ Reformation (๓๑ ตุลาคม) ที่เป็นวันหยุดใน ๕ แคว้นใหม่ในเยอรมันตะวันออกและ Allerheiligen (๑ พฤศจิกายน) ที่เป็นวันหยุดใน ๕ แคว้นตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์  แม้แต่วันคริสต์มาสในปี ๒๐๑๕ ผู้รับงานก็มีวันหยุดเพิ่มเติมเพียง ๑ วันแทนที่จะเป็น ๒ วัน  เนื่องจากวันคริสต์มาสวันแรกเป็นวันศุกร์  วันที่ ๒ เป็นวันเสาร์