วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อาหารตัวช่วยตับขับพิษ

ตับเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการขับสารพิษออกจากร่างกาย ดังนั้นการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพของตับเป็นประจำ จะช่วยแบ่งเบาภาระในการทำงานให้ตับได้ ซึ่งการที่ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมส่งผลให้ร่างกายมีพลังมากขึ้นด้วยเช่นกัน
นอกจากหน้าที่ในการขับสารพิษแล้ว ตับยังช่วยในกระบวนการย่อยอาหารและเปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายต้องการตับที่แข็งแรงจะส่งผลให้มีสุขภาวะที่ดี เพราะตับนั้นจะช่วยลดการติดเชื้อ โดยช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย เราจึงต้องดูแลตับด้วยการเลือกทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ ถ้าในแต่ละมื้อประกอบด้วยอาหารต่อไปนี้ ก็จะเป็นการช่วยตับให้แข็งแรงได้อีกทางหนึ่ง
ต่อไปนี้เป็นอาหารอันดับต้นๆที่ช่วยตับในการล้างพิษ
1.กระเทียมสด สามารถเร่งการขับน้ำดีได้ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่น้ำดีจางลง เพราะจะได้ไม่เกิดอาการท้องอืดเฟ้อ เพราะอาหารไม่ย่อยหลังจากกินอาหารมันๆ เข้าไป นอกจากนี้กระเทียมยังปกป้องตับจากสารพิษ จึงเหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคตับทั้งมวลค่ะ   การกินกระเทียมสดวันละ 1-3 กลีบจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ และยังป้องกันการจับตัวของเลือดจนเป็นลิ่ม ที่เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดได้ด้วย
2.หัวหอม มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก แล้วช่วยทำความสะอาดเลือด ช่วยลดระดับคอเรสตอลรอล LD ที่เป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้นด้วย
3.มะนาว มีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่เรียกว่า ไบโอฟลาโวนอยด์สูง จึงช่วยการทำงานของตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ และยังมีวิตามินสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน จะช่วยล้างพิษและทำให้เลือดสะอาดขึ้นด้วย
4.ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลีช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และยังช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้พียงพอในการกำจัดของเสียอีกด้วย
5.บร็อคโคลี่ มีสรรพคุณต่อต้านมะเร็ง เนื่องจากมีวิตามินซีที่สูง อีกทั้งบร็อคโคลี่ยังอุดมไปด้วยสารกลูโคซิโนเลตเช่นเดียวกับสารซัลโฟราเฟน ซึ่งจะช่วยตับขับสารพิษ ถ้ากินดิบๆ โดยนำดอกบร็อคโคลี่จิ้มกับซัลซ่า
อาหารที่กล่าวมานี้จะช่วยขับสารพิษที่เจือปนมากับอาหารอื่นนั้นมีสภาพเป็นกลาง นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการผลิตน้ำดีซึ่งช่วยในการทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้ของเรา รวมถึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้มีการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอีกด้วย
pak-26-08-14
ที่มา: กรมแพทย์ทหารเรือ

ชายที่ “สูงที่สุดในโลก” แต่ไม่จารึกชื่อใน “กินเนสส์บุ๊ก” ลาโลกแล้วด้วยวัย 44 ปี

      เอเจนซีส์ – เลโอนิด สตาดนิค ซึ่งว่ากันว่า ขี้อายมากจนไม่ยอมให้ “กินเนสส์ เวิลด์ เร็คคอร์ดส” วัดความสูงเพื่อบันทึกลงสถิติโลก มีความสูงมากกว่าโบสถ์ “ปีเตอร์เคราช์” ถึง 21 นิ้ว
       
       ชายซึ่งเชื่อกันว่าสูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 8 ฟุต 4 นิ้ว (ราว 2.5 เมตร) ได้เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียง 44 ปี
       
       ชายไร่ซึ่งอยู่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านโปโดเลียนซี แถบชนบทของยูเครนผู้นี้ ได้ลาโลกไปเมื่อวันอาทิตย์ (24) ด้วยสภาวะเลือดออกในสมอง หลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพ
       
       เลโอนิดได้กล่าวถึงความสูงใหญ่ของตนเองว่า “ผมคิดตัวเองถูกสาบ หรือถูกพระเจ้าลงโทษให้สูงผิดธรรมดาแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย ผมไม่รู้ว่าทำบาปอะไรไว้ ผมฝันอยากเป็นเหมือนคนอื่นๆมาตลอดชีวิต”
       
       เขากล่าวเสริมว่า “ผมไม่ต้องการ หรือไม่ได้อยากใช้ความสูงของตัวเองกอบโกยชื่อเสียง ผมจึงไม่ต้องการถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก”
       
       เขากล่าวว่า รู้สึกกลัวการผูกมัดกับผู้หญิง “เพราะไม่อยากให้ภรรยาต้องมาแบกรับปัญหาของผม ผมคิดว่าจะเป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับเธอ”
      ร่างกายของเขาเริ่มสูงพรวดพราดจนกลายเป็นที่จับตามองตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เมื่อเนื้องอกในสมองซึ่งไม่ได้เป็นเนื้อร้ายกระตุ้นให้ต่อมใต้สมองผลิตฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโต (Growth Hormone) มากเกินพอดี
       
       มีครั้งหนึ่งที่สภาวะร่างยักษ์ (Giganticism ) ได้ส่งผลให้เขาสูงขึ้นราว 1 ฟุตภายในทุกๆ 3 ปี
       
       เขาสวมรองเท้าเบอร์ 27 (ตามมาตรฐานสหราชอาณาจักร) เพื่อห่อหุ้มเท้าที่ยาวเกือบ 18 นิ้ว ขณะที่ฝ่ามือของเขามีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 1 ฟุต
       
       อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบความสูงของเขาได้ด้วยตนเอง กินเนสส์จึงตัดสินใจบันทึก สี ชิน ซึ่งมีความสูงน้อยกว่า 7 ฟุต 9 นิ้ว (ราว 2.33 เมตร) ให้เป็นชายที่สูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการแทน
       
       โฆษกของ กินเนสส์ เวิลด์ เร็คคอร์ดส กล่าวว่า “เราติดต่อไปหาสตาดนิคแล้ว แต่เขาดูจะขี้อายเอามากๆ และดูเหมือนจะไม่ต้องการให้เราไปวนเวียนใกล้ๆ เราจึงจำเป็นต้องยึดถือคนที่สามารถเข้าถึงได้”
       
       “เมื่อถามถึงเส้นทางชีวิต เขาเล่าว่า ความสูงของเขาเป็นอุปสรรคในการทำอาชีพในฝัน”
       
       เขากล่าวว่า “ผมเรียนสัตวแพทย์ และผมก็รักงานนี้”
       
       “แต่แล้วผมก็เริ่มพบว่า ไม่สามารถหารองเท้ากันหิมะกัดในฤดูหนาวที่มีขนาดเท่ากับเท้าผมได้ ผมไม่สามารถทำงานนี้ได้อีกต่อไป”
       
       เขาสานต่ออาชีพเพาะปลูกในที่ดินผืนเล็กๆ ของครอบครัว
       
       เขาบอกว่า “ผมขอบอกเลยว่า ความสูงระดับนี้ ทำให้ผมก้มถอนวัชพืชได้ลำบาก เวลาก้มหลังผมรู้สึกหนักที่หลังมาก”
       
       “ผมรู้ว่าผมเป็นชายที่สูงที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นพวกสิ้นหวังสุดๆ อยู่บ่อยครั้ง การใช้ชีวิตแบบนี้เหมาะกับคนที่ตัวเล็กกว่านี้”
       
       ครั้งหนึ่งเขาเคยเดินทางไปเยอรมนี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเดินทางออกนอกยูเครนไม่กี่ครั้งในชีวิต
       
       “เหมือนอยู่คนละโลกเลย ผมดีใจที่มีโอกาสได้เห็น แต่ตอนไปที่นั่นก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดอยู่นิดหน่อย”
       
       เนื่องจากไม่มีเตียงที่ใหญ่พอสำหรับคนตัวสูงขนาดเขา สตาดนิดจึงต้องนอนบนโต๊ะบิลเลียดแทน
       เพื่อนบ้านที่รู้จักเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาเป็นคนใจกว้างและเอื้อเฟื้อ
       
       เพื่อนบ้านคนหนึ่งที่มีชื่อว่า โบรนีสเลฟบอกว่า เขาเป็นคน “จิตใจบริสุทธิ์ที่ไม่เห็นแก่ตัว และขยันที่สุดในโลก”
ผู้จัดการ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ – อียิปต์ “แท็คทีม” ส่งฝูงบินรบดอด “ทิ้งบอมบ์” ถล่มคลังแสงอิสลามิสต์ในลิเบีย

      เอเอฟพี – เจ้าหน้าที่สองคนของสหรัฐฯ เผยวานนี้ (25 ส.ค.) ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ลอบส่งฝูงบินทิ้งระเบิดโจมตีกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในลิเบีย เมื่อช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
       การก่อเหตุโจมตี 2 ครั้งในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นการขยายขอบเขตการสู้รบอย่างฉับพลัน ในเวลาที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในทวีปยุโรปต่างออกมาประณาม การที่ต่างชาติเข้าแทรกแซงปัญหาภายในของลิเบีย
       
       นิวยอร์กไทม์ส คือสื่อเจ้าแรกที่เสนอรายงานการทิ้งระเบิดจู่โจมกวาดล้างครั้งนี้ ขณะที่กองกำลังอิสลามิสต์ในลิเบียก็ยืนยันว่ามีการก่อเหตุโจมตีขึ้นจริง
       
       เจ้าหน้าที่อเมริกันคนหนึ่งระบุกับเอเอฟพีโดยไม่ขอเปิดเผยนามว่า “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นผู้ดำเนินปฏิบัติการจู่โจม”
       
       เมื่อสอบถามถึงรายงานข่าวที่ออกมา เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ผู้นี้ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง”
       
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทั้งสองปัดว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ ในปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีทั้งสองครั้ง
       
       ไทม์ส รายงานว่า การโจมตีทางอากาศระลอกแรกเปิดฉากขึ้นเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน โดยมุ่งโจมตีเป้าหมายหลายจุดที่กลุ่มติดอาวุธยึดครอง ในกรุงตริโปลี รวมถึง คลังแสงอาวุธขนาดย่อมแห่งหนึ่ง เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 คน
       
       หนังสือพิมพ์เจ้านี้ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ (23) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดฉากโจมตีระลอกสอง ด้วยการตั้งเป้าทำลายแท่นยิงจรวด ยานพาหนะทหาร และโกดัง ทางตอนใต้ของเมืองหลวง
      ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อาจดำเนินปฏิบัติการจู่โจม เพื่อป้องกันท่าอากาศยานตริโปลีซึ่งในเวลานั้นใกล้จะถูกยึดครองเต็มที ทว่า กองกำลังติดอาวุธก็สามารถเอาชนะ และเข้าครอบครองสนามบินสำคัญแห่งนี้ได้สำเร็จในที่สุด
      หนังสือพิมพ์เจ้านี้ยังรายงานด้วยว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทุ่มเงินหลายหลายพันดอลลาร์ซื้อเครื่องบินรบ และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้จัดหาเครื่องบินทหาร อากาศยานเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และนักบินเพื่อทิ้งระเบิดในลิเบีย ขณะที่อียิปต์เปิดทางให้อาณาจักรเศรษฐีน้ำมันแห่งนี้ใช้ฐานทัพอากาศของประเทศ
       
       อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ไคโรและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เปิดเผยแผนโจมตีทางอากาศให้เจ้าหน้าที่อเมริกันทราบหรือไม่ หรือแจ้งให้ทราบมากน้อยเพียงใด
       
       เมื่อถามเจ้าหน้าที่อเมริกันถึงประเด็นนี้ พวกเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า อียิปต์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ปิดปฏิบัติการทิ้งระเบิดเป็นความลับ ไม่ให้สหรัฐฯ รับรู้หรือไม่
       
       การจู่โจมกวาดล้างทั้งสองครั้งได้ส่งสัญญาณว่า สองชาติอาหรับกำลังกำลังรุกคืบเข้าสู่สมรภูมิด้วยตัวเอง ภายหลังก่อนหน้านี้เพียงแต่คอยสนับสนุนรัฐบาลลิเบีย ซีเรีย และอิรัก ในการต่อสู้เพื่อรักษาอำนาจและอิทธิพล
       
       ทั้งนี้ อียิปต์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มองว่า กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในภูมิภาคแถบนี้เป็นภัยคุกคามร้ายแรง และได้ผนึกกำลังกันต่อต้านสิ่งที่พวกเขาพิจารณาว่าเป็นภยันตรายต่อส่วนรวม
       
       ในทางกลับกัน กลุ่มอิสลามิสต์เหล่านี้ซึ่งรวมตัวกันหลังเหตุการณ์ “อาหรับสปริง” ได้รับความช่วยเหลือจากกาตาร์และตุรกี
       
       การทิ้งระเบิดโจมตีกวาดล้างมีขึ้น ในเวลาที่บรรดาชาติตะวันตกร่วมกันผลักดันให้มีการเจรจายุติความขัดแย้ง เพื่อระงับเหตุไม่สงบในลิเบีย ชาติที่ไม่มีกองทัพปกป้องประเทศ จนต้องพึ่งพากลุ่มติดอาวุธในการรักษาความมั่นคง
       
       วานนี้ (25) อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสหรัฐฯ ได้ออกคำแถลงร่วมกันเพื่อประณาม “การสู้รบและก่อเหตุรุนแรงที่กำลังทวีความร้อนระอุ” ในลิเบีย และวิงวอนให้มีการเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติ
       
       บรรดาชาติมหาอำนาจตะวันตกต่างแสดงความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการก่อเหตุรุนแรง “ในเขตที่อยู่อาศัย สถานที่สาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งในรูปแบบการจู่โจมภาคพื้น และการโจมตีทางอากาศ”
       
       คำแถลงฉบับดังกล่าวระบุว่า “การที่ต่างชาติเข้าแทรกแซงปัญหาของลิเบียจะยิ่งทำให้ความแตกแยกในปัจจุบันทวีความเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม และบ่อนทำลายกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยในลิเบีย” ทว่ากลับไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ร่วมมือกันโจมตีกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ทางอากาศแต่อย่างใด
       
       เหล่ารัฐบาลชาติตะวันตกต่างรู้สึกยินดี ที่จะมีการหารือกันถึงประเด็นปัญหาในลิเบีย ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งกำลังจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ และกล่าวว่า “เราส่งเสริมให้ประชาคมนานาชาติร่วมกันสนับสนุนสถาบันต่างๆ ของลิเบีย ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา”

ผู้จัดการ

ปธน.ยูเครนยุบสภา กำหนดเลือกตั้งใหม่ 26 ต.ค.

       เอเอฟพี – ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครนเมื่อวันจันทร์(25) ประกาศยุบสภาและขอให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 26 ตุลาคม ขณะที่ประเทศของเขากำลังต่อสู้กับพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนฝักใฝ่รัสเซียในภาคทางตะวันออก
       
       “ผมตัดสินใจสิ้นสุดอำนาจของเวอร์คอฟนา ราดา(รัฐสภายูเครน) ก่อนวาระ” เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของประธานาบดีอ้างคำพูดของโปโรเชนโกบอก “จะมีการเลือกตั้งรัฐสภาชุดใหม่ในวันที่ 26 ตุลาคม 2014″
       
       การประกาศยุบสภายูเครนเป็นไปตามที่คาดหมายกันไว้อย่างกว้างขวาง หลังจากรัฐบาลผสมมีอันต้องพังครืนลงเมื่อกว่า 1 เดือนก่อน ขณะที่เปโรเชนโกเองก็เคยสัญญาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากเดิมที่จะครบวาระรัฐบาลในปี 2017
       
       ระหว่างการประกาศในวันจันทร์(25) ประธานาธิบดีรายนี้ยังกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาบางส่วนว่าให้การสนับสนุนพวกกบฏฝักใฝ่รัสเซียทางภาคตะวันออกของประเทศ ดินแดนที่มีผู้คนถูกสังหารไปแล้วกว่า 2,200 ศพ นับตั้งแต่เหตุสู้รบปะทุขึ้นเมื่อ 4 เดือนก่อน
       
       “เวอร์คอฟนา ราดา ในปัจจุบัน มีพวกสนับสนุนยานูโควิช(อดีตประธานาธิบดีผู้ถูกขับไล่) อยู่ด้วย” โปโรเชนโก กล่าวหาเหล่าส.ส.ที่ผ่านกฏหมายเผด็จการในสมัยของอดีตประธานาธิบดีที่ได้รับการหนุนหลังจากรัสเซีย
       
       ถ้อยแถลงยุบสภา ยังมีออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่เขาจะมีกำหนดหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุสในวันอังคาร(26) ท่ามกลางความคาดหมายว่าทั้งสองฝ่ายจะพยายามหาทางคลี่คลายวิกฤต
       
       “ส.ส.จำนวนมาก หากไม่เป็นสปอนเซอร์โดยตรงหรือสมคบคิด ก็จะเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของพวกนักรบแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน” เขากล่าว พร้อมระบุว่าการจัดเลือกตั้งใหม่คือส่วนหนึ่งในแผนสันติภาพของเขา

ผู้จัดการ

โลกขาดแคลนอาหาร

องค์การให้ความช่วยเหลือต่อต้านความหิวโหยโลกเตือนถึงการขาดแคลนอาหารที่เป็นหายนภัย เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาต่อไปเรื่อย ๆ ในอัฟริกาตะวันตก  Asja Hanano ผู้ประสานงานขององค์การ ฯ ที่ประเทศไลบีเรียกล่าวเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคมที่ผ่านมาว่าการระบาดทำให้ราคาข้าวที่เซียร์ราลิโอนและไลบีเรียเพิ่มสูงขึ้นถึง ๔๐%  สำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อยเป็นความหายนะ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เตือนภัยเนื่องจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่จะเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ  โดยขาดแคลนน้ำมันเบนซินและอาหาร  นับตั้งแต่เรือขนส่งสินค้าและเครื่องบินไม่เดินทางไปยังภูมิภาคที่มีโรคระบาดอีกต่อไป  ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ไลบีเรียที่อีโบลาแพร่ระบาดหนักที่สุดขาดแคลนรองเท้าบู้ทยางและยาฆ่าเชื้อโรค  ซึ่งจำเป็นสำหรับการต่อสู้กับเชื้อโรค  รวมทั้งสิ้นจนถึงวันที่ ๑๘ สิงหาคมที่ผ่านมา WHO บันทึกกรณีอีโบลาที่อัฟริกาตะวันตก ๒.๔๗๓ กรณี  ผู้ป่วย ๑,๓๕๐ คนเสียชีวิต  หลังการประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคมที่ผ่านมาที่ไลบีเรีย พรมแดนในประเทศถูกปิด  ซึ่งส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อการขนส่งสินค้า  นอกจากนั้น ผู้ป่วยและประชาชนที่สถานกักกันไม่สามารถทำงานในทุ่งนาได้
who-15-08-14

โลกวุ่นวาย

ยูเครน กาซา อิรัก ซีเรีย ฯลฯ ความวิกฤติเพิ่มขึ้นจริงหรือว่าเรารู้สึกอย่างนั้น เนื่องจากประเทศที่เกิดวิกฤติบางประเทศค่อนข้างใกล้ประเทศเยอรมัน  Hans-Dieter Heumann ประธานสถาบันนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ (Baks) กล่าวว่ากรณีความขัดแย้งที่ติดอาวุธนับแต่ปลายสงครามเย็นไม่ได้เพิ่มขึ้น  ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ จำนวนประเทศที่ “ไม่มีเสถียรภาพและล่มสลาย”  ในจำนวนนี้รวมถึงประเทศโซมาเลีย ลิเบีย  และมาลี  พบว่าในตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือในขณะนี้เริ่มเห็นลางอวสานของระเบียบที่ไม่มีเสถียรภาพที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑  ความขัดแย้งระหว่างมุสลิมสุหนี่และชีอะห์ที่ถูกถือหางและการโหมกระพือจากมหาอำนาจในภูมิภาค เช่น กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และอิหร่าน  ในระยะยาวถึงกับสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพรมแดนของประเทศในภูมิภาค

มูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพนานาชาติตั้งคำถามเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “โลกจะแตกแยกออกจากกัน?”  คำตอบของผู้เชี่ยวชาญต่อคำถามนี้สรุปได้ว่า “ไม่ แต่…”  โดยผู้เชี่ยวชาญได้สังเกตเห็น “การขยายใหญ่ขึ้นของวิกฤติ” นับแต่เริ่มต้นปีนี้  ตามสายตาของผู้เชี่ยวชาญ  เหตุผล ได้แก่ ข้อเท็จจริงที่ว่าสหรัฐกำลังอำลาจากบทบาทในฐานะตำรวจโลกด้วย  ท่าทีที่รีรอของสหรัฐได้รับการบันทึกอย่างละเอียดจากบุคคลที่ไม่ใช่รัฐ เช่น Al-Qaida หรือกลุ่มการร้าย Islamischer Staat (IS) เช่นเดียวกับจากมหาอำนาจต่าง ๆ ในภูมิภาค  ผลคือการกระจายอำนาจ  ซึ่งทำให้สาเหตุของความขัดแย้งที่ใช้ความรุนแรงในโลกเพิ่มจำนวนขึ้นหลายเท่า

ตามดัชนีสันติภาพโลกล่าสุดของสถาบันเพื่อเศรษฐกิจและเสรีภาพ (IEP) ที่มีที่ตั้งที่นครนิวยอร์กและนครซิดนีย์ ซีเรียที่มีสงครามกลางเมืองอยู่ในอันดับ ๑๖๒  ซึ่งขณะนี้เป็นอันดับสุดท้าย  นักวิจัยระบุ “ความไม่มีสันติภาพ” สุดขีดที่อัฟกานิสถาน อิรัก โซมาเลีย  และซูดานใต้  ในจำนวนมหาอำนาจที่กำลังขึ้นสู่อำนาจล่าสุด Heumann ไม่ได้นับเพียงประเทศจีนเท่านั้น  หากแต่อิหร่านด้วย  ตรงกันข้าม ตุรกีได้รับการประเมินสูงกว่าความเป็นจริงในความเป็นไปได้ด้านนโยบายต่างประเทศ  ตามสายตาของเขา แม้ว่าวิกฤติในยูเครนตะวันออกจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและรัสเซียเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร  แต่ไม่มีอันตรายว่าจะเกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ในยุโรป  เหตุผลอื่น ๆ ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากทุกวันนี้มีความรู้สึกว่าจำนวนความขัดแย้งที่ติดอาวุธทั่วโลกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาพจากสงคราม  ซึ่งทุกคนสามารถดูได้จากอินเตอร์เน็ต  ขณะที่กองทัพอากาศอิรักโจมตีเมือง  Halabdscha ของชาวเคิร์ดด้วยแก๊ซพิษในเดือนมีนาคม ๑๙๘๘  กินเวลาหลายสัปดาห์กว่าภาพที่เคลื่อนไหวของเหยื่อจะปรากฎต่อสาธารณชนเป็นวงกว้าง

ดัชนีสันติภาพโลก  ที่ตรวจสอบประเทศ ๑๘๒ แห่งถึงสันติภาพทั้งภายนอกและภายใน  โดยดูจากปัจจัยบ่งชี้ เช่น งบประมาณที่ใช้ทางทหารและปฏิบัติการทางทหาร ค่าใช้จ่ายเพื่อปฏิบัติการสันติภาพขององค์การสหประชาชาติและความปลอดภัยทางสังคม

ประเทศที่มีสันติภาพมาก  ๑. อีสแลนด์  ๒. เดนมาร์ก ๓. ออสเตรีย ๔. สวิตเซอร์แลนด์และนิวซีแลนด์  เยอรมนีอยู่ในอันดับที่ ๑๗.

ประเทศที่ไม่มีสันติภาพมาก ๑๐๑. สหรัฐอเมริกา ๑๕๒. รัสเซีย ๑๕๘. โซมาเลีย ๑๕๙. อิรัก ๑๖๐. ซูดานใต้ ๑๖๑. อัฟกานิสถาน ๑๖๒. ซีเรีย

วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผักดองดีต่อร่างกาย ลดการเจ็บป่วย

อภัยภูเบศรชี้ผักดองดีต่อร่างกาย ใช้เป็นอาหารแก้โรค เหตุมีโปรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนโยเกิร์ต ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ระบุยิ่งขับถ่ายดีการเจ็บป่วยจะน้อยลง
ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว เภสัชกรชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สมุนไพรนอกจากจะนำมารักษาโรค แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังสามารถกินเพื่อรักษาสมดุลในร่างกายและทำให้ไม่เจ็บป่วยได้ด้วยซึ่งเป็นแนวทางที่ดีกว่า ทั้งนี้ ความเชื่อแบบไทยจะเชื่อว่า การกินอาหารหมักดองนั้นจะทำให้เกิดลมในอวัยวะต่างๆ และทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ แต่มีการศึกษาพบว่า การหมักทำให้อาหารอยู่ในรูปที่ดูดซึมง่าย เนื่องจากการหมักทำให้เกิดการย่อยสลายสารอาหารให้อยู่ในรูปแบบโมเลกุลเล็กลง เหมาะสำหรับกลุ่มที่ขาดอาหาร นอกจากนี้ นักวิจัยจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังพบว่า ผักดองพื้นบ้านนั้น สารโปรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
“โปรไบโอติกส์ หมายถึงแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จะเห็นได้ว่ามีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่สกัดสารเหล่านี้ขึ้น เช่น โยเกิร์ต ถือเป็นอาหารประเภทที่มีโปรไบโอติกส์สูง ซึ่งหลายคนเลือกรับประทานเพื่อให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น แต่พบว่า การกินผักดองที่ใช้ผักพื้นบ้านมาปรุงให้เหมาะสมกับตนเอง หรือธาตุเจ้าเรือนที่แต่ละคนมีความแตกต่างกันนั้นจะช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์ต่อการย่อย โดยมีทั้งโปรไบโอติกส์ และพรีไบโอติก หรือเรียกว่า ซินไบโอติกส์ จะทำให้ช่วยเพิ่มการทำงานของโปรไบโอติก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงต่อสุขภาพได้ด้วย” ภญ. ผกากรอง กล่าว
ภญ.ผกากรอง กล่าวอีกว่า การรับประทานอาหารหากไม่สมดุลก็สามารถทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะหากร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารและดูดซึมอาหารได้ดี โดยผักดองถือเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งให้ประโยชน์และมีค่าใช้จ่ายน้อย จะเห็นได้ว่า บางประเทศมีการกินผักดองทุกมื้อ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น โดยที่ใส่ชนิดของผักให้เข้ากับสภาพอากาศ เช่น เติมขิงมากๆ เมื่อมีอากาศหนาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ ส่วนประเทศไทย ถือว่ามีผักพื้นบ้านจำนวนมาก โดยผักที่สามารถนำมาดองได้ เช่น ผักเสี้ยน ผักกุ่ม ผักสามรส ที่ทำจากแครอท หัวไชเท้า แตงร้าน พริกชี้ฟ้า ผักกาดขาว มาผสมกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามการเพิ่มผักดองในมื้ออาหาร ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพกับระบบการขับถ่ายและเมื่อร่างกายสามารถขับถ่ายได้ตามปกติโอกาสจะเกิดการเจ็บป่วยก็น้อยลง
ผักรวมดอง (สามรส)
เครื่องปรุง
แตงกวา 3-4 ผล
กะหล่ำปลี ¼ กิโลกรัม
ดอกกะหล่ำ ¼ กิโลกรัม
แครอท 1 หัว
พริกหวาน 3-4 เม็ด
น้ำส้มสายชู ½ ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 1 ถ้วย
น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 2 ถ้วย)
วิธีทํา
1. ล้างผักทุกชนิดให้สะอาด โดยเฉพาะกะหล่ำปลีกะหล่ำดอก ต้องล้างผ่านน้ำก๊อกหลายๆ ครั้ง
2. แตงกวา แครอท และพริกหวาน หั่นตามขวางเป็นแว่นหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร หรือจะแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ใบไม้ตามชอบ ดอกกะหล่ำตัดช่อพอคำ กะหล่ำปลีผ่าซีกหั่นเป็นชิ้น เสร็จแล้วนำผักทั้งหมดแช่น้ำเกลือไว้ประมาณ 30 นาที นำขึ้นล้างแล้วผึ่ง
3. ผสมน้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาลทราย น้ำเปล่า ในหม้อเคลือบ นำขึ้นตั้งไฟ พอเดือดยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง นำขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง พอเริ่มเหนียวยกลง พักไว้ให้เย็น
4. จัดผักลงในขวดแก้วหรือขวดโหล เทน้ำดองใส่ให้ท่วมผัก ปิดฝาให้สนิท ดองไว้ 2-3 วัน รับประทานได้
หมายเหตุ
- ขวดแก้ว ขวดโหล ควรฆ่าเชื้อโดยการต้มหรือนึ่ง ดังนั้นจึงควรเป็นขวดแก้วทนไฟ
- ถ้าต้องการดองระยะเวลาเร็ว 1-2 วัน ให้เพิ่มความเข้มข้นในน้ำดอง โดยการเติมน้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย และเกลือ
pakDong-25-08-2014