วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

วัคซีนโปลิโอ

ตามข้อมูลของศูนย์สำหรับแพทย์ที่เกี่ยวกับการเดินทาง (CRM) ผู้เดินทางไกลควรฉีดวัคซีนที่ให้ผลป้องกันโรคโปลิโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเป้าหมายการเดินทางไปยังเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกกลาง รวมทั้งประเทศอัฟริกันจำนวนมาก  หากการฉีดวัคซีนครั้งสุดท้ายนานกว่า ๑๐ ปีแล้ว ควรฉีดใหม่อย่างน้อย ๑ วันก่อนออกเดินทาง  ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอมาก่อนจำเป็นต้องมีการฉีดคุ้มกันพื้นฐาน  ซึ่งควรดูแลให้มีขึ้นอย่างช้าที่สุด ๖ สัปดาห์ก่อนการเดินทาง  มีการฉีดวัคซีนป้องกันโปลิโอหรือไม่และครั้งสุดท้ายเมื่อใด สามารถดูได้จากสมุดวัคซีนชนิดใหม่  ซึ่งมีช่องสำหรับโปลิโอเป็นของตัวเอง

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ไม้มงคล


          เมื่อต้นปีที่ผ่านมาเพื่อนบ้านด้านขวามือของผู้เขียนขายบ้านและที่ดิน หลังจากหมดใจกับการขออนุญาตเพิ่มเติมแก้ไขดัดแปลงบ้านหลังเก่าของตัวเองกับทางการ ความที่มันยุ่งยากและกินเวลานานเกินความคาดหมาย  วันดีคืนดีเราก็ต้องตกใจตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงดังโครมครามจากข้างบ้าน  เนื่องจากเจ้าของใหม่มาทำการทุบบ้านที่ว่าทิ้ง  หลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ หลังครึ่งค่อนปีผ่านไปตอนนี้บ้านหลังใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่บริเวณหน้าบ้านหลังบ้านที่ยังว่าง ๆ ไม่ได้ทำอะไร เพียงแค่ปรับดินไว้แค่นั้น  ผู้เขียนเห็นแล้วนึกถึงเมืองไทย ว่าถ้าบ้านเสร็จเจ้าของคงนึกถึงการสรรหาไม้ที่ได้ชื่อว่าเป็นไม้มงคลมาปลูก ปลูกต้นอะไรดี แล้วควรปลูกทิศไหนถึงจะดี เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่อย่างสงบร่มเย็น เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย ฯลฯ ซึ่งบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ ก็ว่ากันไป พอดีว่าเคยอ่านเจอจากหลายที่ ก็เลยรวบรวมมาให้อ่านกันเล่น ๆ

         ต้นไม้มงคลมีทั้งหมด ๙ ชนิด ได้แก่
๑.            ชัยพฤกษ์  มีความหมายเพื่อโชคแห่งชัยชนะ
๒.            ราชพฤกษ์  ความยิ่งใหญ่ อำนาจ โชคลาภ ยศถาบรรดาศักดิ์  และยังเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย เรียกกันสั้น ๆ ว่า “คูน”
๓.            ทองหลาง  เป็นมงคลด้านเงินทอง
๔.           ไผ่สีสุก  มีความสุขความเจริญ
๕.           กันเกรา  ป้องกันอันตรายต่าง ๆ
๖.            ทรงบาดาล  บันดาลให้สมปรารถนา
๗.           สักทอง  ไม้ศักดิ์สิทธิ์ สมความปรารถนา
๘.           พยุง  มีฐานะมั่นคง เจริญรุ่งเรือง
๙.            ขนุน เพื่อหนุนให้มั่นคง มั่งคั่ง

เรียกว่าไม่มีให้ปลูกสักชนิดในประเทศเยอรมัน  แต่ก็ไม่เป็นไร ปลูกต้นอะไรที่เราชื่นชอบก็แล้วกัน  อย่างน้อยต้นไม้ก็ไม่เคยสร้างมลภาวะ  มีแต่สร้างความร่มเย็นและสดชื่นให้กับเจ้าของ  และสร้างความสุขใจให้กับผู้ปลูกที่ได้เฝ้ามองความเจริญเติบโตของแต่ละต้น  ส่วนเรื่องว่าอยู่บ้านแล้ว “สุขสบาย” หรือ “รุ่มร้อน” ก็ต้องแล้วแต่พฤติกรรมของคนในบ้านนั้นแล

เรียบเรียงโดย “เอื้อยอ้าย”

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ราคาน้ำมัน


         ราคาน้ำมันคงที่ต่อไปหลังช่วงราคาตก  น้ำมันประเภท Brent จากทะเลเหนือ ๑ บาร์เรล (๑๕๙ ลิตร) ในเช้าวันที่ ๑๕ พฤศจิกายนมีราคา ๖๖.๒๓ ดอลลาร์  มากกว่าหนึ่งวันก่อนหน้า ๑๑ เซนต์  ตรงกันข้าม ราคาสำหรับน้ำมันดิบอเมริกันประเภท West Texas Intermediate (WTI) ตกลงเล็กน้อย ๑ เซนต์เหลือ ๕๖.๒๔ ดอลลาร์  จนถึงเย็นวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมาราคาน้ำมันยังตกอยู่และเพิ่งเพิ่มขึ้นตอนกลางสัปดาห์  นับแต่ต้นเดือนตุลาคมน้ำมันอเมริกันถูกลงเกือบ ๒๐ ดอลลาร์

เวลาทำงาน


         คนทำงานในประเทศเยอรมันทุก ๑ ใน ๔ คนทำงานอย่างน้อย ๒ ครั้งต่อเดือนในวันเสาร์หรืออาจจะมีวันอาทิตย์ด้วย  โดยเป็นผู้รับงาน ๙ ล้านคนในปีที่แล้ว ตามรายงานของ “RedaktionsNetwerk Deutschland  ทั้งนี้ เป็นคำตอบของกระทรวงแรงงานต่อคำถามของพรรคซ้าย  เวลางานที่ไม่ปกติก็แพร่หลายอย่างกว้างขวางด้วย  ตามข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ผู้รับงาน ๖.๘ ล้านคนหรือเกือบทุก ๑ ใน ๕ คนทำงานตอนเย็น  รวมทั้ง ๒ ล้านคนทำงานตอนกลางคืน

ความเป็นมาทางสังคม


         คุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ในประเทศเยอรมันยึดโยงกับความเป็นมาทางสังคมอย่างหนัก  ทั้งนี้ มาจาก “Datenreport 2018” ด้วยตัวเลขจากสถิติอย่างเป็นทางการ  ยิ่งผู้ปกครองมีการศึกษามากและมีฐานะดีเท่าไร  เด็ก ๆ ก็ยิ่งใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะมากขึ้นเท่านั้น  เด็ก ๆ จากครอบครัวที่ยากจนกว่า ไม่ค่อยเล่นกีฬา บริโภคอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ และน้ำหนักตัวมากเกินไปบ่อยกว่า  ในการเลือกโรงเรียนก็ยังคงเห็นได้ต่อไปว่ามีเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวนน้อยที่เติบโตในครอบครัวที่พ่อแม่จบโรงเรียน Hauptschule

ดื้อยาปฏิชีวนะ


         แต่ละปีประชาชนราว ๓๓,๐๐๐ คนทั่วยุโรปเสียชีวิตเนื่องจากผลของการดื้อยาปฏิชีวนะ  โดยไม่มียาปฏิชีวนะใดๆที่ได้ผลต่อสู้กับแบคทีเรียที่ติดเชื้อ  จำนวนกรณีเสียชีวิตดังกล่าวเพิ่มขึ้นนับแต่ปี ๒๐๐๗  ตามรายงานของกลุ่มนักวิจัยนานาชาติในนิตยสารวิชาการ “The Lancet Infectious Diseases“  โดยอ้างอิงข้อมูลของเครือข่ายยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์การดื้อยา (EARS-Net)  ระหว่างประเทศแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันสูงมาก

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

อภิมหาเศรษฐี


         อภิมหาเศรษฐีเงินดอลลาร์ทั่วโลกมีจำนวนมากขึ้นทุกทีและร่ำรวยมากขึ้นทุกที  ตลาดหุ้นที่เติบโต ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างทำให้ทรัพย์สินของประชาชนที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในปี ๒๐๑๗ เพิ่มขึ้น ๑๙% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ๘.๙ ล้านล้านดอลลาร์  
ตามการคำนวณของบริษัทที่ปรึกษา PwC และธนาคารใหญ่ UBS ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคมที่ผ่านมา  ทรัพย์สินขนาดมหึมานี้กระจายกันอยู่ในครอบครองของบุรุษและสตรี ๒,๑๕๘ คน  เฉลี่ยแต่ละคนมีทรัพย์สิน ๔.๑ พันล้านดอลลาร์ 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีนแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว  ในปี ๒๐๑๗ อภิมหาเศรษฐีจีนที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ๓๙% เป็น ๑.๑๒ ล้านล้านดอลลาร์ เป็นส่วนใหญ่ของการเพิ่มขึ้นทั่วโลก  ล่าสุดการศึกษานับชาวจีนในสโมสรอภิมหาเศรษฐีได้ ๓๗๓ คน  (จำนวน ๓๑๘ คนในปีก่อนหน้านี้)  โดยเศรษฐีจีนที่มีวัยเฉลี่ย ๕๕ ปีเด็กกว่าเฉลี่ยของอภิมหาเศรษฐีทั่วโลกที่มีวัย ๖๔ ปี 
Caroline Kuhnert จาก UBS กล่าวว่าเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ธนาคารเห็นพัฒนาการจากโลกตะวันตกย้ายไปยังโลกใหม่ที่เอเชีย  การเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในหมู่อภิมหาเศรษฐีมีขึ้นในเอเชีย  ในปี ๒๐๑๗ เฉลี่ยมีอภิมหาเศรษฐีใหม่ ๓ คนต่อสัปดาห์ สองคนในจำนวนนี้เป็นชาวจีน  แนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปในปี ๒๐๑๘ ด้วย 
ในประเทศเยอรมันจำนวนอภิมหาเศรษฐีก็เพิ่มขึ้นต่อไปในระยะเวลา ๑ ปีจาก ๑๑๗ คนเป็น ๑๒๓ คน  ตามข้อมูลเป็นการเพิ่มสูงที่สุด (๕%) เมื่อเปรียบเทียบกันในยุโรป  อภิมหาเศรษฐีทุก ๑ ใน ๕ คนในยุโรป (๒๐%) มาจากประเทศเยอรมัน  ในประเทศอิตาลีล่าสุดมีผู้ร่ำรวยมาก ๔๓ คน ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ๓๖ คน 
ตามบัญชีรายชื่อของนิตยสาร “Manager” ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ BMW Stefan Quandt และ Susanne Klatten เป็นชาวเยอรมันที่ร่ำรวยที่สุดด้วยทรัพย์สินที่ประเมินว่า ๓๔ พันล้านยูโร  โดยพี่น้องทั้งคู่เป็นเจ้าของสัดส่วน ๔๗% ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์  ลำพังการถือหุ้นก็ทำให้ได้รับเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม ๑.๑ พันล้านยูโร  ตามมาด้วยครอบครัว Reimann จากมันนไฮม์ที่เป็นผู้ก่อตั้งหนึ่งในกลุ่มบริษัทกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของโลก  โดยประเมินว่ามีทรัพย์สิน ๓๓ พันล้านยูโร  อันดับ ๓ ได้แก่ Dieter Schwarz ผู้ก่อตั้ง Lidl ด้วยทรัพย์สินประเมินว่า ๒๕ พันล้านยูโร  อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ไม่นานนิตยสารเศรษฐกิจ “Bilanz” ได้ประเมินทรัพย์สินของ Schwarz สูงกว่านี้อย่างชัดเจน  โดยเห็นว่าเป็นชาวเยอรมันที่ร่ำรวยที่สุดด้วยทรัพย์สิน ๓๙.๕ พันล้านยูโร  อันดับสองตามมาด้วยครอบครัวนักธุรกิจ  Albrecht และ Heister (Aldi Süd) ด้วยทรัพย์สิน ๒๕.๕ พันล้านยูโร  ในขณะที่นิตยสาร “เมเนเจอร์” มองว่าครอบครัวนี้อยู่ในอันดับ ๔ ด้วยทรัพย์สิน ๒๑.๘ พันล้านยูโร