วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การเมืองฝรั่งเศสแรง! จนท.กฎหมายขู่ฆ่า รมต.ศก. ไม่พอใจแผนปฏิรูป

เอเอฟพี – รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจฝรั่งเศสเมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) เผยถูกขู่ฆ่าจากเหล่าเจ้าหน้าที่กฎหมายที่ขุ่นเคืองต่อแผนปฏิรูปของเขา
นายเอมมานูเอล มาครอน กล่าวกับรัฐสภาระหว่างการประชุมพิจารณาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสนับสนุนการเติบโตที่เขาเสนอว่า ว่าเขากำลังดำเนินคดีกับพวกเจ้าหน้าที่รัฐต่อคำขู่ฆ่าที่เขาได้รับครั้งนี้
ทั้งนี้ นายมาครอนกำลังพยายามผลักดันกฎหมายอันเป็นที่ถกเถียงหลายฉบับที่เขาหวังว่าจะช่วยปลดล็อคเศรษฐกิจของฝรั่งเศส ซึ่งกำลังเผชิญกับตัวเลขคนว่างงานระดับสูงและการเติบโตที่เอื่อยเฉื่อย
ในแผนปฏิรูปของเขา รวมไปถึงการเปิดกว้างในอาชีพควบคุมหรืออาชีพทางกฎหมายต่างๆ อาทิ ทนายความรับรองเอกสาร ซึ่งกระพือการประท้วงที่ไม่พบเห็นบ่อยครั้งนักของพวกพนักงานบริษัท ที่พากันเดินขบวนไปตามท้องถนนสายต่างๆ นอกจากนี้แล้วแผนปฏิรูปยังเสนอยกเลิกวันหยุดร้านค้าวันอาทิตย์ ซึ่งกระตุ้นการประท้วงอันโกรธกริ้วเช่นกัน
เหล่าพนักงานจดทะเบียนรับรองเอกสาร บอกแผนปฏิรูปนี้เสี่ยงทำให้คนตกงานอีกหลายหมื่นคน แต่นายมาครอน วัย 37 ปี ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ฝรั่งเศส ชาติเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของยูโรโซน กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากสหภาพยุโรปที่ประสงค์เห็นการปฏิรูป หลังจากพวกเขายอมรับว่าพลาดเป้าหมายในการลดตัวเลขขาดดุลงบประมาณในปี 2015 ขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปบอกว่าจะตัดสินความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ในช่วงต้นเดือนหน้า

ผู้จัดการ

ขบวนการต้านอิสลามลุกลามสู่ออสเตรีย

รอยเตอร์ – ขบวนการต่อต้านอิสลาม “เพกิดา” (PEGIDA) ซึ่งถือกำเนดในเยอรมนี  เริ่มลุกลามจัดชุมนุมในออสเตรีย ชาติเพื่อนบ้านเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์(2ก.พ.) ดึงดูดผู้ร่วมอุดมการณ์เดินขบวนในเวียนนาได้หลายร้อยคน อย่างไรก็ตามมันก็เรียกการชุมนุมของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยขึ้นสู่ท้องถนนเช่นกัน
ตำรวจ 1,200 นายกระจายกำลังไปทั่วกรุงเวียนนา ส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันไว้ก่อน ขณะที่ผู้ประท้วงราว 250 คนถือธงชาติออสเตรียและตะโกนว่า “We Are The People” เสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมอีกฝ่ายจำนวนพอๆกันที่จะตะโกนคำว่า “ไปตายซะ PEGIDA”
เหล่านายตำรวจในชุดปราบจลาจลคอยกันทั้งสองฝ่ายให้อยู่ห่างจากกัน ส่วนโฆษกเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้นและไม่ได้จับกุมใคร หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนหลายพันคนเดินขบวนประท้วงต่อต้าน PEGIDA
ประเด็นทางศาสนามีความอ่อนไหวมากขึ้นในออสเตรีย หลังรัฐบาลเสนอกำหนดมาตรฐานแปลพระคัมภีร์อัลกุรอ่านเป็นภาษาเยอรมนีและห้ามต่างชาติสนับสนุนด้านการเงินแก่องค์กรมุสลิมในแผ่นดินออสเตรีย ในร่างกฎหมายที่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการจัดการกับพวกนักรบหัวรุนแรง
ความพยายามผลักกันมาตรการอันเข้มเข้นดังกล่าว มีขึ้นหลังจากทางการคาดหมายว่ามีพลเมืองจากออสเตรียราว 170 คน เดินทางไปเข้าร่วมต่อสู้เคียงข้างกองกำลังอิสลามิสต์ในตะวันออกกลาง
การปรากฎตัวขึ้นมาอย่างฉับพลันของ กลุ่มเพกิดา หรือ “ชาวยุโรปรักชาติต่อต้านกระแสอิสลามานุวัตในตะวันตก” (Patriotic Europeans Against the Islamisation of the Occident) ในเยอรมนี สร้างความสั่นสะเทือนแก่สถาบันทางการเมืองของประเทศ ด้วยการจัดเดินขบวนหลายต่อหลายครั้งในเมืองเดรสเดน ซึ่งมีสามารถดึงดูดผู้คนเข้าร่วมได้สูงสุดถึง 25,000 คน
อย่างไรก็ตามเวลานี้กลุ่มชุมนุมดังกล่าวกำลังตกอยู่ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน ด้วยมีสมาชิกระดับแกนนำลาออกไปแล้วถึง 5 ราย นับตั้งแต่เริ่มถูกเคลื่อนไหวต่อต้าน
จอร์จ อิมมานูเอล นาเกิล นักศึกษาวิชาปรัชญาวัย 28 ปีจากเวียนนาและโฆษกของกลุ่มต่อต้านอิสลามในออสเตรีย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า เขาเรียกร้องให้ยุตินโยบายพะเน้าพะนอชาวมุสลิมที่มีอยู่ราวๆ 5 แสนคนในออสเตรีย จากประชากรทั้งหมด 8.5 ล้านคนซึ่งนับถือโรมัน คาทอลิก เป็นส่วนใหญ๋
เขาเรียกร้องให้ออกกฎหมายห้ามอุดมการณ์อิสลาม ที่จะลงโทษคนที่สนับสนุนส่งเสริมชะรีอะฮ์ แบบเดียวกับที่ออสเตรียกำหนดให้การสรรเสริญลัทธินาซีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ไฮนซ์ คริสเตียน สตราเช ผู้นำพรรคฝ่ายขวา “ฟรีดอม ปาร์ตี” ซึ่งมีคะแนนนิยมในผลสำรวจความคิดเห็นคู่คี่สูสีกับเหล่าพรรคร่วมรัฐบาลสายกลาง แสดงท่าทีสนับสนุนกลุ่ม PEGIDA และเรียกร้องขอให้มีขบวนการสิทธิพลเมืองอย่างจริงจัง

ผู้จัดการ

สถิติ “ฆ่าตัวตาย” ในกรีซพุ่ง 35%

เอเอฟพี – อัตราการฆ่าตัวตายในกรีซเพิ่มสูงขึ้น 1 ใน 3 หลังจากที่รัฐบาลกรีซบังคับใช้มาตรการรัดเข็มขัดเข้มงวดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2011 งานวิจัยล่าสุดเผยเมื่อวานนี้(2)
จำนวนชาวกรีซที่ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 35.7% เมื่อเทียบกับช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่กรุงเอเธนส์จะเริ่มตัดทอนงบประมาณรายจ่าย และแนวโน้มก็เป็นเช่นนั้นตลอดปี 2011 ก่อนจะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2012 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ทำการวิจัย
นักวิจัยในสหรัฐฯและกรีซได้ศึกษาข้อมูลการกระทำอัตวินิบาตกรรมที่เกิดขึ้นในช่วง 30 ปี นับจากวันที่ 1 มกราคม ปี 1983 จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ปี 2012 โดยใช้ทั้งตัวเลขอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสถิติแห่งชาติกรีซ รวมถึงบางกรณีที่ผู้ตายปลิดชีพตนเองแต่ถูกระบุว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามทางศาสนา
สถิติพบว่า ในช่วง 30 ปีมีชาวกรีซที่ฆ่าตัวตาย 11,505 คน เป็นชาย 9,079 คน และหญิง 2,426 คน จากนั้นนักวิจัยจึงนำตัวเลขไปเปรียบเทียบกับปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในระยะเวลาดังกล่าว
ผลวิจัยพบว่า อัตราการฆ่าตัวตายต่อเดือนลดลงเมื่อมีข่าวดีในเชิงเศรษฐกิจ เช่น เดือนมกราคม ปี 2002 ที่กรีซเริ่มใช้สกุลเงินยูโร จำนวนชายที่ฆ่าตัวตายลดลงถึง 27.1%
ตัวเลขรายเดือนเริ่มขยับสูงขึ้นในเดือนตุลาคม ปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตการเงิน โดยมีชายชาวกรีซฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 13%
อัตราการฆ่าตัวตายยิ่งพุ่งสูงขึ้นในปี 2011 หลังจากรัฐบาลเอเธนส์หันมาใช้มาตรการขัดเข็มขัดตามเงื่อนไขกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจกรีซที่กำลังถดถอยอย่างรุนแรง

ผู้จัดการ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ภัยสมาร์ทโฟนกับอุบัติเหตุ

การแพร่หลายของสมาร์ทโฟนในช่วงหลายรอบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  Bitkom เชื่อว่าพลเมืองเยอรมัน ๖ จาก ๑๐ คนในวัย ๑๔ ปีขึ้นไปใช้สมาร์ทโฟนอย่างน้อยเป็นครั้งคราว  และมีการพูดถึงรุ่นวัย “ก้มหน้า” มาระยะหนึ่งแล้ว  ซึ่งส่งผลต่อการสัญจรบนท้องถนนด้วย
Petra Reetz โฆษกของสำนักงานกิจการคมนาคมแห่งกรุงเบอร์ลิน ระบุว่าคนขับ ๖,๕๐๐ คนอยู่ระหว่างทางบนรถใต้ดิน รถโดยสารประจำทาง และรถรางในเมืองหลวง  กล่าวว่า คนเดินถนนที่เผลอไผลเดินตัดหน้ารถหวุดหวิด  ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนขับ  ในปี ๑๙๗๙ วอร์คแมนเครื่องแรกออกวางตลาด  นับแต่นั้นคนเดินเท้าจำนวนมากเสียบหูฟังเพลงไปด้วยระหว่างเดินทาง  ขณะนี้ปัญหาที่เพิ่มขึ้นมา ได้แก่ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนบางคนไม่มีสายตาสำหรับระมัดระวังการจราจรอีกต่อไป  แต่กลับเช็คอีเมลหรือเขียนตอบอีเมล ระหว่างเดินไปด้วย
ในฤดูร้อนปี ๒๐๑๓ อาสาสมัครของสโมสรรถยนต์ยุโรป (ACE) ได้วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ขับขี่ยานพาหนะราว ๓๐,๐๐๐ คน  คนเดินเท้า ๓๖,๐๐๐ คน และคนขี่จักรยานมากกว่า ๑๓,๐๐๐ คนที่ทางม้าลาย  พบว่าทุกคนทำผิดพลาด  รวมทั้งคนเดินถนน  ACE สรุปว่ามากกว่า ๑๓% ของผู้ใหญ่ที่ทางข้ามถนนม้าลายได้ปิดตัวเองจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง  และเดินบนถนนโดยไม่ดูซ้ายแลขวาและบ่อย ๆ มัววุ่นกับสมาร์ทโฟน
แม้ว่าในปัจจุบันสำนักงานตำรวจยังไม่มีสถิติว่าสมาร์ทโฟนมีบทบาทบ่อยเพียงใดในอุบัติเหตุ  แต่สำนักงานตำรวจแห่ง Stuttgart ตั้งข้อสันนิษฐานว่าทำให้อุบัติเหตุเพิ่มขึ้น  เนื่องจากการแพร่หลายของสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้น
ศาสตราจารย์ Peter Biberthaler ผู้อำนวยการคลีนิคเพื่อการผ่าตัดอุบัติเหตุที่โรงพยาบาลที่ München เห็นด้วยกับการประเมิน  โดยตัวเขาเองก็ไม่มีตัวเลขสถิติ  แต่ตระหนักจากงานประจำถึงการเพิ่มขึ้นของอุบัติเหตุจากสมาร์ทโฟน
สำหรับผู้ขับรถยนต์จะถูกปรับ ๖๐ ยูโรและถูกหักคะแนน ๑ แต้มที่ศูนย์เก็บข้อมูลการจราจรที่เมือง Flensburg หากถูกจับได้ว่าใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ  ผู้ขี่จักรยานที่โทรศัพท์ต้องเสียค่าปรับ ๒๕ ยูโร  สำหรับคนเดินถนน ยังไม่มีการลงโทษดังกล่าว  กระนั้น  Sven Rademacher โฆษกของ Deutschen Verkehrssicherheitsrat (DVR) ได้บ่งชี้ถึงระเบียบการคมนาคมบนท้องถนน  ไม่อาจตัดผลทางกฎหมายหรือเทคนิคการประกันภัยออกไปได้  ตราบใดที่คนเดินเท้าได้รับการพิสูจน์ว่ามีส่วนผิด

ทหารหญิงมากขึ้น

สตรีมากขึ้นทุกทีตัดสินใจรับหน้าที่ที่ต้องใช้อาวุธ  การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของทหารหญิงในกองทัพเยอรมันทำให้จำนวนผู้สมัครใจรับหน้าที่ในกองทัพสูงเป็นประวัติการณ์  Ursula von der Leyen รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่าการรับตำแหน่งใหม่ในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น  ปัจจุบันผู้สมัครใจเข้ารับหน้าที่ในกองทัพราว ๑๑,๐๐๐ คนเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบหลายปี  ในปี ๒๐๑๑ มีบุรษราว ๓,๕๐๐ คนได้รับการแต่งตั้งและสตรี ๕๕ คน  เธอเน้นว่าจำนวนนี้เพิ่มขึ้น ๔ เท่าเมื่อดูจากไตรมาสที่นับท้ายสุด  โดยมีจำนวน ๓,๕๐๐ คนอีกครั้งหนึ่ง  แต่สตรีเพิ่มขึ้นเป็น ๕๖๐ คน  Von der Leyen ประกาศว่าจะนำอัตรามาใช้  ในตำแหน่งเสนารักษ์ของกองทัพทุกวันนี้สตรีรับตำแหน่ง ๕๐%  โดยเป็นระดับผู้นำ  แต่แทบไม่ได้แสดงตัว

อดีตประธานาธิบดีไวซ์เซ็คเกอร์อสัญกรรม

อดีตประธานาธิบดี Richard von Weizsaecker หนึ่งในนักการเมืองที่มีความสำคัญที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ของประเทศเยอรมันถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคมที่ผ่านมาในวัย ๙๔ ปี  Von Weizsaecker นักการเมืองพรรค CDU เป็นประธานาธิบดีจากปี ๑๙๘๔-๑๙๙๔   เขามีอิทธิพลต่อทางการเมืองในประเทศเยอรมันผ่านคำปราศรัยที่ชี้ทิศทางและไม่หวั่นเกรงความขัดแย้งกับนายก ฯ เฮลมุท โคห์ล  ทั้งคู่ได้เฉลิมฉลองการเป็นหนึ่งเดียวของเยอรมันร่วมกันเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๙๙๐ ที่กรุงเบอร์ลินที่รวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหนึ่ง  ในปี ๑๙๘๔ เขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีด้วยคะแนนเสียง ๘๐%  ในการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในปี ๑๙๘๙ เขาได้รับคะแนนเสียง ๘๔.๙%  ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ถือว่าเป็นหนึ่งในผลการเลือกตั้งที่ดีที่สุด
ก่อนหน้าการดำรงตำแหนงประธานาธิบดี Von Weizsaecker ผู้ถือกำเนิดที่ Stuttgart เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเบอร์ลินระหว่างปี ๑๙๘๑-๑๙๘๔  หลังการเข้ารับตำแหน่งเขาได้ปฎิญาณคนว่าประสงค์จะเป็น “ประธานาธิบดีของพลเมืองทุกคน”  หนึ่งในหลักไมล์ที่สำคัญในช่วงระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ได้แก่ คำปราศรัยในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๑๙๘๕  เนื่องในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปีของการสิ้นสุดสงคราม  ซึ่งเขากล่าวติเตียนเกี่ยวกับอาชญากรรมเยอรมันในช่วงเวลาของนาซีอย่างไม่บิดเบือน  เขาระบุวันที่สงครามสิ้นสุดและการล่มสลายของรัฐบาลนาซีในฐานะ “วันของการปลดปล่อย”  อดีตประธานาธิบดี Von Weizsaecker  เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเยอรมันหลังสงครามโลกที่เปิดกว้างและขาวสะอาดอย่างแทบไม่มีผู้ใดเหมือน  นักการเมืองชั้นนำได้ยกย่องเขาในฐานะผู้สามารถชี้นำทิศทางในช่วงเวลาที่สำคัญ

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

อัลกออิดะห์ในเยเมนประกาศ “ฝรั่งเศส” คือศัตรูอันดับ 1

ผู้นำทางจิตวิญญาณของเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์บนคาบสมุทรอาระเบีย (AQAP) ประกาศให้ฝรั่งเศสคือ “ศัตรูอันดับ 1” ที่เป็นภัยต่อศาสนาอิสลามยิ่งกว่าสหรัฐฯ เมื่อวานนี้(30)
อิบรอฮีม อัล-รูบัยช์ ผู้นำเครือข่าย AQAP ได้เผยแพร่คลิปเสียงผ่านเว็บไซต์ยูทิวบ์ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้ “อ่อนกำลัง” ลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และบัดนี้ฝรั่งเศสกำลังก้าวขึ้นมาทำ “สงครามกับอิสลาม” แทนที่อเมริกา
หน่วยงานข่าวกรองสหรัฐฯ มองว่า AQAP เป็นเครือข่ายที่มีพิษสงร้ายกาจที่สุดของอัลกออิดะห์ในปัจจุบัน
นัสเซอร์ บิน อาลี อัล-อันซี หนึ่งในผู้นำทางความคิดของ AQAP ได้อ้างในคลิปวีดีโอหนึ่งว่า AQAP อยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงสังหารหมู่กองบรรณาธิการนิตยสาร ชาร์ลี เอ็บโด ในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 7 มกราคม เนื่องจากเคียดแค้นที่สื่อฉบับนี้นำเสนอภาพการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดที่ชาวมุสลิมเคารพนับถือ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลตะวันตกยังไม่ปักใจเชื่อว่าการสังหารหมู่ครั้งนี้เกิดจากคำสั่งของ AQAP โดยตรง เพียงแต่รู้ว่า ซาอิด และ เชรีฟ กูอาชี สองมือปืนพี่น้อง เคยเดินทางไปร่วมต่อสู้กับอัลกออิดะห์ในเยเมน
AQAP ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 โดยเกิดจากการรวมตัวระหว่างกลุ่มติดอาวุธในเยเมนและซาอุดีอาระเบีย
เมื่อวานนี้(30) รูบัยช์ ยังได้เรียกร้องชาวมุสลิมให้หันมาโจมตีชาติตะวันตกโดยเฉพาะฝรั่งเศส และให้จัดการกับผู้ที่ดูหมิ่นศาสดามูฮัมหมัดทันที “โดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาหารือใครก่อน”
สาขาของอัลกออิดะห์กลุ่มนี้มีฐานปฏิบัติการอยู่ในเยเมน และเคยลงมือก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หนึ่งในนั้นคือความพยายามระเบิดเครื่องบินของสหรัฐฯ ลำหนึ่งซึ่งบินอยู่เหนือรัฐมิชิแกน ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปี 2009
AQAP ยังออกนิตยสารภาษาอังกฤษเชิญชวนให้ชาวมุสลิมที่มีอุดมการณ์สุดโต่งก่อเหตุโจมตีในต่างประเทศ และระบุรายชื่อบุคคลที่ถูกหมายหัว ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ สเตฟาน ชาร์บอนนิเยร์ บรรณาธิการของนิตยสารชาร์ลีเอ็บโด