วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ค่าแรงขั้นต่ำ

        ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายสำหรับลูกจ้างราว ๕ ล้านคนจะเพิ่มขึ้น ๓๔ เซนต์ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๐๑๗ เป็นต้นไปเป็น ๘.๘๔ เซนต์ต่อชั่วโมง  โดยคณะกรรมาธิการค่าแรงขั้นต่ำที่ไม่ขึ้นต่อใครได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ ตามที่ Jan Zilius ประธาน ฯ ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายนที่ผ่านมาที่เบอร์ลิน  คณะกรรมาธิการตัดสินทุก ๆ ๒ ปีเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยน  นอกเหนือจาก Zilius อดีตผู้อำนวยการกลุ่มบริษัท RWE ยังประกอบด้วยผู้แทนจากผู้รับงานและผู้จ้างงานฝ่ายละ ๓ คนที่สิทธิลงคะแนน  รวมทั้งนักวิชาการที่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงอีก ๒ คน  มติแรกอยู่ในช่วงเวลาระหว่างเดือนมกราคม ๒๐๑๕ ถึงปลายเดือนมิถุนายน ๒๐๑๖  Reinhard Goehner ผู้แทนผู้จ้างงานกล่าวว่าเขามองไม่เห็นผลทางลบผ่านการปรับที่ได้รับการลงมติ หากเศรษฐกิจยังแข็งแรงอยู่เหมือนปัจจุบัน  เนื่องจากต้องมุ่งที่ดัชนีค่าแรง ค่าแรงขั้นต่ำในปี ๒๐๒๐ ก็จะยังไม่ข้ามพรมแดน ๑๐ ยูโร  Zilius กล่าวว่ายังไม่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่าค่าแรงขั้นต่ำส่งผลต่อการจ้างงานและราคาอย่างไร  จนถึงปัจจุบันพบเพียงการถดถอยของมินิจ็อบ  อย่างไรก็ดี สาขาแท็กซีรายงานเกี่ยวกับการขึ้นราคาอย่างหนัก  สมาคมการค้าปลีก HDE ได้วิจารณ์การขึ้นค่าแรงในฐานะ “การทดลองที่เสี่ยง”  Clemens Fuest ที่เป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการเองชี้แจงว่าเนื่องจากจำนวนผู้ลี้ภัย เขาเห็นว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะไม่ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ศิลปินในวงการเพลงภาษาเยอรมัน (154) Slavko Avsenik

เอกอัครราชทูต วิญญู แจ่มขำ

          นาย Slavko Avsenik อดีตนักดนตรี นักร้อง และนักแต่งเพลงพื้นบ้าน
ชาวสโลวีเนีย เกิดที่เมือง Begunje na Gorenjskem อดีตราชอาณาจักร-ยูโกสลาเวีย บริเวณที่เยอรมนีเรียกว่า Oberkrain เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๙๒๙ (พ.ศ. ๒๔๗๒) และตายที่เมืองลูบลิยานา สาธารณรัฐสโลวีเนีย เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ผลงานเพลงของเขามีมากกว่า ๑,๐๐๐ เพลงในแบบสโลวีเนีย โพลค่า และว้อลซ์ ซึ่งมีที่ได้แต่งเป็นภาษาเยอรมันด้วย และประสบความสำเร็จทั้งในประเทศเกิด ในดินแดนอื่นของทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา จนถือกันว่าเขาเป็นแบบฉบับของผู้เผยแพร่วัฒนธรรมของชาวสโลวีเนีย

          โดยที่เขาสามารถเล่นเปียโนและหีบเพลงชักกับร้องเพลงได้ เขาจึงได้
ร่วมกับนาย Vilko Avsenik พี่ชาย ช่วยกันก่อตั้งวงดนตรี Ansambel Bratov Avsenik ขี้นในปี ๑๙๕๓ (พ.ศ. ๒๔๙๖) ซึ่งผู้คนในดินแดนที่ใช้ภาษาเยอรมันต่างรู้จักกันโดยชื่อ Slavko Avsenik und seine Original Oberkrainer
เพื่อเผยแผ่วัฒนธรรมสโลวีเนียผ่านทางดนตรีไปถึงผู้คนในสโลวีเนียและในดินแดนใกล้เคียง ได้แก่ ออสเตรีย โครเอเชีย เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ภาคเหนือของอิตาลี และกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ จนกระตุ้นให้เกิดวงดนตรีแถบเทือกเขาแอ๊ลพ์อีกหลายร้อยวง ฯ เขาเป็นหัวหน้าวงดังกล่าวและร่วมแต่งเพลงกับพี่ชาย และนำไปเปิดในรายการ Slovene Hour ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงออสเตรียที่กรุงเวียนนา โดยผู้เปิดเพลงไม่กล่าวถึงนักดนตรี แต่เมื่อได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ  พวกเขาก็เริ่มมาออกรายการกระจายเสียง แสดงหนัง และแสดงดนตรีในเยอรมนีตะวันตก

          วงดนตรีของเขาได้แสดงให้ผู้ฟังและผู้ดูจำนวนล้าน ๆ รวมทั้งผู้นำของประเทศต่าง ๆ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ และบนเวที 
แผ่นเพลงขายได้ราว ๑๒ ล้านแผ่น เขาได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ๓๑ แผ่น
แผ่นเสียงเพชร ๒ แผ่น และแผ่นเสียงทองคำขาว ๑ แผ่น

          ในปี ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) ได้ทำสัญญากับห้าง Telefunken-Decca
และได้รับความนิยมทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว จนต้องออกรายการเพลงทางโทรทัศน์
และเดินทางไปแสดงในสถานที่ต่าง ๆ ในเยอรมนีบ่อย ๆ รวทั้งในสหรัฐอเมริกา
และแคนาดา

          ในฐานะวงดนตรีพื้นบ้านยอดนิยมของสโลวีเนีย วง ฯ ไดรับรางวัลมากมายจากการแข่งขันทางโทรทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเยอรมนีและออสเตรีย รวมทั้งรางวัล Hermann Löns จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเยอรมัน

          เพลงแบบโพลค่าของวง ฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Na Golici

หรือ Trompeten-Echo หรือ Trumpet Echoes ถือเป็นเพลงที่ได้รับการนำไปเล่นมากที่สุดในโลก และถือเป็นสัญลักษณ์และความสำเร็จของพี่น้อง Avsenik

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ห้ามรัสเซียร่วมโอลิมปิก

        นักกรีฑารัสเซีย ไม่ว่านักวิ่ง นักกระโดด และนักขว้าง ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ริโอเดอจาเนโรหลังกรณีอื้อฉาวเรื่องโด๊ปยาหลายต่อหลายครั้ง  สภาคณะกรรมการของสมาคมโลก IAAF ได้ยืดเวลาการพักงานสมาคม WFLA ของรัสเซียที่มีผลใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๐๑๕ ออกไปอีกตามการเปิดเผยของ IAAF เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายนที่ผ่านมา  อย่างไรก็ดี สภาคณะกรรมการได้แง้มประตูสำหรับนักกีฬาที่พิสูจน์ได้ว่าสะอาด  โดยการเข้าร่วมโอลิมปิกของนักกีฬาเดี่ยว ๆ บางคนเป็นไปได้ภายใต้ธงชาติที่เป็นกลาง  กระทรวงกีฬาของรัสเซียได้มีปฏิกิริยาไม่นานหลังการตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ของสมาชิกสภากรรมการทั้ง ๒๔ คนว่าการตัดสินใจนี้นำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่เคยมีตัวอย่างมาก่อน  ความฝันของนักกีฬารัสเซียจำนวนมากถูกทำลายเนื่องจากการประพฤติผิดของนักกีฬา ผู้ฝึกงานและผู้เชี่ยวชาญเดี่ยว ๆ บางคน  ๒ ชั่วโมงหลังการตัดสินใจ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ พูทินของรัสเซียถึงกับออกมากล่าวปฏิเสธการมีส่วนร่วมของรัฐในการโด๊ปของนักกีฬา  โดยเขาได้กล่าวที่เซนต์ปีเตอร์สบวร์กว่าจากฝ่ายของรัฐมีการต่อสู้กับการโด๊ปในแวดวงกีฬาและจะทำในอนาคตด้วย  สำนักงานตัวแทนข่าว Interfax ได้รายงานคำพูดของพูทินที่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งทีมต้องแบกรับความผิดสำหรับรายเดี่ยว ๆ  ทั้งนี้ สำนักงานต่อต้านการโด๊ปโลก Wada ได้เสนอรายงานจำนวน ๓๒๓ หน้าเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๐๑๕  รายงานระบุภาพที่น่าตกใจของพฤติกรรมการโด๊ปในแวดวงกรีฑาของรัสเซีย ต่อมาในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๐๑๕ IAAF ได้พักงานสมาคม WFLA ของรัสเซีย

ทั่วโลกกลายผู้ลี้ภัย 65 ล้านคน

        ประชาชนในโลกนี้มากกว่า ๖๕ ล้านคนอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัย ความขัดแย้งที่นองเลือดและการติดตามอย่างทารุณในบางประเทศทำให้มีเด็ก สตรีและบุรุษถูกขับไล่ออกจากบ้านเกิดของตนเองมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ตามรายงานโลกประจำปี ๒๐๑๕ ของสำนักงานให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNHCR) ระหว่างนี้ผู้อยู่อาศัยบนโลกทุก ๆ ๑๑๓ คนถูกกระทบโดยตรง  ในการศึกษาที่ได้รับการเสนอเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายนที่ผ่านมาระบุว่าทำให้จำนวนรวมของผู้ลี้ภัย ผู้ที่โดนขับไล่ไสส่งและผู้ที่ขอลี้ภัยบรรลุระดับน่าเศร้าเป็นประวัติการณ์  ในรายงานของ UN ระบุว่าระหว่างที่ในปี ๒๐๑๕ เฉลี่ยประชาชน ๖ คนต่อนาทีถูกถอนรกราก  ทุกวันนี้เป็น ๒๔ คนต่อนาที หรือตามสถิติประชาชน ๒ คนต่อทุกลมหายใจ 
Filippo Grandi กรรมาธิการดูแลผู้ลี้ภัยของ UN ชี้แจงว่าขณะเดียวกันอันตรายระหว่างหลบหนีก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า  ในท้องทะเลประชาชนจำนวนสูงมากอย่างน่าตกใจสูญเสียชีวิต  เส้นทางบนบกถูกปิดกั้นมากขึ้นทุกทีผ่านพรมแดนที่ถูกปิด และในบางประเทศมีการสร้างบรรยากาศทางการเมืองต่อต้านการให้ลี้ภัย เขาเสียดายว่า นอกจากนั้นความพร้อมของประเทศที่จะเผชิญกับวิกฤติผู้ลี้ภัยและร่วมมือกันกำจัดปัญหาเพื่อความสนใจร่วมกันของมนุษยชาติก็ลดลง  เป็นครั้งแรกนับแต่การก่อตั้ง UNHCR ที่จำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้นเป็นรวมทั้งสิ้น ๖๕.๓ ล้านคนจนถึงปลายปี ๒๐๑๕ เกินเกณฑ์ ๖๐ ล้านคน  รวมทั้งสิ้นจำนวนของประชาชนที่หลบหนีสูงพอ ๆ กับตัวเลขผู้อยู่อาศัยของประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส หรืออิตาลี 

ตามรายงานของ UN ปลายปี ๒๐๑๕ ผู้ลี้ภัย ๒๑.๓ ล้านคนอยู่ในประเทศแปลกถิ่น  ๔๐.๘ ล้านคนถูกขับไล่อยู่ภายในประเทศบ้านเกิด  อีก ๓.๒ ล้านคนรอคอยการตัดสินใจเกี่ยวกับคำร้องขอลี้ภัยในต่างแดน  ตามข้อมูลของ UNHCR ราวครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัยอายุน้อย ๑๘ ปี  ที่น่าตกใจเป็นพิเศษ ได้แก่ จำนวนสูงของเด็ก ๆ ที่เดินทางตามลำพังหรือถูกแยกจากพ่อแม่  คำร้องขอลี้ภัย ๙๘,๐๐๐ กรณีถูกยื่นโดยเด็ก ๆ ที่ไม่มีผู้ปกครองมาด้วย  การสะสางคำร้องขอลี้ภัยเชื่องช้ามาก เนื่องจากตัวเลขผู้ลี้ภัยที่สูง  ลำพังในประเทศเยอรมันมีการยื่นขอลี้ภัย ๔๔๑,๙๐๐ กรณี  ซึ่งมากกว่าในประเทศอื่น ๆ ของโลก  UNHCR ชี้แจงว่ามาจากความพร้อมของประเทศเยอรมันที่รับผู้ลี้ภัยที่มายังยุโรปผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในปี ๒๐๑๕  สหรัฐอเมริกามีตัวเลขคำร้องขอลี้ภัยสูงที่สุดเป็นอันดับ ๒ (๑๗๒,๗๐๐) ประชาชนจำนวนมากที่ยื่นขอลี้ภัยที่นั่นหนีจากอเมริกากลาง เนื่องจากแก๊งอาชญากรรม  สำหรับในสวีเดน (๑๕๖,๐๐๐) และรัสเซีย (๑๕๒,๕๐๐) ก็มีการบันทึกการยื่นขอลี้ภัยจำนวนมากด้วย  ทั่วโลกประเทศที่รับผู้ลี้ภัยมากที่สุดยังคงเป็นประเทศตุรกี ด้วยจำนวนผู้ลี้ภัยในขณะนี้ ๒.๕ ล้านคน  รวมทั้งสิ้นผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศนอกยุโรป  ๘๖% ของประชาชนที่ได้รับการดูแลโดย UNHCR หาที่คุ้มครองในประเทศที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง  โดยเลบานอนรับผู้ลี้ภัยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรมากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งหมด (ผู้ลี้ภัย ๑๘๓ คนต่อผู้อยู่อาศัย ๑,๐๐๐ คน)

ค่าครองชีพในเยอรมันไม่แพงอย่างที่คิด

        ผู้บริโภคจะสังเกตเห็นเวลาเดินทางไปต่างแดน ไม่ว่าเวลาซื้อของ ไปที่พิพิธภัณฑ์ หรือในภัตตาคาร  ชีวิตในประเทศยุโรปอื่น ๆ พบได้บ่อยว่าแพงว่าที่ประเทศเยอรมัน  ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่วิสบาเดน ในปีที่ผ่านมาระดับราคาสำหรับรายจ่ายด้านการบริโภดของเอกชนในประเทศเยอรมัน ต่ำกว่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรป ๐.๒%  ในปีก่อนหน้ายังสูงกว่าเฉลี่ย ๑.๒%  ในประเทศเพื่อนบ้านติดกันส่วนใหญ่ชีวิตแพงกว่าระหว่าง Rostock และ München  ยกเว้นโปแลนด์และสาธารณรัฐเชค  พื้นที่ที่แพงเป็นพิเศษ ได้แก่ เดนมาร์ก (+๓๖.๘%) อังกฤษ (+๓๑๓%) และไอร์แลนด์ (+๒๒.๕%) ก็อยู่สูงกว่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก EU ๒๘ ประเทศอย่างชัดเจน  เหตุผลที่สำคัญ ได้แก่ ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน  ในปีที่ผ่านมาเงินปอนด์ของอังกฤษแพงขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร  ซึ่งส่งผลถึงค่าดำรงชีวิตในสหราชอาณาจักรและสถิติโดยรวมให้สูงขึ้น  นักท่องเที่ยวรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างด้านราคา  ตามการคำนวณของสมาคมธนาคาร BdB ที่ต้องควักกระเป๋ามากเป็นพิเศษ ได้แก่ การเดินทางไปในประเทศสแกนดิเนเวียและประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ที่ซึ่งต้องชำระเงินสำหรับสินค้าและบริการมากกว่าครึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเยอรมัน  ในสายตาของนักท่องเที่ยวเยอรมัน ที่เดนมาร์ก ๑ ยูโรมีค่า ๗๒ เซนต์ และ ๗๔ เซนต์ที่นอรเวย์  ที่สหรัฐอเมริกา ๙๓ เซนต์และที่ฝรั่งเศส ๙๔ เซนต์ 

ตรงกันข้ามที่มากกว่าในประเทศเยอรมันเล็กน้อยต่อเงิน ๑ ยูโร ได้แก่ ในประเทศจุดหมายการเดินทางที่ได้รับความนิยม สเปน โปรตุเกส และกรีซ  ที่ประเทศอิตาลีแพงกว่าเล็กน้อย  ตามข้อมูลของ BdB ที่ถูกกว่าอย่างชัดเจน ได้แก่ ที่ตุรกีและฮังการี  ค่าครองชีพที่ต่ำที่สุด ได้แก่ ที่บัลแกเรีย  ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปีที่ผ่านมาผู้บริโภคต้องชำระเงินสำหรับกระเช้าสินค้าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเฉลี่ยของประเทศสมาชิก EU ทั้งหมด  อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าทุกอย่างในประเทศเยอรมันถูกกว่า  จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) ในปีที่ผ่านมาราคาอาหารและเครื่องดื่มที่ปราศจากแอลกอฮอล์สูงกว่าเฉลี่ยของ EU ๓%  โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ในประเทศเยอรมันแพงกว่า  ที่แพงที่สุด ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่มที่ปราศจากแอลกอฮอล์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่ใช่สมาชิก EU (+๗๓%)  โดยสวิตเซอร์แลนด์มีปัญหามาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากเงินฟรังค์ที่แข็ง  ชาวเดนมาร์กก็ต้องจ่ายสำหรับอาหารและเครื่องดื่มแพง  โดยสูงกว่าเฉลี่ยของ EU ๔๕%  ที่สวีเดน ๒๔% และออสเตรีย ๒๐%  ที่อิตาลีและฝรั่งเศสาคาแพงกว่าเล็กน้อย  ที่ประเทศท่องเที่ยวกรีซสูงกว่าเฉลี่ยของ EU เล็กน้อย  ตรงกันข้าม สเปนที่เป็นเป้าหมายการเดินทางต่างประเทศที่เป็นที่นิยมที่สุดของชาวเยอรมันได้คะแนนจากราคาที่ต่ำกว่าเฉลี่ย  ที่แตกต่างกันสูงกว่า ได้แก่ ราคาเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์และสินค้ายาสูบ  เบียร์ ไวน์ ฯลฯ ราคาแตกต่างกันมากกว่า ๒ ๑/๒ เท่า  ตามข้อมูลของ Eurostat ในสินค้ายาสูบ ระดับราคาในประเทศสมาชิกที่แพงที่สุด (สหราชอาณาจักร) สูงกว่าในประเทศที่ถูกที่สุด (บัลแกเรีย) เกือบ ๔ เท่า เหตุผลหลัก ได้แก่ ภาษีที่แตกต่างกันในประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยกเลิกเที่ยวบิน

        นับแต่ปี ๑๙๗๑ สายการบินลุฟท์ฮันซาบินไป Caracas เมืองหลวงของประเทศเวเนซูเอลา  ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมาเที่ยวบินนี้ถูกยกเลิกไปก่อน  แต่ที่ทำการที่คาราคัสยังเปิดอยู่  โดยลุฟท์ฮันซาหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง  Thomas Jachnow โฆษกของสายการบินกล่าวว่าสภาวการณ์เศรษฐกิจที่ยุ่งยากและการขาดความเป็นไปได้ที่จะแลกเงินท้องถิ่นเป็นเงินดอลลาร์นำไปสู่ก้าวย่างนี้  เบื้องหลังเป็นระบบการแลกเปลี่ยนที่รัฐกำหนดอัตราแลกเงินที่ต่ำกว่าอัตราที่ตลาดมืดมาก  โดยความต่างมีตั้งแต่ ๑๐ โบลิวาร์ต่อ ๑ ดอลลาร์ไปจนถึงพันโบลิวาร์ในตลาดมืด  ทำให้สายการบินต่าง ๆ ไม่สามารถทำเงินได้จากตั๋วที่ขายเป็นโบลิวาร์  เวเนซูเอลามีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในโลก  สายการบิน Latam ของชิลี-บราซิลก็จะงดเที่ยวบินไปยังเวเนซูเอลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมศกนี้เป็นต้นไป  สายการบินที่งดบินแล้วก็ได้แก่ Alitalia Gol  (บราซิล) และ Tame จากเอควาดอร์  แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปแล้ว  ประเทศเวเนซูเอลามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีน้ำมันสำรองมากที่สุดของโลก  ทุกวันนี้ประชาชนจำนวนมากหวั่นเกรงการระเบิดของความรุนแรงในประเทศ  ท้ายสุดมีผู้เสียชีวิตหลายคนในการประท้วง  ประธานาธิบดี Nicolás Maduro ได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน และให้เหตุผลปัญหาว่าเกิดจากรายได้จากธุรกิจน้ำมันดิบที่ขาดหายไป  แต่เวเนซูเอลาขาดแคลนเงินตราที่จะนำเข้าสินค้า  ทำให้บางเวลา ๘๐% ของการผลิตเบียร์เป็นอัมพาต  เนื่องจากขาดแคลนข้าวบาร์เลย์  ทุกหนแห่งมีการเข้าแถวรอ  ไม่ว่าหน้าร้านขายยา ซูเปอร์มาร์เกต ร้านขายขนมปัง ฯลฯ  นอกจากนี้ ยังมีความไม่ปลอดภัย คาราคัสเป็นหนึ่งในเมืองที่อันตรายที่สุดในโลก

เที่ยวเกาหลี

        ตามรายงานของสื่อไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ได้ออกประกาศเรื่องสถานการณ์คนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ตามที่ได้ปรากฏข่าวคนไทยถูกปฏิเสธเข้าเมืองจำนวนมากขึ้นในระยะหลัง  ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซลได้รับแจ้งและร้องเรียนจากคนไทย เพื่อขอรับความช่วยเหลืออยู่เป็นระยะนั้น  สถานเอกอัครราชทูต ฯ ขอแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยสรุปว่า
๑.                ประเทศไทยมีข้อตกลงยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวจำนวน ๙๐ วัน กล่าวคือคนไทยไม่ต้องขอวีซา  ดังนั้น จึงเป็นช่องว่างให้คนไทยบางรายลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้
๒.              จากสถิติสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้เมื่อเดือนมีนาคมพบว่าคนไทยพำนักอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ๕๒,๔๓๕ คน  คิดเป็นร้อยละ ๕๘.๑ ของจำนวนคนไทยทั้งหมดที่พำนักอยู่ ๙๐,๒๓๕ คน  หากแนวโน้มยังสูงขึ้นต่อไปจะกลายเป็นประเทศที่มีคนพำนักผิดกฎหมายมากที่สุด  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงต้องดำเนินการเพื่อลดจำนวนคนไทยที่พำนักผิดกฎหมายลง
๓.              มาตรการที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการเพื่อแก้ไข คือ ให้ผู้พำนักผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ  เมื่อปี ๒๕๕๘ มีจำนวนคนไทยเดินทางกลับ ๘,๔๕๒ คน และการป้องกันการเพิ่มขึ้นของการพำนักผิดกฏหมายด้วยการปฏิเสธการเข้าเมืองของผู้ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ทำให้มีคนไทยที่ถูกปฏิเสธอย่างต่อเนื่อง
๔.              สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจอย่างเต็มที่ตามกฎหมายของเกาหลีใต้ที่จะสัมภาษณ์หรือสอบถามคนไทยที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย  โดยหน่วยงานราชการไทยไม่มีอำนาจและไม่สามารถเข้าแทรกแซงการตัดสินใจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้

๕.              คนไทยที่ต้องการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวจะต้องเตรียมหลักฐานเอกสาร คือ บัตรโดยสารเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ เอกสารสำรองโรงแรมที่พัก จำนวนเงินที่มากพอต่อการเดินทางท่องเที่ยวตามระยะเวลา แผนการท่องเที่ยว ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป เป็นต้น