วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

ภาพลักษณ์เยอรมันในสายตานานาชาติ

        จากการศึกษาของสมาคมเพื่อการทำงานร่วมกันนานาชาติ (GIZ) ที่สอบถามประชาชนจาก ๒๖ ประเทศเกี่ยวกับภาพลักษณ์ประเทศเยอรมันของตนได้ผลว่าประเทศเยอรมันผ่อนคลายขึ้น โดยการระบุว่าบุคลิกชาวเยอรมันที่ไม่มีอารมณ์ขันที่มองเห็นโดยชาติอื่น ๆ ถูกแทนที่ใหม่ด้วยภาพ “อารมณ์ขันแบบเยอรมัน” และถึงกับมีการค้นพบ “ความผ่อนคลายใหม่”  ผู้ทำการศึกษาพบว่าแม้ว่าสมรรถภาพในการแข่งขันเยอรมันจะยังคงได้รับความชื่นชมเช่นเคย  แต่สมรรถภาพในนวัตกรรมทุกวันนี้ถือว่าไม่ยอดเยี่ยม  เหตุผล ได้แก่ ความกลัวการล้มเหลวเกินขีด กระบวนการที่ยุ่งยากของการเห็นพ้องกันและกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไป  ภาพลักษณ์ประเทศเยอรมันที่มีสมรรถภาพมีรอยตำหนิผ่านปัญหาโครงการในเมืองใหญ่บางโครงการ เช่น สนามบินเบอร์ลินหรือ Elbphilharmonie  ซึ่งทำตัวเองให้เป็นที่ขบขันในต่างประเทศ  ที่ไม่เข้ากันในสายตาของผู้ถูกสอบถามชาวต่างชาติจำนวนมาก ได้แก่ การดูที่ว่ารักสันติของเยอรมัน  แต่ขณะเดียวกันการส่งออกอาวุธไปทั่วโลกของประเทศเยอรมัน  ความเห็นที่ว่าตรงนี้ประเทศเยอรมันมี  ๒ มาตรฐานได้รับการแสดงออกหลายครั้ง  ที่ชาวเยอรมันได้รับความไม่เข้าใจสูงขึ้นก็ได้แก่ การตัดสินใจที่จะเลิกการใช้พลังงานปรมาณู  การเปลี่ยนหักเหด้านพลังงานเป็นการปฏิวัติด้านความคิด  แต่ไม่ใช่ในการนำไปใช้  ตามการศึกษา เบื้องหลังความปรารถนาที่ได้รับการแสดงออกบ่อย ๆ ว่าสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันควรเล่นบทบาทในนโยบายต่างประเทศที่เข้ากับขนาดและพลังด้านเศรษฐกิจ อยากเห็นบทบาทประเทศเยอรมันควรทำตัวเป็นตัวถ่วงดุลย์สหรัฐอเมริกาแอบซ่อนอยู่

ศิลปินในวงการเพลงภาษาเยอรมัน (134) Wildecker Herzbuben


เอกอัครราชทูต  วิญญู แจ่มขำ

            Wildecker Herzbuben เป็นวงดนตรีของคู่นักร้องเพลงลูกทุ่งชาวเยอรมันจากเมือง Wildeck ทางตอนเหนือของรัฐเฮ้สเซ่น ก่อตั้งขึ้นในปี ๑๙๘๙ (พ.ศ. ๒๕๓๒) โดยนาย Wolfgang Schwalm ผู้เล่นหีบเพลงชักและเป่าทรัมเป็ตกับร้องเพลง และนาย Wilfried Gliem ผู้เล่นกีต้าร์และหีบเพลงชักกับร้องเพลง

            นาย Wolfgang Schwalm เกิดที่เมือง Görzhain เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๕๔ (พ.ศ. ๒๔๙๗) เดิมทำอาชีพช่างติดตั้งไฟฟ้า แล้วมาเป็นหัวหน้าแผนกของกิจการขายส่งแห่งหนึ่ง ส่วนนาย Wilfried Gliem  เกิดที่เมือง Obersuhl เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ค.ศ. ๑๙๔๖ (พ.ศ. ๒๔๘๙) ทำอาชีพขายประกัน แล้วมาเป็นผู้จัดการของนาย G. G. Anderson นักร้องเพลงสมัยนิยมเยอรมันคนหนึ่ง ทั้งคู่เคยเล่นดนตรีให้วง Curocas ซึ่งเป็นวงดนตรีเล่นคลอสำหรับนักร้อง G. G. Anderson ซึ่งต่อมาได้เป็นผู้ผลิตเพลงให้วง Wildecker Herzbuben 

          ในปี ๑๙๘๙ (พ.ศ. ๒๕๓๒) นาย G. G. Anderson กำลังหานักร้องคู่มาร้องเพลง Herzilein ซึ่งแต่งโดยนาง Carola และนาย Burkhard Lüdtke เขาจึงถามทั้งคู่ว่าสนใจจะร้องเพลงนี้ไหม ทั้งคู่ตอบรับ ดังนั้นในปีนั้น แผ่นเสียงเพลงแรกของวงดนตรีและนักร้องคู่ในชื่อ Wildecker Herzbuben จึงได้บันทึกออกมา เพลงดังกล่าวเป็นเพลงลูกทุ่งที่ได้รับความสำเร็จอย่างดี ทำให้ทั้งคู่มีงานแสดงทั้งทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์มากมาย รวมทั้งการเดินทางไปแสดงในที่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศ เมื่อครั้งยังเป็นเยอรมนีตะวันออก ได้มีวงดนตรีชื่อใกล้เคียงกันคือ Die Herzbuben แต่ในปี ๑๙๙๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Die Prinzen แล้ว

            หลังจากนั้น ทั้งคู่ได้มีผลงานเพลงลูกทุ่งออกมาเรื่อย ๆ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงชุดแต่งกายสำหรับการแสดงดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน ในปี ๑๙๙๕ (พ.ศ. ๒๕๓๘) นาย Dieter Bohlen ได้แต่งและผลิตเพลงชุด Kuschelzeit ให้ นอกจากรายการแสดงตามเวทีต่าง ๆ แล้ว ทั้งคู่ยังได้รับเชิญไปแสดงหนังบ้าง รวมทั้งได้ร่วมกับนาย Heinz Günther Heygen และนาย Rainer Schlag จัดทำ Kochbuch Kochen mit Schwung auf den Markt และได้ออกเพลงชุดใหม่และเพลงที่รู้จักกันจากเยอรมนีภาคเหนือชื่อ So schön ist der Norden เพื่อให้เข้ากับหนังสือดังกล่าว

          ทั้งคู่ได้รับรางวัล Goldene Stimmgabel ๒ ครั้ง  รางวัลแผ่นเสียงทองคำและทองคำขาวหลายครั้ง รวมทั้ง Doppelplatin, RSH-Gold, Edelweiß, Faustorden des Handwerker Karnevalsverein Weimar 


          ตั้งแตปี ๒๐๐๔ (พ.ศ. ๒๕๔๗) นาย Wilfried Gliem ได้รับการแต่งตั้งเป็นราษฎรกิตติมศักดิ์ของ Gemeinde Wildeck และนาง Elke Gliem ภรรยา ก็เป็นญาติกับนาย Bruce Willis ดาราหนังฮอลลีวู้ดอีกด้วย









วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

ดูแลต้นไม้ใบหญ้า

       ผู้เขียนและคนใกล้ตัวชอบปลูกต้นไม้กันทั้งคู่  ต่างคนก็ซื้อหาต้นนู่นนี่มาปลูกตามใจฉัน  ไม่มีแบบแผนจนในบ้านนอกบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า  ก่อให้เกิดปัญหาในการดูแล  โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนเป็นบ้าหลังเช่นขณะนี้  ซึ่งไม่เพียงแต่คนเราเท่านั้น  แต่ต้นไม้ก็ชอบความร้อนและความแห้งแล้งเช่นเดียวกัน  ทำให้ต้องรดน้ำกันทุกวันเลยทีเดียว  ผู้เขียนนั้นรดตามอารมณ์  ส่วนใหญ่มักเป็นตอนเย็น ๆ  ที่แดดร่มลมตก  ส่วนคุณสามีเธอประเดประดังรดมัน ๓ เวลา  บอกว่าอย่ารดกลางวันตอนแดดเปรี้ยงก็ไม่เชื่อ  จึงต้องหาคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญมายืนยันว่ามันไม่ดีจริงนะ  การอยู่ดี ๆ ก็หาน้ำไปรดสามารถก่อให้เกิดความเสียหายมากกว่าให้ประโยชน์  การรดน้ำบ่อย ๆ กระตุ้นให้เกิดโรค ทากมากินใบ  และแดดเผา  ในวันอากาศร้อน ๆ การรดน้ำแบบผิดวิธี  สามารถก่อความเสียหายให้ต้นไม้เกือบเท่ากับปล่อยให้มันอดน้ำ  สิ่งที่นักทำสวนมือใหม่ควรระมัดระวัง


เวลารดที่เหมาะ  ผู้ที่รดน้ำตอนกลางวันทำให้ต้นไม้ถูกแดดเผา  เนื่องจากหยดน้ำบนต้นไม้ส่งผลขณะแดดออกเหมือนแก้วรวมแสง  ตามข้อมูลของสมาคมสวน คนจัดสวน ภูมิทัศน์และสนามกีฬาแห่งประเทศเยอรมัน (BGL) ระหว่างกลางวัน ๙๐% ของความชื้นหลังรดสนามหญ้าสามารถระเหยไป  ในตอนเช้าความชื้นจะหายไปเพียง ๒๕-๒๐%  ตามจริงนักทำสวนเป็นงานอดิเรกควรตื่นเช้า  เนื่องจากตามข้อมูลของสมาคมนักทำสวนรายย่อยแห่งประเทศเยอรมัน (BVE) เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการรดน้ำอยู่ระหว่าง ๓-๔ นาฬิกาในตอนเช้า  เนื่องจากพื้นดินบรรลุความเย็นสูงสุดในตอนนั้น  แต่รดภายหลังจากนั้น ๑-๒ ชั่วโมงก็ยังดี  ส่วนในช่วงเย็นพื้นดินยังคงร้อนอยู่  น้ำจึงระเหยไปมากเช่นเดียวกัน  แต่ที่แย่กว่าคือการที่ความชื้นไม่สามารถแห้งลงเป็นเวลานาน  ซึ่งโรคเชื้อราชอบและดึงดูดทาก
       คำแนะนำเพิ่มเติมของสถาบันสวนแห่งไบเอิร์น  เพื่อให้น้ำลงไปถึงชั้นใต้ดินลึก ๆ และเพื่อให้ไปถึงราก หลังการรดน้ำคนทำสวนจะพรวนดิน  ทำให้ไม่มีช่องโหว่และนำพาน้ำลงไปลึกลง  โดยทั่วไปที่ดีก็ได้แก่ เศษหญ้าคลุมดิน  เพื่อระงับไม่ให้น้ำระเหยไป
เทคนิค  ผู้ที่รดน้ำจากข้างล่างกระตุ้นโรคพืช  เนื่องจากความชื้นบนใบเป็นอาหารที่ดีให้กับสปอร์  หากใช้หัวฉีดฉีดเป็นฝนจากด้านบน  ในด้านหนึ่งจะกระทบเป็นสายแรง  ในอีกด้านหนึ่งสำหรับไม้พุ่ม การเติบโตหนาแน่นทำให้น้ำไปไม่ถึงดิน  ที่ถูกต้องคือรดน้ำใกล้พื้นเสมอ  นั่นคือเหนือรากโดยตรง ตามคำชี้แจงของสำนักงานให้ข้อมูลผู้บริโภค (aid)
ปริมาณ  ผู้ที่รดน้ำไม้กระถางทีเดียวหมด  ทำให้สิ้นเปลืองน้ำโดยไม่ให้ประโยชน์  เนื่องจากดินที่แห้งไม่สามารถรับความชื้นได้โดยตรง น้ำจำนวนมากจะไหลลงโดยไม่ได้ใช้  BVE ให้คำแนะนำว่าแรกทีเดียวให้พรมพื้นผิวดินและหลังการรอ ๒-๓ นาทีจึงรดน้ำจริง
ความถี่  ผู้ที่รดน้ำไม่เพียงพอทำให้รากของสนามหญ้าเติบโตแบบราบ ๆ เนื่องจากกระหายน้ำเบื้องบน  ผลคือรากแห้งเร็วขึ้น  สมาคมสนามหญ้าเยอรมันจึงแนะนำไม่ให้รดน้ำสนามหญ้าทุกวัน  แต่รดเยอะ ๆ ช่วงที่แห้งแล้งควรรดน้ำไปจนถึงราก ๑-๒ ครั้งต่อสัปดาห์  BVE แนะนำน้ำราว ๑๐-๑๕ ลิตรต่อสนามหญ้า ๑ ตารางเมตร  แต่ใต้ต้นไม้หญ้าต้องการน้ำบ่อยกว่า  เนื่องจากต้นไม้ก็ดูดน้ำไปใช้ด้วย

เรียบเรียงโดย “เอื้อยอ้าย”


ข้อมูล Aachener Zeitung

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

        ตามข้อมูลการวิจัยใหม่  การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอย่างน้อย ๑ เมตรในรอบ ๑๐๐-๒๐๐ ปีข้างหน้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว  Michael Freilich หัวหน้าผ่ายวิจัยโลกของสำนักงานอวกาศของสหรัฐอเมริกา (องค์การนาซา) กล่าวว่าทำให้แผ่นดินที่ตั้งอยู่ต่ำตกอยู่ในอันตรายที่จะจมใต้น้ำ  ในจำนวนนี้รวมประเทศเกาะและเมืองใหญ่ ๆ เช่น โตเกียวและสิงคโปร์  เขาชี้แจงว่าประชาชนมากกว่า ๑๕๐ ล้านคน  ส่วนใหญ่ของจำนวนนี้อยู่ในเอเซียใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระดับ ๑ เมตรของระดับน้ำทะเลปัจจุบัน  ข้อมูลดาวเทียมใหม่แสดงพัฒนาการของระดับน้ำทะเล นาซาและสำนักงานอวกาศของฝรั่งเศส (CNES) ได้เริ่มต้นการวัดจากอวกาศในปี ๑๙๙๒  โดยนับแต่ปี ๑๙๙๒ มหาสมุทรสูงขึ้นเฉลี่ย ๗.๖ เซนติเมตร  บางแห่งถึงกับมากกว่า ๒๓ เซนติเมตร  การเพิ่มขึ้นมาจากเทือกเขาน้ำแข็งที่กำลังละลาย  แต่จากอุณหภูมิอุ่นขึ้นของมหาสมุทรที่ทำให้น้ำขยายตัวขึ้นด้วย  นักวิจัยวิตกกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับการละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์  ที่นั่นในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาน้ำแข็งละลายเฉลี่ย ๓๐ กิกะตันต่อปี  น้ำแข็งที่แอนตาร์กติกละลายเฉลี่ย ๑๑๘ กิกะตันต่อปี  Josh Willis นักวิจัยด้านมหาสมุทรของนาซากล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ค้นพบคือพื้นที่น้ำแข็งละลายเร็วกว่าที่คาดกันก่อนหน้านี้  และกระบวนการนี้มีอันตรายว่าจะเร็วขึ้นต่อไป  เขาเตือนว่าขณะใดขณะหนึ่งใน ๒๐ ปีข้างหน้าจะมีการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของระดับน้ำทะเลที่เร็วขึ้น  จึงต้องเตรียมตัวไว้  Tom Wagner กล่าวว่าหากชั้นของน้ำแข็งยุบตัวลงเร็ว  การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ๓ เมตรใน ๑๐๐-๒๐๐ ปีข้างหน้าเป็นไปได้  กระนั้น ตามการวัดของนาซา การละลายของน้ำแข็งที่เกิดขึ้นแล้วจนถึงปัจจุบันทำให้มนุษยชาติเผชิญกับความท้าทายสูง  ขณะนี้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลก็แสดงตัวสูงกว่า ๑ เมตรแล้ว  ทำให้มลรัฐฟลอริดาตกอยู่ในอันตรายจากการถูกน้ำท่วม  Steve Nerem ผู้เชี่ยวชาญของนาซาพยากรณ์ว่าในอนาคตจะยิ่งแย่กว่านี้แน่นอน

งานอดิเรกของชาวเยอรมัน

        ทำอะไรโดยไม่วางแผน นอนให้เต็มอิ่ม  หรือไปเที่ยวสุดสัปดาห์ ฯลฯ  ชาวเยอรมันอยากทำอะไรมากมายในเวลาว่าง  แต่ในความเป็นจริง ชาวเยอรมันจำนวนมากนั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ตแซงขึ้นมา  ระหว่างนี้ในประเทศเยอรมัน ๓ ใน ๔ ของประชาชนออนไลน์อย่างน้อย ๑ ครั้งต่อสัปดาห์ 

ผู้เขียนรายงานการศึกษา “Freizeit-Monitor“ ของมูลนิธิสำหรับปัญหาอนาคต ที่ได้รับการเสนอปีละครั้ง  ได้เปรียบเทียบผลการศึกษาล่าสุดกับของเมื่อ ๕ ปีก่อน  และจัดอันดับงานอดิเรกที่เป็นที่นิยม ๕ อันดับ ได้แก่ ชมโทรทัศน์ ๙๗% ฟังดนตรี ๙๐% (+๑๕) โทรศัพท์จากที่บ้าน ๘๙% อินเตอร์เน็ต ๗๓% (+๒๕) อ่านหนังสือพิมพ์-นิตยสาร ๗๒% (-๗)  ตามการศึกษาการดูโทรทัศน์เป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมสูงสุดของชาวเยอรมันมานานกว่า ๒๐ ปี  เกือบทุกคนดูโทรทัศน์อย่างน้อย ๑ ครั้งต่อสัปดาห์  แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของอินเตอร์เน็ต  แต่ Joachim Trebble นักวิจัยด้านสื่อเห็นว่าไม่มีคู่แข่งขันสำหรับโทรทัศน์  การดื่มกาแฟดูเหมือนเป็นงานอดิเรกของอดีตสำหรับชาวเยอรมันบางคน  โดยกลุ่มบริโภคกาแฟและขนมเค้กกลายเป็น “ตกแฟชั่น” เป็นผู้สูญเสียรายใหญ่ที่สุดจากในงานศึกษาวิจัย  โดยลดลง ๑๒%

ความยากจนที่มาจากการศึกษาต่ำ

        ยิ่งประชาชนมีการศึกษาน้อยเพียงใด เสี่ยงต่อความยากจนยิ่งสูงขึ้น  ระหว่างที่อัตราความเสี่ยงที่จะยากจนในปีที่ผ่านมาคงที่  สภาวการณ์ของประชาชนที่มีการศึกษาน้อยแย่ลง ในปี ๒๐๑๔ ผู้อยู่อาศัยของประเทศเยอรมันที่มีคุณสมบัติการศึกษาต่ำและวัยสูงกว่า ๒๕ ปี ๓๐.๘% มีอันตรายที่จะยากจน  ในปี ๒๐๐๕ ยังกระทบประชาชน ๒๓.๑% ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคมที่ผ่านมาที่วิสบาเดน  ตามคำจำกัดความของสหภาพยุโรป ผู้ที่ตกอยู่ในอันตรายที่จะยากจน ได้แก่ ประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตด้วยรายได้น้อยกว่า ๖๐% ของรายได้ปานกลาง  ตัวอย่างเช่น ครัวเรือนเดี่ยวที่มีเงินให้ใช้น้อยกว่า ๙๑๒ ยูโรต่อเดือน  ตามคำจำกัดความ ที่มีคุณสมบัติการศึกษาต่ำ ได้แก่ ประชาชนที่จบการศึกษาสูงสุด Realschule  แต่ไม่มีการศึกษาด้านอาชีพ  ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติ ฯ ที่มีคุณสมบัติปานกลางสามารถเป็นผู้จบการศึกษามัยธมศึกษาตอนปลายที่ไม่ได้ศึกษาต่อมหาวิทยาลัย  หรือไม่มีการศึกษาด้านอาชีพด้วย  เฉลี่ยทั่วประเทศอัตราความอันตรายที่จะยากจนในปี ๒๐๑๔ อยู่ที่ ๑๕.๔%  Bernd Becker จากสำนักงานสถิติ ฯ กล่าวว่าอัตราทั้งในเยอรมันตะวันออกและในเยอรมันตะวันตกในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาคงที่  ๒๕ ปีหลังการรวมประเทศ ความแตกต่างระหว่างตะวันออกและตะวันตกสูงมาก  ในปี ๒๐๑๔ ความเสี่ยงที่จะยากจนในแคว้นใหม่ของประเทศ รวมเบอร์ลิน ๑๙.๒%  ในแคว้นเก่าหรือเขตตะวันตกอัตราอยู่ที่ ๑๔.๕%  ในผู้มีคุณสมบัติต่ำความแตกต่างยิ่งชัดเจน  ในภาคตะวันออกอัตราอยู่ที่ ๓๗.๕% (ในปี ๒๐๐๕ อยู่ที่ ๒๘.๖%)  ในภาคตะวันตกอยู่ที่ ๒๙.๘% (ปี ๒๐๐๕ อยู่ที่ ๒๒.๓%)  Ulrike Mascher ประธานสหภาพสังคม VdK กล่าวว่าหาก “จุดอวสาน” ของพัฒนาการนี้ยังมองไม่เห็น  ควรมีนโยบายทางการเมืองจัดการกับการแก้ปัญหา  ที่จำเป็นคือก้าวย่างที่มุ่งมั่น  เพื่อไม่ปล่อยให้ความยากจนเกิดขึ้น

กินหวานและมันทำให้อ้วนเกิน

        ในประเทศเยอรมันทุกวันนี้เด็กและวัยรุ่นมากขึ้นทุกทีถือว่าอ้วนเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับทศวรรษที่ ๙๐  ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์  Dietrich Garlichs ผู้จัดการสหภาพเบาหวานเยอรมันและโฆษกของสัมพันธมิตรโรคที่ไม่ติดต่อเยอรมันกล่าวว่าทุกวันนี้คนเราสามารถซื้อน้ำอัดลมและอาหารอุตสาหกรรมได้ทุกเวลาและทุกหัวถนน  เขาเน้นว่าผลที่ตามมาน่าตกใจ  เมื่อมองดูโรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่น ๆ  Stefanie Gerlach จากคณะกรรมการสมาคมโรคอ้วนเยอรมันเตือนถึงคลื่นยักษ์ของโรคภัยที่กระหน่ำชาวเยอรมันและชาวยุโรป  หน้าที่โดยสมัครใจของอุตสาหกรรม ข้อมูลและคำชี้แจงเกี่ยวกับการบริโภคที่ถูกสุขลักษณะ ฯลฯ ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอที่จะบรรลุการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงแก่นไปสู่พฤติกรรมการกินที่ถูกสุขลักษณะของเด็ก ๆ  โดยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก  ซึ่งเริ่มวางรากฐานสำหรับพฤติกรรมการกินในภายหลัง  Garlichs กล่าวว่ามีการทำหลายสิ่งหลายอย่าง  แต่กลยุทธ์ล้มเหลว  ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประชาชนที่มีดัชนีมวลรวมร่างกาย (BMI) จาก ๒๕-๓๐ จัดว่าน้ำหนักเกินและมากกว่า ๓๐ ถือว่าอ้วนจัด