วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ข้อมูลที่น่ารู้ ว่ากันกันว่า…สำหรับนั่งหลังพวงมาลัยกับนักดื่ม

เข้าห้องน้ำบ่อย ๆ กินขนมปังหรือดื่มกาแฟ ฯลฯ  มีทฤษฎีหลากหลายเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถช่วยคนเมาไม่ให้เมาจนฟุบ  Gabriele Bartsch จากสำนักงานใหญ่สำหรับปัญหาการเสพติดเยอรมัน (DHS) กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยไม่ได้จริง  ตัวอย่างการบอกเล่าบางประการและความเป็นจริง
  • ขนมปังดูดแอลกอฮอล์  ไม่จริง  เนื่องจากแอลกอฮอล์เดินทางจากกระเพาะอาหารเข้าสู่เส้นเลือด  ซึ่งขนมปัง ๑ ชิ้นทำอะไรได้น้อยมาก  อย่างไรก็ดี ดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับอาหารจะทำให้เมาช้ากว่า  เนื่องจากโดยทั่วไปจะดื่มช้าลง
  • กาแฟทำให้หายเมา แม้ว่ากาแฟและเครื่องดื่มชูกำลังจะช่วยเร่งชีพจร  ทำให้บางทีรู้สึกฟิตขึ้น  แต่ไม่ได้ลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด
  • เครื่องดื่มผสมไม่ทำให้เมาเหมือน Schnaps  เรื่องนี้ Bartsch กล่าวว่าร่างกายไม่ได้สนใจบรรจุภัณฑ์  หากแต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกาย  อย่างไรก็ดี อันตรายที่จะดื่มมากเกินไปใน Schnaps สูงกว่า  เนื่องจากรับของเหลวน้อยกว่า  ทำให้เกิดความรู้สึกว่ายังมีที่ในกระเพาะอีก  ส่วนเครื่องดื่มผสมบ่อย ๆ แทบไม่รู้สึกถึงรสชาติแอลกอฮอล์  ดังนั้น จึงมักค่อนข้างถูกประเมินผลต่ำ
  • ผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่าทนแอลกอฮอล์ได้มากกว่า ข้อนี้เป็นความจริง  Bartsch กล่าวว่าแต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนที่น้ำหนักมากกว่าสามารถดื่มได้โดยไม่ต้องคิดมาก  ร่างกายจะทนแอลกอฮอล์ได้เพียงไรขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น สภาพร่างกายส่วนบุคคล  ความเคยชินและอาหาร ก็มีบทบาทด้วย
  • แอลกอฮอล์ที่เกินปริมาณจะถูกขับออกไปพร้อมปัสสาวะ ข้อนี้ก็คล้ายคลึงกับเรื่องขนมปัง  แอลกอฮอล์จะเข้าสู่กระแสโลหิตก่อนที่จะไปยังกระเพาะปัสสาวะ
ดังนั้น สิ่งเดียวที่ช่วยได้ คือ ดื่มน้อยลง!

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พักการประท้วงไปอีกนาน

ยกเลิกการเตือนภัยสำหรับผู้โดยสารรถไฟ  หลังการยุติการประท้วงเป็นเวลาเกือบ ๑ สัปดาห์ สหภาพแรงงานคนขับรถไฟ GDL ยังไม่วางแผนการสไตรค์ครั้งใหม่  Claus Weselsky หัวหน้า GDL กล่าวต่อหนังสือพิมพ์ “Frankfurter Allgemeinen Sonntagszeitung” ว่าประเทศเยอรมันและลูกค้าการรถไฟ ฯ ขณะนี้สมควรได้รับการพักและการรถไฟ ฯ พักตรึกตรองแลดูสถานการณ์ก่อนมีการเคลื่อนไหวต่อไป  หลังยุติการประท้วงการรถไฟ ฯ ค่อย ๆ หวนคืนสู่ธุรกิจปกติ  แต่สหภาพแรงงานไม่ประสงค์จะออกความเห็นเกี่ยวกับการพักสไตรค์ไปอีกยาวนาน  โดยขณะนี้ไม่มีแผนการสำหรับการประท้วงครั้งใหม่   Weselsky ปฏิเสธข้อสันนิษฐานว่าครั้งหน้า GDL มีทางเลือกเพียงการสไตรค์โดยไม่มีกำหนดเวลา  โดยกล่าวว่าการสไตรค์โดยไม่มีกำหนดเวลาเป็นเครื่องมือสุดท้าย  ซึ่ง GDL ยังไม่ไปไกลขนาดนั้น  ตามข้อมูลของ GDL ในการสไตรค์ล่าสุดมีสมาชิกเข้าร่วมเฉลี่ย ๓,๓๐๐ คนต่อวัน  Weselsky เปิดเผยว่ามากกว่าการสไตรค์ครั้งก่อนหน้าอย่างชัดเจนและปฏิเสธรายงานข่าวเกี่ยวกับเงื่อนไขการสไตรค์ที่ไม่หนักแน่น  สภาอุตสาหกรรมและการค้าเยอรมันระบุความเสียหายจากการสไตรค์สำหรับเศรษฐกิจเยอรมันราว ๕๐๐ ล้านยูโร  ตามข้อมูลของโฆษก การรถไฟ ฯ ยังไม่สามารถระบุความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการรถไฟ ฯ ได้

เลือกตั้งเบรเมน

หลังการสูญเสียอย่างชัดเจนของทั้งสองพรรคในการเลือกตั้งที่เบรเมนเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลผสมแดง-เขียวที่ร่วมกันบริหารมา ๘ ปีถึงกับสั่นคลอน แม้ว่าพรรค SPD ภายใต้การนำของJens Boehrnsen หัวหน้ารัฐบาลจะชนะการเลือกตั้งอย่างชัดเจนและสามารถก่อตั้งรัฐบาลครั้งใหม่ แต่เป็นผลการเลือกตั้งที่ย่ำแย่ที่สุดนับแต่ปี ๑๙๔๖  พรรคเขียวที่เป็นคู่ผสมของ SPD มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๗ พร้อมผู้สมัคร  Karoline Linnert สูญเสียคะแนนเสียงอย่างหนักหลังผลการเลือกตั้งที่ดีมากในปี ๒๐๑๑  ตามผลการเลือกตั้ง SPD ที่เป็นรัฐบาลบริหารมาโดยตลอดนับแต่ปี ๑๙๔๖ ได้รับคะแนนเสียง ๓๒.๙% (-๕.๗)  CDU ได้รับคะแนนเสียงมาเป็นอันดับ ๒ ด้วยคะแนน ๒๒.๖% (+๒.๒)  ตามมาด้วยพรรคเขียว ๑๕.๓% (-๗.๒)  พรรคซ้าย ๙.๒% (+๓.๖)  FDP ประสบความสำเร็จได้เข้าสภาด้วยคะแนนเสียง ๖.๕% (+๔.๑)  AfD ๕.๕% (+๕.๕)  ผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งอยู่ที่ ๕๐%  ซึ่งต่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  Boehrnsen ได้เปิดเผยในคำชี้แจงเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา ขอรับผิดชอบผลการเลือกตั้งที่ที่เลวร้ายสำหรับพรรค SPD โดยจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง  เขาประสงค์จะเปิดทางให้กับการแต่งตั้งบุคลากรใหม่และนโยบายใหม่ของพรรค  จนกว่าจะถึงวันที่ ๑๘ พฤษภาคมควรดำเนินการพูดคุยกับผู้สมัครที่จะมารับตำแหน่งต่อและยื่นข้อเสนอ  Boehrnsen เป็นรัฐบาลบริหารที่เบรเมนมาตั้งแต่ปี ๒๐๐๕ ทำให้เป็นนายก ฯ ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดในประเทศเยอรมัน  แม้ว่าพรรคคู่ผสมทั้งสองจะสูญเสียคะแนนเสียง  กระนั้น ก็ยังสามารถปกครองเบรเมนต่อไปด้วยคะแนนเสียงข้างมากเฉียดฉิว  ๑ วันหลังการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคทั้งสองยังเปิดกว้างเกี่ยวกับอนาคตของการจับมือผสม  โดยกล่าวว่าประสงค์จะรอสรุปผลลัพธ์ที่เป็นที่แน่นอนแล้วและวิเคราะห์สถานการณ์

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

น้ำมันอะโวคาโดช่วยลดอาการป่วย

นักวิจัยในเม็กซิโกเผยน้ำมันอะโวคาโดช่วยป้องกันโรคเบาหวาน-ความดันโลหิตสูง   อะโวคาโด เป็นที่รู้จักกันดีเรื่องคุณสมบัติในการช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยพบว่าอะโวคาโดยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลายจากปัจจัยทางสภาพแวดล้อมต่างๆ อาทิเช่น การแพร่กระจายของมลภาวะทางอากาศ ได้ด้วย
avcd-09-12-2014
เม็กซิโก เป็นประเทศที่ปลูกอะโวคาโดมากที่สุดในโลก จากข้อมูลของสำนักเลขาธิการด้านเศรษฐกิจของเม็กซิโก ระบุว่า ในปี 2553 เม็กซิโก มีอะโวคาโดเป็นผลิตผลถึง 1.8 ล้านตัน ซึ่งส่งออกไปยังสหรัฐ ญี่ปุ่น แคนาดา และยุโรปเป็นหลัก เฉพาะรัฐมิโชอากังแห่งเดียว ก็ผลิตอะโวคาโดเป็นจำนวนราว 18% ของอะโวคาโดทั้งโลก และราว 95% ของอะโวคาโดทั้งประเทศ
นายคริสเตียน กอร์เตส โรโจ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งมิโชอากัง ในเมืองซาน นิโคลัส ฮิดัลโก กล่าวว่า อะโวคาโด มีบางสิ่งบางอย่างนอกเหนือไปจากรสชาติ ลักษณะ และคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งเขาและทีมงานได้ค้นพบว่า น้ำมันอะโวคาโด มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ที่ช่วยป้องกันผลกระทบจากโรคต่างๆ ในกรณีที่ระบบเซลล์ไมโทคอนเดรียถูกขัดขวาง
ทั้งนี้ ไมโทคอนเดรีย เป็นส่วนประกอบในเซลล์ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ และแปลงพลังงานจากโมเลกุลของอาหาร ไปสู่สารให้พลังงานสูงแก่เซลล์ รวมไปถึงการแบ่งตัวของเซลล์ด้วย อย่างไรก็ตาม ไมโทคอนเดรีย ยังมีโมเลกุลของออกซิเจน ซึ่งสามารถถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นอนุมูลอิสระ หลังจากสัมผัสกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมบางประการ ซึ่งรวมถึงการสูบบุหรี่ รังสี และมลภาวะ อนุมูลอิสระนี้สามารถแปลงโมเลกุล ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีหน้าที่สร้างเซลล์ ให้กลายเป็นอนุมูลอิสระได้เช่นกัน และนั่นเป็นการทำลายการทำงานของเซลล์
จากการทดลองร่วมกับยีสต์เซลล์ ทำให้เห็นผลว่า คุณสมบัติของอะโวคาโด มีส่วนช่วยต้านความชราและโรคบางโรคได้ เช่น โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง “การค้นพบที่สำคัญคือ น้ำมันอะโวคาโด ช่วยเพิ่มพูนกระบวนการทำงานไมโทคอนเดรียของยีสต์เซลล์ ในระหว่างเวลาที่อนุมูลอิสระลดลง นี่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะน้ำมันอะโวคาโด อาจจะสามารถให้ผลเช่นเดียวกันนี้ในมนุษย์ ในกรณีของโรค ที่ทำให้ไมโทคอนเดรียถูกทำลาย น้ำมันอะโวคาโด ก็จะช่วยให้อวัยวะทนทาน หรือต่อต้านอนุมูลอิสระได้มากขึ้น” นายโรโจ กล่าว
อะโวคาโด ซึ่งประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 เช่นเดียวกับวิตามินอี เป็นที่รู้จักในฐานะที่มีคุณสมบัติในการต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่หลอดเลือด ด้วยการลดคอเลสเตอรอลและลดอัตราการเสี่ยง ที่หลอดเลือดจะถูกทำลาย สารต้านอนุมูลอิสระ ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มความแข็งแรง ให้แก่ผนังหลอดเลือด ทั้งยังช่วยให้หลอดเลือดปรับตัวได้ดีขึ้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตอย่างฉับพลัน
ด้วยคุณสมบัติหลากหลายประการนี้ บางพื้นที่ในรัฐมิโชอากัง จึงขนานนามอะโวคาโดว่าเป็น “ทองคำสีเขียว” เพราะเป็นเสมือนอนาคตของเศรษฐกิจท้องถิ่น นอกจากนี้ น้ำมันอะโวคาโดยังมีราคาอยู่ที่ลิตรละ 7.15 ดอลลาร์ เทียบเท่ากับราคาน้ำมันมะกอกเลยทีเดียว

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ร่างกายแข็งแรง

แอปเปิ้ลให้สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีเป็นหลัก ซึ่งปริมาณวิตามินซีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และความสด เนื้อแอปเปิ้ล 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ 6 มิลลิกรัม และให้พลังงานราว 59 แคลอรี ไม่ทำให้อ้วน แต่แอปเปิ้ลก็มีสารอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นทดแทน แบบที่เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นแต่อย่างใด

พลังงานที่ได้จากแอปเปิ้ลมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจคือ แอปเปิ้ลจะให้พลังงานค่อนข้างต่ำและค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกายช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูงเร็วเหมือนกินขนมหวาน จึงเหมาะกับคนไข้เบาหวานด้วยเช่นกัน
เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า “เพคติน” ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง
นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน สารอาหารเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะวิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในแอปเปิ้ล จะช่วยป้องกันโรคหัวใจในผู้ที่รับประทานเป็นประจำ
แอปเปิ้ลเขียว หรือแอปเปิ้ลแดง ที่มีประโยชน์มากกว่ากัน
เมื่อวิเคราะห์จากคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ เปรียบเทียบระหว่างแอปเปิ้ลเขียวและแอปเปิ้ลแดง พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่แอปเปิ้ลแดงมีเหนือกว่าเล็กน้อยคือ ปริมาณของสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์นั่นเอง
ดื่มน้ำแอปเปิ้ล ก็ได้ประโยชน์เท่ากินทั้งลูก?
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่าประโยชน์ของแอปเปิ้ลมาจากองค์ประกอบ 3 ตัวด้วยกันคือ จากเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากบริเวณเปลือก และจากน้ำตาลฟรักโทสที่มีมากในเนื้อแอปเปิ้ล ดังนั้นหากต้องการดื่มน้ำแอปเปิ้ล ควรเลือกวิธีการปั่นทั้งผล โดยไม่ต้องปอกเปลือก เพราะหากใช้วิธีคั้นน้ำ จะทำให้ได้เฉพาะน้ำตาลและสารต้านอนุมูลอิสระอีกเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้อ้วนได้มากกว่าเดิม และไม่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากแอปเปิ้ลอย่างครบถ้วน
กินแอปเปิ้ลอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ในแง่โภชนาการ แอปเปิ้ลไม่ใช่ผลไม้ที่มีวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูงมากนัก เมื่อเทียบกับกล้วย ฝรั่งหรือส้ม แต่หากทานแอปเปิ้ลวันละ 2-4 ลูก โดยไม่ปอกเปลือกก็จะได้รับเส้นใยอาหารและสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ

นิตยสาร  แม่บ้าน

ไปให้ถึงจุดหมาย

การสไตรค์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของการรถไฟแห่งประเทศเยอรมันทำให้ชีวิตของคนทำงานและคนเดินทางสัญจรประสบความยุ่งยาก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมาสหภาพแรงงานคนขับรถไฟ GDL ได้ขยายการประท้วงไปสู่การคมนาคมทางไกล รถไฟในภูมิภาคและรถราง  การประท้วงเกือบ ๑ สัปดาห์ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคมด้วยการคมนาคมขนส่งและควรดำเนินไปถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคมเป็นการประท้วงครั้งที่ ๘ ในความขัดแย้งเรื่องค่าแรง  สิ่งที่คนเดินทางควรทำ
db-14-09-2014
  • ตรวจสอบว่ารถไฟวิ่งหรือไม่  การรถไฟ ฯ ยังประสงค์จะคงบางส่วนของการเดินทางไว้  สำหรับเส้นทางระยะทางไกลราว ๓๐% ของทุกเที่ยวควรยังวิ่งอยู่  ในการคมนาคมในภูมิภาคควรเป็น ๑๕-๖๐%  ตารางการเดินทางสำรองดูได้ใน bahn.de/liveauskunft  ในสมาร์ทโฟนผู้โดยสารพบข้อมูลนี้ได้ใน App DB Navigator หรือ m.bahn.de  ข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วงมีในหมายเลขโทรศัพท์ฟรี ๐๘๐๐๐ ๙๙๖๖๓๓ ด้วย
  • ในความล่าช้าเรียกร้องเงินคืน ตามกฎหมาย ในการล่าช้าตั้งแต่ ๑ ชั่วโมงขึ้นไปผู้โดยสารจะได้รับ ๒๕% ของราคาค่าโดยสารคืน  ตั้งแต่ ๒ ชั่วโมงขึ้นไป ๕๐%  ในกรณีเฉพาะบางกรณีผู้โดยสารที่ต้องคำนวณการล่าช้าอย่างน้อย ๖๐ นาทีที่จุดหมายปลายทางสามารถโดยสารยานพาหนะอื่น เช่น รถเมล์หรือแท็กซี  หากช่วงเวลามาถึงตามกำหนดอยู่ระหว่าง ๐-๕ นาฬิกาในตอนเช้า การรถไฟ ฯ จะชดเชยค่าใช้จ่ายให้ถึงอย่างมาก ๘๐ ยูโร  โดยผู้โดยสารต้องเก็บตั๋วโดยสารรถเมล์หรือใบเสร็จของแท็กซี่ไว้
  • ใช้รถไฟเที่ยวอื่น หากไม่มีเที่ยวเดินทางในตารางเดินทางสำรอง ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนไปขึ้นคันอื่น  โดยได้รับอนุญาตให้ขึ้นรถไฟที่มีราคามากกว่าด้วย
  • ขอคืนตั๋วโดยสาร การรถไฟ ฯ เสนอลูกค้ารับคืนตั๋วโดยสารและการสำรองที่นั่งระหว่างการสไตรค์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ในเส้นทางที่รถไฟวิ่งด้วย
  • ทางเลือก สำหรับผู้โดยสารจำนวนมากรถบัสโดยสารทางไกลเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุด  นอกจากนั้นมีการเดินทางร่วม โดยในอินเตอร์เน็ตผู้ขับรถยนต์เสนอที่นั่งว่างในรถเป็นทางเส้นทาง

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ทับทิม อาหารเป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ 8,000 ปี & วิธีทำน้ำทับทิมสด…ดื่มเพื่อสุขภาพ

ในเมืองไทย นิยมปลูก ทับทิม เป็นต้นไม้มงคลไว้ตามบ้านหรือร้านค้า แต่เวลามีลูก ก็ปล่อยแตก แห้งอยู่กับต้น เป็นผลไม้ธรรมชาติที่ปลูกในบริเวณบ้านแต่ส่วนใหญ่ไม่นิยมนำมาใช้เป็นอาหาร เช่นเดียวกับผลไม้อื่นๆ เพราะมีเมล็ดมาก เนื้อมีรสเปรี้ยว เมล็ดแข็ง แกะยาก ฯ
20140922_164141
เด็กๆบางคนไม่รู้จักเลยว่าเป็นผลไม้ชื่ออะไร เพราะปกติก็ไม่มีวางขาย มามีไม่กี่ปีนี้ที่ผ่านมา ทับทิมมีแม่ค้านำมาขายในตลาด ขายดิบขายดี แต่เป็นทับทิมที่มาจากต่างประเทศ  เช่น จีน เป็นทับทิมเมล็ดนิ่มเคี้ยวเมล็ดกลืนได้ง่าย ส่วนที่ขายตามห้างใหญ่ๆราคาสูงมาก น่าจะมาจากประเทศอื่น ในประเทศไทยเราก็มีปลูกเป็นสวนใหญ่ๆ และมีการผลิตน้ำทับทิมขายแล้วเช่นกัน เช่นที่ อ.พบพระ  จ.ตาก ฯ
แต่การออกจำหน่ายไม่ทั่วถึงคนไทยทั้งประเทศ คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องซื้อของจีน ซึ่งมีปีละครั้ง ผลไม้จากจีนหลายชนิด มาขายในไทยแล้วขายดีมากด้วย แต่ในความรู้สึกของผู้ซื้อส่วนหนึ่ง จะกังวลเรื่อง ยาสารเคมีที่อยู่ในผลไม้แต่ละชนิดว่ามีมากหรือไม่มี แต่ก็ซื้อเพราะอร่อย และราคาไม่แพงมาก การที่จะมียาสารเคมีตกค้างในผลไม้หรือไม่นั้นผู้ซื้อไม่สามารถทราบได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ชนิดไหนที่วางขาย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาลหรือนอกฤดูกาล เพราะมีผู้ปลูกพืชผลขายนั้นมีน้อยรายที่จะนึกถึงสุขภาพของผู้ซื้อ
ทับทิม เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและมีสรรพคุณอย่างไร  ดังนี้คือ
บทความแรก ที่จะบอกกล่าวให้ทราบนี้เป็นบทความที่ผู้เขียนตัดเก็บไว้หลายปีแล้ว ก่อนที่จะเขียนบันทึกได้รวบรวมข้อมูลเรื่องทับทิมที่จะเขียน ซึ่งที่ท่าน สาโรจน์ ชวนะวิรัช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปัจจุบันท่านอายุ 70 ปี เขียนนั้นทำให้เราทราบว่าความเป็นมาของทับทิม การค้นคว้าวิจัย การผลิตขาย ฯ โดยเฉพาะเป็นผลไม้อาหารเป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ และสรรพคุณเยี่ยมมาก
มารีบผลิตน้ำทับทิมดื่มกันเถิด
ทับทิม เป็นผลไม้ที่มีมากในเมืองไทยชนิดหนึ่ง และมีชื่อเรียกต่างๆกันตามภูมิภาค เช่น พิลา พิลาขาว มะถือ และมะก่องแก้ว เป็นต้น มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Punica Granata ชื่อวงศ์ว่า Punicaceae ส่วนภาษาอังกฤษ เรียกว่า Pomegranaate หรือ Punic Apple
บทความในหนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้เคยลงไว้ว่า ทับทิมเป็นผลไม้ที่สวยงามและมีกลิ่นหอมมาก ทับทิมสามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงแล้วเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจาก เปอร์เชีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) และมีในแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัยด้วย
สำหรับจีนเอง ก็ถือว่า ทับทิมเป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแก่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้ว ในประเทศเปอร์เชีย โบราณมีความเชื่อว่า คุณค่าทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้จากสวรรค์ หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้าเลยทีเดียว
ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียม และแคลเซียม Tannin Polyphenolic ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งสิ้น เช่น ระบบฟอกโลหิต และระบบหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เชีย ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน ระบุว่า ทับทิมมีประโยชน์ดังต่อไปนี้
สารฟื้นฟูสภาพเดิมของหัวใจและตับ การฟอกไต และท่อปัสสาวะ สมรรถนะในการส่งเสริมการย่อย ขจัดไขมันส่วนเกิน เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยป้องกันการแพ้ท้อง ช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน ปรับปรุงระบบการฟอก และหมุนเวียนโลหิต การฟื้นฟูจากโรคเบาหวาน สมรรถนะในการกลั้นเสมหะ ต่อต้านการเสื่อมสมรรถนะทางเพศ และเพิ่มพลัง ป้องกันโรคขี้หลงขี้ลืมในผู้สูงอายุ ทำให้ผิวหน้าสวย
การวิจัยทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พบว่าในน้ำทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด และมีประสทธิภาพสูงมาก งานวิจัยแรกพบว่า สารจากน้ำทับทิมสามารถลดภาวะการณ์แข็งตัวของเส้นเลือดจากไขมันในเลือดสูงได้ อีกรายงานยังสรุปว่าทำให้เส้นเลือดที่หนาตัว และมีไขมันสะสม ซึ่งเป็นเส้นเลือดที่ไม่ดี มีความหนาตัวลดลง และลดไขมันที่สะสมลงอีกด้วย
มีรายงานการให้สารทับทิมในหนูทดลอง ก่อนที่จะให้สารพิษคาร์บอนเตตราคลอไรด์ต่อตับ พบว่าหนูที่ได้รับสารจากทับทิมมีฤทธิ์ป้องกัน การเป็นพิษต่อตับได้จริง ยังมีงานวิจัยอีกว่า ทับทิมในรูปน้ำคั้นสดและผ่านการหมัก มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งทรวงอกได้จริงอีกด้วย
ในประเทศญี่ปุ่น มีการแนะนำทับทิมทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ว่า ทับทิมมีสรรพคุณ ในการบรรเทาโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มพลัง เพิ่มความงาม และประโยชน์อื่นอีกมากมาย ทำให้ทับทิมเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง
การศึกษาค้นคว้าในประเทศอิสราเอลก็เช่นกัน ศาสตราจารย์ Michacl Aviram ค้นพบว่า การดื่มน้ำทับทิมคั้นวันละแก้ว จะช่วยเสริมสุขภาพของหัวใจให้ดีขึ้น นอกจากนั้นการศึกษาในขั้นต้นยังค้นพบด้วยว่า น้ำทับทิมประกอบด้วยสารที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียว หรือไวน์แดงในปริมาณที่เท่ากันถึง 3 เท่าตัวด้วย
ในปัจจุบัน ได้มีการค้นคว้าและแปรรูปทับทิมมากมาย จากหลายประเทศทั่วโลกเช่น ในประเทศเยอรมนี นอกจากจะมีการผลิตสินค้าจากน้ำทับทิมเข้มข้นแล้ว ยังได้นำเมล็ด ใบ และดอก มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าหลากหลายชนิด และกำลังวางแผนที่จะส่งออกมาจำหน่ายในประเทศไทยด้วย
แต่ประเทศที่น้ำทับทิมกำลังฮิตที่สุดก็คือ สหรัฐอเมริกาด้วยฝีมือของสามีภรรยา Resnicks แห่งลอสแองเจลิส พวกเขาได้ไปซื้อที่นา 100 เอเคอร์ เมื่อปีค.ศ 1978 ซึ่งมีแต่ต้นทับทิมปลูกอยู่เต็ม และไม่รู้จะทำอะไรกับต้นทับทิมเหล่านี้ เพราะคนอเมริกันรู้จักทับทิมเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น เวลาผ่านไป 12 ปีครอบครัว Resnicks จึงไปอ่านพบเอกสารซึ่งแสดงว่าไม่แต่พวกเปอร์เซียเท่านั้น แต่คนอียิปต์โบราณ และต่อมาพวกโรมัน และพวกกรีกต่างก็ใช้ทับทิมเป็นยามาหลายพันปีแล้ว
ขณะเดียวกันก็ได้ยินข่าวที่ Dr.Aviram นักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอลที่กล่าวถึงขั้นต้น ก็กำลังทำการค้นคว้าเรืองสารต่อต้านอนุมูลอิสระในไวท์แดงอยู่จึงได้เดินทางไปขอ Dr.Aviram ค้นคว้าทับทิมให้ด้วย ซึ่งในที่สุดก็ปรากฏว่ามีสารดังกล่าวมากกว่าไวท์แดงเสียอีก ครอบครัว Resnicks ซึ่งได้เริ่มกิจการผลิตน้ำทับทิมในปี ค.ศ. 2002 จึงได้เริ่มโหมตลาด และโฆษณาเป็นการใหญ่จนยอดขายได้เพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ. 2003 เป็น 91 ล้านเหรียญในปัจจุบัน
นอกจากนั้นในการเป็นนักธุรกิจที่มองการไกล นายและนาง Resnicks ก็ได้ลงทุนมหาศาลไปถึง 17 ล้านดอลลาร์ ในการค้นคว้าสรรพคุณของทับทิมต่อไป ซึ่งล่าสุด Dr.Allan Pantuck แห่งมหาวิทยาลัย UCLA ก็ได้เผยแพร่ผลจากการศึกษา3 ปีเต็ม ยืนยันได้ว่าทับทิมมีผลช่วยยกระดับ PSA ในผู้ป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากได้อีกด้วย ครอบครัว Resnicks ได้โหมโฆษณาสรรพคุณของน้ำทับทิมเป็นวิเศษสุด โดยในที่สุดทางการสหรัฐได้ยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง และครอบครัว Resnicks ก็ได้ลดการบรรยายสรรพคุณในการโฆษณาลงไปบ้างในขณะนี้
ทับทิมเป็นผลไม้ที่มีมากและรู้จักกันอย่างแพร่หลายในเมืองไทย และบรรดาแพทย์ของเราก็ได้รู้สรรพคุณของการใช้เปลือกทับทิมมารักษาโรคท้องร่วง หรือแผลเป็นหนองเป็นอย่างดีมานานแล้ว แต่ผมไปสำรวจซุปเปอร์มาร์เก็ตมาแล้ว ยังไม่เป็นมีน้ำทับทิมออกจำหน่ายเลย ปัจจุบันนี้ไทยก็มีโรงงานผลิตน้ำผลไม้มากมาย และก็มีวิทยาการก้าวหน้ามากพอตัว จึงควรรีบเร่งผลิตน้ำทับทิมออกสู่ตลาดไทย และตลาดโลกโดยเร็วที่สุด ซึ่งก็จะเป็นการช่วยเหลือชาวไร่ชาวสวนของเราไปด้วยในตัว ก่อนที่ฝรั่งจะส่งน้ำทับทิมเข้ามาให้คนไทยบริโภคเอง
น้ำทับทิมคั้นสด
เมื่อทับทิมแก่ที่ต้นหรือซื้อมาล้างผิวให้สะอาด ป้องกันเวลาแกะเมล็ดมือจะได้ไม่เปื้อนสิ่งที่อยู่ที่ผิวเปลือก โดยเฉพาะทับทิมที่ซื้อมา
ผ่าครึ่งกดมีดเบาๆที่ผิว ค่อยๆแกะเมล็ดด้วยมือ หรือนำไม้มาเคาะบนเปลือกแรงๆ เมล็ดจะล่วงลงมา ซึ่งหากเราไม่ทำน้ำดื่ม เราก็ทานทั้งเมล็ดๆไม่ควรคายทิ้งเคี้ยวให้หมดและกลืนลงท้องไป เพราะเมล็ดทับทิมมีประโยชน์มากๆ
เตรียมน้ำดื่มสะอาดที่เราดื่มหรือจะใช้น้ำต้มสุกที่เย็นก็ได้
พอประมาณ กับทับทิมที่เราจะทำน้ำดื่ม หรือบ้านไหนมีเครื่องแยกกากก็ทำได้ จะได้น้ำทับทิมเข้มข้น หรือเพิ่มน้ำตามใจชอบ
น้ำทับทิมแก้วนี้ ใช้วิธีปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้า แล้วกรองเมล็ดส่วนที่ไม่ละเอียดออกเพื่อเวลาดื่มจะได้ไม่ติดขัด เมล็ดที่อยู่ในตะแกรงเราก็นำมาเคี้ยวได้ ถ้าทำมาก แนะนำให้นำเมล็ดที่น้ำออกแล้ว  ตากแดดหรืออบให้แห้ง บดเป็นผงไว้ชงดื่มหรือใส่แคปซูล เป็นยาได้อย่างดีตามสรรพคุณที่กล่าวข้างต้น กรณีที่ไม่มีเครื่องปั่น จะใช้มือบีบแรงๆโดยตรงหรือนำใส่ถุงผ้าขาวบาง หรือใช้ไม้ทุบถุงผ้ามีภาชนะรองด้านใต้ไว้ หรือตำในครกทรงสูง แล้วกรอง ก็จะได้น้ำทับทิมดื่มสดๆ สีของน้ำทับทิมจะชมพูมากน้อยอยู่ที่สีของเมล็ดทับทิมที่เราทำแต่ละครั้ง การจะเติมความหวานเพิ่มหรือไม่ โดยใช้น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง ฯ แล้วแต่ผู้ดื่ม
20150508_135904
น้ำทับทิม เราทำได้เองแบบง่ายๆ ดื่มทันทีหรือแช่เย็นแล้วแต่ชอบ น้ำทับทิม สีอ่อนหรือสีเข็ม อยู่ที่สีของเมล็ดทับทิม และการเพิ่มน้ำเปล่า ปริมาณที่ทำ ที่เขาทำขายใช้เนื้อทับทิมปริมาณมาก สีจึงเข็มกว่าในแก้วนี้ และแก้วนี้ไม่ได้เติมความหวาน
20150508_135924