วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นิยมพกมีดมากขึ้น

        ตามข้อมูลของตำรวจ ในกลุ่มผู้มีวัย ๑๕-๓๐ ปี มีดกลายเป็นสิ่งพกติดตัวเมื่อออกจากที่พักอาศัยมานานแล้ว  Arnold Plickert ประธานสหภาพแรงงานตำรวจ (GdP) แคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนกล่าวว่า  เป็นพัฒนาการที่อันตรายมาก  ผู้ที่มีมีดอยู่กับตัว  มักจะชักมีดออกมาเร็วเช่นกัน  โดยพบการเพิ่มขึ้นอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุการณ์คืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่โคโลญน์ 
ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพกมีดพับ  หากแต่เป็นมีดทำครัวเป็นส่วนใหญ่ 
การจู่โจมทำร้ายด้วยมีดยังไม่ได้รับการรวบรวมแยกออกมาในสถิติอาชญากรรม  แต่อยู่ในประเภทอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงและการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ  นักจิตวิทยาเห็นว่าพัฒนาการมีหลายเหตุผล 

Susanne Altweger นักจิตวิทยาจาก Düsseldorf กล่าวว่าด้านหนึ่งประชาชนอายุน้อยมีความสำนึกที่ค่อนข้างผิด คิดว่าเป็นความถูกต้องที่จะพกอาวุธหลังการก่อวินาศกรรมล่าสุด  อีกด้านหนึ่งก็คิดว่าการพกมีดทำให้อยู่ในโลกของผู้ใหญ่  ตำรวจจำนวนมากได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เข้ากับสภาวะอันตรายใหม่  เจ้าหน้าที่กล่าวว่าทิ้งระยะห่างเพียงพอจากผู้ที่ยืนตรงข้าม  สมัยก่อนตำรวจจะเข้าใกล้พลเมืองมากกว่านี้  ตำรวจถูกบังคับให้เปลี่ยนพฤติกรรม  โฆษกของ GdP กล่าวว่าแต่ตำรวจยังประสงค์จะเป็นตำรวจที่ใกล้ชิดกับประชากร ต่างกับในสหรัฐอเมริกา  โดยจะสื่อสารกันก่อน  เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

        อากาศในฤดูร้อนนี้เพี้ยน ๆ ร้อนชื้น น้ำท่วม และอุณหภูมิเหมือนในฤดูใบไม้ร่วง  ทุกคนรู้สึกได้ถึงผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ขณะนี้การศึกษาล่าสุดของสภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่าประเทศเยอรมันต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างไร  การศึกษาแสดงตัวเลขของบริษัทประกันภัย Munich Re ที่ระบุว่าในทศวรรษที่ ๗๐ ยังมีหายนภัยธรรมชาติราว ๑๐ ครั้งต่อปี  แต่ทุกวันนี้เป็นราว ๓๐ ครั้ง  สัดส่วนใหญ่ที่สุด ได้แก่ พายุ  ที่อุณหภูมิสุดขีดด้วย  ช่วงเวลาที่แห้งแล้งและน้ำท่วมก็รวมอยู่ด้วย 
ตามข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญ กล่าวถึงสาเหตุหลัก ได้แก่ การที่อากาศอุ่นขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ  การศึกษาได้ข้อสรุปว่านับแต่ปี ๑๘๘๑ อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศเยอรมันเพิ่มขึ้นราว ๑.๔ องศา  Peter Hoffmann ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจากสถาบันเพื่อการวิจัยผลของสภาพภูมิอากาศที่ Potsdam (PIK) กล่าวว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่สูง  โดยที่อุณหภูมิที่สูงขึ้น ๑ องศาสามารถส่งผลอย่างมหาศาลต่อการก่อตัวของฝน หิมะ หรือการละลายของธารน้ำแข็ง  ในปี ๒๐๑๕ นับเป็นปีที่อุ่นที่สุดทั่วโลกนับแต่มีการบันทึกอุณหภูมิ 

ตามข้อมูลของ PIK เป็นไปได้สูงมาก  ว่าเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดโดยฝีมือมนุษย์  จำนวนวันที่ร้อนกว่า ๓๐ องศาเพิ่มขึ้นนับแต่ทศวรรษที่ ๘๐  ขณะเดียวกันจำนวนวันในฤดูหนาวที่อุณหภูมิไม่เพิ่มสูงกว่า ๐ องศากลับลดลง  ในปีที่ผ่านมามีอุณหภูมิที่เป็นประวัติการณ์ใหม่ของประเทศเยอรมันด้วยจำนวน ๔๐.๓ องศา  ฤดูร้อนทุกฤดูในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมาอุ่นกว่าในช่วงเวลา ๑๙๖๑-๑๙๙๐ ยกเว้นปี ๑๙๙๖ 

ตุรกีขีดเส้นตาย

        นักการเมืองเยอรมันและนักการเมืองยุโรปโต้คำขู่ของประเทศตุรกีที่จะยกเลิกสนธิสัญญาผู้ลี้ภัยกับสหภาพยุโรปหากจนถึงกลางเดือนตุลาคมไม่ยกเลิกหน้าที่ต้องขอวีซาสำหรับชาวตุรกีด้วยถ้อยคำกร้าว  Frank-Walter Steinmeier  รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันกล่าวว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะวางเส้นตายและข่มขู่ซึ่งกันและกัน  เงื่อนไขสำหรับการปลอดวีซาเป็นที่รู้กันทุกฝ่าย  ตรงนี้ประเทศตุรกียังมีงานต้องทำ  Thomas Strobl รองหัวหน้าพรรค CDU และรัฐมนตรีมหาดไทยแคว้นบาเดน-วือร์ทเทมแบร์กก็เน้นว่าการแบล็คเมล์ไม่ใช่เครื่องมือทางการเมือง  ก่อนหน้านี้ Mevlüt Cavusoglu รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีได้กล่าวว่าหากไม่มีการปล่อยเสรีด้านวีซา ประเทศตุรกีก็ถูกบีบให้ต้องวางตัวห่างจากสนธิสัญญาส่งกลับและข้อตกลงจากวันที่ ๑๘ มีนาคมที่ผ่านมา  หรืออาจจะเป็นช่วงต้นหรือกลางเดือนตุลาคม  แต่ประเทศตุรกีคาดหวังวันที่ที่แน่นอน  โดยสนธิสัญญามีการตกลงรับผู้ลี้ภัยผิดกฏหมายจากประเทศกรีซคืนแลกกับการรับผู้ลี้ภัยซีเรียจากตุรกีและความช่วยเหลือ ๖๐๐๐ ล้านยูโรสำหรับตุรกี  หากมีการหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของผู้ลี้ภัยที่ Ägäis และ EU เร่งการงดวีซา  กระนั้น ประเด็นนี้มีการผูกมัดกับการบรรลุเงื่อนไข ๗๒ ข้อที่บางข้อยังไม่แน่ชัด  Alexander Graf Lambsdorff รองประธานรัฐสภาสหภาพยุโรปกล่าวว่าประเทศตุรกีรู้แน่แก่ใจว่ายังไม่ได้ทำการบ้านของตน  แทนการข่มขู่ อังการาควรวิเคราะห์ให้ดีขึ้นว่าเลือกทางไหนที่เป็นไปได้  มิฉะนั้นท้ายสุดจะเป็นผู้แพ้ทั้งสองฝ่าย  ขณะนี้ความตึงเครียดกับประเทศเยอรมันเพิ่มขึ้น  โดยตุรกีได้ประท้วงการที่ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวคำปราศรัยกับผู้ถือหางในโคโลญน์ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์  ในการชุมนุมเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา มีชาวตุรกีราว ๔๐,๐๐๐ คนแสดงออกถึงการสนับสนุน Erdogan

วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

โครงการ “มีลูก”

        หากมีทางเลือก ๑ ใน ๖ ของคู่ครองในประเทศเยอรมันจะไม่ตัดสินใจมีลูก  ทั้งนี้ มาจากการสอบถามของสถาบันวิจัยความคิดเห็น  YouGov คู่ครองระบุเหตุผลหลักว่าความเป็นไปได้เรื่องการดูแลน้อยเกินไป  การพัฒนาส่วนบุคคลที่ถูกจำกัดและความยุ่งยากในการไต่เต้าในอาชีพ  กระนั้น ความเสียใจที่เป็นพ่อแม่ก็ไม่ได้มีผลต่อความรักทายาท  ผู้ปกครองเกือบทั้งหมด (๙๗%) รับว่ารักลูก  สำหรับการสอบถามมีการสัมภาษณ์ผู้ปกครองจำนวน ๑,๒๒๘ รายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  ที่ข้องใจเกี่ยวกับ “โครงการลูก” ได้แก่ พ่อแม่ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอีกต่อไป  มีรายได้น้อยหรือได้รับความช่วยเหลือน้อยจากครอบครัวหรือมิตรสหายในการดูแลเด็ก  คนเป็นพ่อแม่จำนวนมากทำงานไม่เต็มเวลาหรือต้องเลิกอาชีพเนื่องจากต้องเลี้ยงลูก 

แต่ Holger Geißler หัวหน้าการศึกษาชี้แจงว่าไม่ใช่ทุกคนเสียใจกับการตัดสินใจมีลูกอย่างสิ้นเชิง  นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง  ส่วนอื่น ๆ ค่อนข้างครึ่ง ๆ กลาง ๆ และมองเห็นด้านที่เป็นบวกของชีวิตครอบครัว  เกือบ ๓ ใน ๔ ของผู้ถูกสอบถาม (๗๓%) จะตัดสินใจมีลูกอีก การเป็นพ่อแม่ส่วนใหญ่สร้างความพอใจมาก  ในจำนวนนี้เป็นบุรุษบ่อยกว่าสตรีเล็กน้อย  สำหรับส่วนใหญ่ความต้องการมีทายาท บิดามารดากลุ่มนี้ไม่ได้แยกทางกันหรือหย่าร้างและบ่อย ๆ ทำงานเต็มเวลา  กระนั้น การอบรมเลี้ยงดูลูกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ๕๒% ของผู้ถูกสอบถามรับว่าลูก ๆ บางครั้งหมายถึงการถูกจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล ในจำนวนนี้ค่อนข้างเป็นมารดามากกว่าบิดาและเป็นผู้เลี้ยงดูบุตรตามลำพังมากกว่าด้วย  เกือบครึ่งหนึ่ง (๔๔%) ของผู้ถูกสัมภาษณ์บางครั้งคิดว่าตนเองต้องเสียสละเพื่อครอบครัว   ๔๔% ของมารดา  แต่เพียง ๒๕% ของบิดา เห็นผลทางลบเนื่องจากลูกต่อความรุ่งโรจน์ด้านอาชีพ  ต่อคำถามที่ว่าสังคมคาดหวังจากแม่ให้ละเว้นการประกอบอาชีพได้รับการเห็นด้วยย่างสูง  โดย ๕๔% ของสตรีและ ๔๖% ของบุรุษเชื่อเช่นนั้น  ที่เห็นพ้องต้องกันสูงที่สุด ได้แก่ เกี่ยวกับการดูแลเด็ก  เกือบ ๒ ใน ๓ (๖๔%) มองเห็นความจำเป็นต้องแก้ไข 

โรคอ้วนจัด

        ความอ้วนจะเป็นปรากฏการณ์หมู่ประชาชนในประเทศเยอรมัน  ในปี ๒๐๑๔ ประชาชน ๗ ล้านคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในคลินิกแพทย์  เนื่องจากน้ำหนักที่เกินขนาดมาก  บริษัทประกันสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง Barmer GEK รายงานว่ามากกว่าในปี ๒๐๑๖ ถึง ๑๔โดยคนไข้ยอมให้หมอผ่าตัดบ่อยขึ้นทุกที  นับแต่ปี ๒๐๐๖ จำนวนการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักในสมาชิกผู้ที่ทำประกันกับ GEK เพิ่มขึ้น ๖ เท่า นับเป็น ๑,๐๗๐ กรณีต่อปี  และในการประกันสุขภาพตามกฎหมายรวมทั้งสิ้นเพิ่มขึ้น ๕ เท่า นับจำนวนเป็น ๙,๒๒๕ กรณี  Christoph Straub ประธานคณะกรรมการกล่าวในการเสนอรายงานโรงพยาบาลของ Barmer GEK แม้ว่าจะยังเป็นตัวเลขกรณีที่ต่ำ  แต่แนวโน้มน่าเป็นห่วง  โรคอ้วนในทุกภูมิภาคของโลกกำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรม  สาเหตุมาจากการบริโภคที่ผิด กินน้ำตาลและไขมันมากเกินไป  ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย  Straub กล่าวว่าคนเราไม่สามารถลดน้ำหนักได้บนโซฟา  แต่ต้องมีการบริโภคที่ครบหมู่และการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อพอเพียง  จำนวนคนไข้โรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป็นสาเหตุของค่าใช้จ่ายที่สูงของบริษัทประกันสุขภาพ  เนื่องจากบริษัทประกันสุขภาพต้องจ่ายค่าผ่าตัด  การลดขนาดกระเพาะหรือกระเพาะ-ลำไส้ให้เล็กลง  เปลี่ยนแปลงร่างกายแบบยืนยาวและเป็นต้นเหตุของค่าใช้จ่ายตามมาที่สูง  เนื่องจากต้องได้รับการดูแลทางแพทย์ต่อไปตลอดชีวิต  โดยเฉพาะในเยอรมันตะวันออกโรคอ้วนเพิ่มขึ้นหนักในปีที่ผ่าน ๆ มา  ที่แคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนส่วนใหญ่ของประชากรก็ประสบปัญหาแล้ว  โดยในปี ๒๐๑๓ ในแคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนประชากร ๑๖.๒% อ้วนจัดเข้าขั้นป่วย

สูญเสียสมาชิกพรรค

        พรรคเก่าทั้งหมดในประเทศเยอรมันสูญเสียสมาชิกต่อไป  สมาคมของกลุ่มสื่อ Funke เปิดเผยโดยอ้างอิงการศึกษาของ Oskar Niedermayer นักวิชาการด้านการเมืองจากเบอร์ลินว่าในปีที่ผ่านมาจำนวนสมาชิกของพรรคที่มีส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรและ FDP ลดลง ๓% หรือ ๓๖,๐๐๐ คน  SPD สูญเสียสมาชิก ๓.๗% และในปี ๒๐๑๕ ยังมีสมาชิก ๔๔๒,๘๑๔ คน  ที่มีสมาชิกมากที่สุดขณะนี้เป็นพรรค CDU อีกครั้งหนึ่ง  โดยสูญเสียสมาชิก ๒.๙เหลือ ๔๔๔,๔๐๐ คน  CSU สูญเสีย ๑.๕% เหลือ ๔๔,๓๖๐ คน  FDP สูญเสีย ๓.๒% เหลือ ๕๓,๑๙๗ คน และพรรคเขียว ๑.๕% เหลือ ๕๙,๔๑๘ คนและพรรคซ้าย ๒.๖% เป็น ๕๘,๙๘๙ คน

สงครามเยอรมันกับกลุ่มไอเอส

        ประเด็นหลักในการแถลงข่าวของนายก ฯ Angela Merkel ได้แก่ นโยบายผู้ลี้ภัยและความมั่นคงภายใน  นางมองเห็นประเทศเยอรมันตกอยู่ในภาวะสงครามกับกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (IS) หลังวินาศกรรมนองเลือดสองครั้งที่ Würzburg และ Ansbach และวางโครงการความมั่นคงใหม่  โดยนางได้กล่าวที่เบอร์ลินเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่านางเชื่อว่าประเทศเยอรมันอยู่ในการต่อสู้หรือในสงครามกับ IS  ขณะเดียวกันเห็นว่าประเทศเยอรมันไม่ได้อยู่ในสงครามหรือการต่อสู้กับอิสลาม  เยอรมันไม่ประสงค์จะขยายปฏิบัติการทางทหารต่อ IS แม้จะมีวินาศกรรมที่มีอิสลามเป็นแรงจูงใจ  โดยบ่งชี้ว่าขณะนี้กองทัพเยอรมันก็มีส่วนร่วมในการทิ้งระเบิด IS ที่ประเทศซีเรียและอิรักแล้ว  ด้วยเครื่องบินลาดตระเวนและเครื่องเติมน้ำมัน  และยังมองไม่เห็นปฎิบัติการเพิ่มขึ้นในขณะนี้ 

นางกล่าวโดยอ้างอิงประโยค “เราทำได้” เมื่อปีที่แล้วว่าเมื่อ ๑๑ เดือนก่อนเธอไม่ได้กล่าวว่า เป็นเรื่องง่ายที่สามารถทำให้เสร็จได้ง่าย  แต่ทุกวันนี้เธอก็ยังเชื่อเช่นครั้งนั้น  ว่าประเทศเยอรมันจะทำหน้าที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาของโลกาภิวัตน์ได้สำเร็จ  นายก ฯ แมร์เคลที่ตกอยู่ภายใต้ความกดดันหนักหลังวินาศกรรมมีปฏิกิริยาโดยประกาศแผน ๙ ข้อ  ซึ่งประกอบด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ดีขึ้นเพื่อปกป้องภัยอันตราย นอกเหนือจากการก่อการร้าย  การเพิ่มบุคลากรของสหพันธ์ การเพิ่มความเข้มงวดกฎหมายอาวุธ การป้องกันมากขึ้นและการวิจัยเกี่ยวกับการก่อการร้ายและการเปลี่ยนแปลงถึงรากฐานของมนุษย์ การซ้อมฝึกกำลังของกองทัพสำหรับการก่อการร้ายใหญ่ ความพยายามเพื่อส่งผู้ลี้ภัยกลับไปยังประเทศที่มาต้องแข็งขันขึ้น  เธอกล่าวว่าแม้จะมีการบรรลุผลบางประการ  แต่ยังไม่เดินหน้าไปอย่างที่ต้องการ  ตามข้อมูลของนายก ฯ ความร่วมมือกับสำนักงานข่าวกรองที่เป็นมิตรกันควรเพิ่มขึ้นและเร่งการคลี่คลายให้เร็วขึ้น  ในระดับยุโรปข้อมูลต้องเชื่อมโยงกัน  นอกจากนี้ควรก่อตั้งศูนย์กลางสำหรับเทคนิคข้อมูลข่าวสาร