วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ขยะอาหารจะน้อยลง

        ผู้บริโภคควรเรียนรู้ที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วน  แต่บางครั้งก็ทำเกินเหตุ  หากสังเกตเห็นว่าอาหารมีตำหนิส่วนมากจะทิ้งขว้าง  บางครั้งก็เพราะวิตกกังวลมากเกินไปเพราะความไม่รู้  ทำให้ผักและผลไม้ถูกทิ้งลงถังขยะโดยไม่จำเป็น  โครงการริเริ่ม “Zu gut für die Tonne!” ของกระทรวงการบริโภคแห่งสหพันธ์ฯ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้  เพื่อหยุดยั้งการทิ้งขว้างอาหารลงถังขยะ
-          ผักเหี่ยว  ผักเหี่ยวยังสามารถเก็บไว้ได้  โดยเหมาะสำหรับการอบหรือเป็นส่วนประกอบของผัดผัก  เพราะตรงนี้เป็นเรื่องของหน้าตา  ไม่มีความแตกต่างในเรื่องของรสชาติ
-          ผลไม้ที่หั่นแล้ว  ผลไม้หรือผักที่หั่นแล้วและเป็นสีน้ำตาลตรงรอยหั่นก็ไม่ใช่เหตุผลให้ต้องวิตก  ที่เห็นเป็นเพียงปฏิกิริยาธรรมชาติของสารในผักที่มีต่ออากาศและไม่ได้ทำให้กินไม่ได้
-          มันฝรั่ง  มันฝรั่งเก็บไว้ได้หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแล้วแต่ชนิด  แต่สีเขียวเป็นสัญญาณเตือน  ตำแหน่งนั้นจะประกอบด้วย Solanin ที่สามารถเป็นพิษได้  อาการก็ได้แก่ ปวดท้อง เป็นไข้ อาเจียรหรือท้องเสีย  แต่ไม่ต้องทิ้งมันฝรั่งทั้งหัว  แต่ควรหั่นตรงที่เป็นสีเขียวออก  หลังจากต้มแล้วเก็บไว้ชั้นบนสุดของตู้เย็น จะเก็บได้ ๒-๓ วัน
-          เห็ด ผักโขมและปลา  ทั้งสามอย่างอุ่นกินได้อีก  ความกลัวที่ว่าอันตรายมาจากช่วงเวลาที่ยังไม่มีตู้เย็น  ดังนั้น มันจึงเสียเร็ว  ซึ่งหลีกเลี่ยงได้หากปล่อยอาหารที่เหลือให้เย็นและนำเข้าตู้เย็น  ตำแหน่งที่ดี ได้แก่ ชั้นแก้วเหนือช่องที่เก็บผัก  ซึ่งจะเย็นที่สุดและสามารถเก็บไว้ได้ ๑-๒ วัน  ในการอุ่นอีกสำคัญมากที่จะทำให้ร้อนทั่วถึงที่อุณหภูมิอย่างน้อย ๗๐ องศาเป็นเวลาอย่างน้อย ๒ นาที
-          หลังออกจากช่องแช่แข็งปล่อยให้ละลายแล้ว  ข้อมูลที่รู้กันอย่างแพร่หลายว่า “หลังละลายแล้วไม่แช่แข็งอีก” ก็ไม่จริงเสียทีเดียว ตัวอย่างเช่น ผักแช่แข็ง หลังละลายแล้วได้รับอนุญาตให้เอาเข้าตู้แช่แข็งได้อีก  เนื่องจากก่อนกินก็ต้องผัดหรือต้มอยู่ดี  อย่างไรก็ดี ไม่ควรวางทิ้งไว้ข้างนอกนาน  ยิ่งเอาเข้าตู้แช่แข็งอีกเร็วเท่าใด เชื้อโรคก็ยิ่งก่อตัวได้น้อยเท่านั้น  นอกจากนั้น ยังรักษาสารอาหารได้ดีกว่า

หากผู้บริโภคเจาะจงจับจ่ายซื้อของเฉพาะที่ต้องการใช้ก็จะหลีกเลี่ยงการทิ้งขว้างได้  ผู้ที่ซื้อเผื่อไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าและไม่ระมัดระวังเรื่องอายุการใช้งานเสี่ยงกับการที่อาหารเสียครั้งแล้วรั้งเล่า  ดังนั้น ก่อนการจับจ่ายซื้อของจึงคุ้มที่จะตรวจตราของที่ซื้อเก็บไว้  ในตู้แช่หรือในช่องแช่แข็งก็คุ้มที่จะตรวจดูสม่ำเสมอ  ผลไม้และผักที่แช่แข็งกินได้ถึง ๑ ปี  ปลา เนื้อและอาหารที่ประกอบเสร็จแล้วเพียง ๓ เดือน  ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรเขียนสลากบอกวันที่ไว้ก่อนจะเอาเข้าตู้แช่แข็ง

“รุ่นวัย ๖๕+” ยังแข็งแรง

        รู้สึกแข็งแรง เซิร์ฟในอินเตอร์เน็ตหรือไปทำงาน  ทุก ๑ ใน ๕ คนในประเทศเยอรมันมีวัย ๖๕ ปีหรือสูงกว่า  แต่จำนวนมากไม่ได้เกษียณอายุ  ผู้สูงวัยทุกวันนี้แอคทีฟกว่าเมื่อหลายปีก่อนอย่างชัดเจน  ผลการศึกษาวิจัยนี้มาจากรายงานสถานการณ์ชีวิตของ “รุ่นวัย ๖๕+” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  โดยปลายปี ๒๐๑๓ มีประชาชนอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมันราว ๘๑ ล้านคน  ราว ๑๗ ล้านคนอายุ ๖๕ ปีหรือสูงกว่า  ทำให้ราวทุก ๑ ใน ๕ คนอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่ารุ่นวัย ๖๕+  ในปีที่ผ่านมา ๑๔% ของประชาชนวัยระหว่าง ๖๕-๖๙ ปียังทำงานที่ได้รับค่าแรง  ในปี ๒๐๐๕ ยังเป็น ๖%  Roderich Egeler ประธานสำนักงานสถิติแห่งชาติกล่าวว่าอัตราการทำงานของประชาชนสูงอายุเพิ่มขึ้นกว่า ๒ เท่าในช่วงเวลาสั้น ๆ  นอกจากนั้น ด้วยวัยที่สูงขึ้นความเป็นตัวของตัวเองมีความหมายมากขึ้น  ในปี ๒๐๑๔ พลเมือง ๓๙% ของประชาชนที่ทำงานในกลุ่มนี้ทำธุรกิจของตนเองหรือช่วยงานครอบครัว  ๕๗% ของผู้สูงวัยใช้คอมพิวเตอร์  นับแต่ปี ๒๐๑๐ สัดส่วนนี้เพิ่มขึ้น ๘%  ในด้านสุขภาพ ราวมากกว่า ๓ ใน ๔ ของผู้มีวัย ๖๕ ปีและสูงกว่านี้รู้สึกแข็งแรง  ในกลุ่มอายุ ๖๕-๖๙ ปี ๑๘% ระบุตนเองว่าป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  ในกลุ่มอายุ ๗๕ ปีขึ้นไปมีจำนวน ๒๘%  ปลายปี ๒๐๑๓ ประชาชน ๒.๒ ล้านคนในวัยตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปต้องได้รับการดูแล

แกะดำ

        แพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัดหรือผู้ดูแลที่คอร์รัปชันในอนาคตสามารถถูกจำขังได้ถึง ๓ ปี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการติดสินบนหรือรับสินบนที่หนัก ๆ ถึงกับจะถูกลงโทษจองจำเป็นเวลา ๕ ปี  คณะรัฐมนตรีได้ลงมติร่างกฎหมายต่อต้านการคอร์รัปชันในวงการสาธารณสุขจาก Heiko Maas  รัฐมนตรียุติธรรมเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคมที่ผ่านมา  ซึ่งตัวแทนบริษัทขายยาที่ติดสินบนจะทำให้ตัวเองต้องโทษด้วย  Maas กล่าวว่าคนไข้มีสิทธิได้รับการดูแล  แม้ว่าจะเป็นกรณีปกติ  แต่มันมี “แกะดำ” ในอาชีพให้การรักษา  มูลนิธิคุ้มครองคนไข้เชื่อว่าการประกันสุขภาพตามกฎหมายสูญเสียเงินปีละ ๑๘๐๐ ล้านยูโรผ่านการคอร์รัปชัน  กฎหมายควรมีผลใช้บังคับในปี ๒๐๑๖

วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ท้อง=ป่วย

        อัลตราซาวนด์มากเกินไป ตรวจมากเกินไป  ผู้ตั้งครรภ์เกือบทุกคนใช้สิทธิในมาตรการดูแลที่ไม่ได้ระบุในบทบัญญัติ  ซึ่งรวมถึงการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์และการวัดเลือดและการเต้นของหัวใจแบบพิเศษ  ทั้งนี้ แสดงให้เห็นจากการศึกษาของมูลนิธิ Bertelsmann ที่สอบถามมารดา ๑,๓๐๐ คนหลังการคลอด  ที่ไม่สำคัญคือเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นการตั้งครรภ์ปกติ  การตรวจดำเนินไปเกือบเหมือนกัน  สตรี ๔ จาก ๕ คนจ่ายเงินเองสำหรับมาตรการป้องกันที่บ่อย ๆ ไม่จำเป็นดังกล่าว  ผู้เชี่ยวชาญหวั่นเกรงว่าด้วยวิธีนี้การตั้งครรภ์จะถูกมองเหมือนเป็นเรื่องเจ็บป่วยมากขึ้นทุกที  มันจะสร้างความกลัวการคลอดให้กับสตรีและเพิ่มความปรารถนาการคลอดโดยการผ่าที่เห็นว่าปลอดภัยกว่า  เกือบครึ่งหนึ่งของสตรีที่ตั้งครรภ์ธรรมดารับว่าทำการตรวจอัลตราซาวนด์กว่า ๕ ครั้ง (ตามกำหนดอนุญาตให้ ๓ ครั้ง)  แม้ว่าการวัดการเต้นของหัวใจและการวัดการเจ็บท้องกำหนดเพียงในกรณีที่อันตรายว่าจะคลอดก่อนกำหนดเท่านั้น  ๙๘% ก็ปล่อยให้มีการตรวจ  ส่วนใหญ่ถึงกับบ่อยกว่า ๔ ครั้ง

ค่าใช้จ่ายรับผู้อพยพพุ่งสูง

        ในแคว้นทั้ง ๑๖ แคว้นต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูง  เนื่องจากจำนวนผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลสูงขึ้นต่อเนื่อง  ลำพังในปีนี้ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่าเป็น ๕,๐๐๐ ล้านยูโร  ทั้งนี้ มาจากการสอบถามของสำนักข่าวเยอรมันต่อรัฐบาลแคว้นทั้งหมด  ในปีที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายยังประเมินว่าราว ๒,๒๐๐ ล้านยูโร ค่าใช้จ่ายตามจริงสันนิษฐานว่ายิ่งสูงกว่านี้  เนื่องจากไม่ใช่ทุกแคว้นระบุจำนวนที่แน่ชัด  กระทรวงมหาดไทยแคว้นนอร์ดไรน์-เวสฟาเลนคำนวณสำหรับปี ๒๐๑๖ ว่าค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ขอลี้ภัยจะสูงขึ้นเกือบ ๕ เท่าเปรียบเทียบกับปี ๒๐๑๔  ครั้งนั้นค่าใช้จ่ายในขอบเขตความรับผิดชอบยังเป็น ๒๑๐ ล้านยูโร    ในปี ๒๐๑๖ จะเป็นราว ๙๐๗ ล้านยูโร    เนื่องจากการพุ่งสูงของค่าใช้จ่าย ทุกแคว้นเห็นพ้องต้องกันว่าสหพันธ์ควรให้การสนับสนุนทางการเงินมากขึ้น  ขณะเดียวกันแคว้นและคอมมูนที่เกินกำลังในเรื่องของการหาที่พักอาศัยให้กับผู้ขอลี้ภัยยังคาดหวังความช่วยเหลือจากกองทัพ  โฆษกของกระทรวงกลาโหมกล่าวเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคมที่ผ่านมาที่เบอร์ลินว่ากองทัพกำลังตรวจสอบว่าสามารถให้การสนับสนุนในรูปแบบใดได้  จนถึงปัจจุบันกองทัพได้ยกค่ายทหาร ๘ แห่งทั่วประเทศที่มีที่สำหรับรับรองผู้อพยพได้ ๓,๕๐๐ คน ในแคว้นต่าง ๆ ขีดความสามารถที่จะรับผู้ลี้ภัยเหลือน้อยลงทุกที

ศิลปินในวงการเพลงภาษาเยอรมัน (132) Der Graf

เอกอัครราชทูต  วิญญู แจ่มขำ

            นาย Bernd Heinrich Graf หรือ Der Graf เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงแนวพ็อพร็อคเยอรมันของวงดนตรี Unheilig ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๑๙๙๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒) โดยมีนาย Henning Verlage นาย Christoph "Licky" Termühlen และนาย Potti เป็นนักดนตรี

            เขาไม่เปิดเผยประวัติตัวเองมาก รู้แต่ว่าเขาเกิดที่เมืองอาเค่น รัฐน้อร์ดไรน์-เว้สท์ฟาเล่น ในคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๗๐ แรกเรียนที่โรงเรียนดรุโณทยานคาธอลิคและร้องเพลงในวงนักร้องประสานเสียงของโบสถ์ เป็นเด็กพูดติดอ่างและมักถูกเพื่อน ๆ กระเซ้าเย้าแหย่

            ก่อนเริ่มอาชีพทางดนตรี เขาเรียนจบเป็นนักเท็คนิคทันตกรรม แต่ก็ไม่ได้ทำงานตามวิชาชีพเนื่องจากถูกเกณฑ์ทหารเป็นระยะเวลา ๔ ปี หลังจากนั้นจึงไปเรียนเป็นนักควบคุมการฟังเสียง ในปี ๑๙๙๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒) จึงได้ร่วมมือกับนาย Grant Stevens และนาย Jose Alvarez-Brill ผู้ผลิตเพลง ก่อตั้งวงดนตรี Unheilig ขึ้น เพลงแรกที่ออกในปี ๒๐๐๐ (พ.ศ. ๒๕๔๓) คือ Sage Ja! ซึ่งได้รับความนิยมในรายการเพลงร็อคอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นได้ออกเพลงชุด Phosphor และ Das 2. Gebot

            ต่อมา เขาได้ตัดสินใจดำเนินงานวงดนตรีเอง การแสดงบางครั้งก็ร่วมกับนักดนตรีรับเชิญ เพลงชุดต่อมาคือ Zelluloid, Moderne Zeiten, Puppenspiel, Große Freiheit และ Lichter der Stadt

            เขาได้ทำกิจกรรมทางสังคมโดยเฉพาะการช่วยเหลือเด็กเจ็บป่วย ด้วยการตั้ง Verein Herzenswünsche e.V. (Münster) จากความสนับสนุนของ Aktionen Die Graftschaft ของเขาเองตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ (พ.ศ. ๒๕๕๓) จนได้รับรางวัล Ehren-Echo für Soziales Engagement ในปี ๒๐๑๒ (พ.ศ. ๒๕๕๕) และในปีเดียวกันนั้น Sonova-Marke Phonak ซึ่งเป็นองค์การที่ดำเนินงานช่วยเหลือเกี่ยวกับการฟังและไม่ได้ยิน ได้แต่งตั้งให้เขาเป็นทูตของมูลนิธิการได้ยินแห่งโลก ในวันที่ ๗ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ (พ.ศ. ๒๕๕๖) เขาได้รับรางวัล KIND จาก Verein Kinderlachen ในฐานะผู้ร่วมงานและสนับสนุน Verein Herzenswünsche e.V. ผ่านทาง Aktionen Die Grafschaft ส่วนงานดนตรี เขาได้รับรางวัล ECHO Pop ในฐานะผู้ผลิตเพลงระดับชาติ และรางวัลพิเศษในฐานะผู้ช่วยเหลือสนับสนุนงานทางสังคมของ Aktionen Die Grafschaft












วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ชาวคริสต์โรมันคาธอลิคเยอรมันลาออกเพิ่มขึ้น

จำนวนการลาออกเป็นทางการจากความเป็นชาวคริสต์คาธอลิคในประเทศเยอรมันขึ้นถึงระดับสูงเป็นประวัติการณ์  ในปีที่ผ่านมาประชาชน ๒๐๗,๗๑๖ คนหันหลังให้โบสถ์  ทำให้เกินระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้ (๑๘๑,๑๙๓) ในปี ๒๐๑๐ หลังกรณีอื้อฉาวเรื่องการประพฤติมิชอบอย่างชัดเจน ขณะนี้ในประเทศเยอรมันมีชาวคาธอลิค ๒๙.๕% ของพลเมือง  ซึ่งคิดเป็นประชาชน ๒๔ ล้านคน  ยังไม่มีจำนวนผู้ลาออกจากโบสถ์เอวังเกลิค(โปรเทสแทนต์) ในประเทศเยอรมัน (EKD)  แต่จำนวนชาวโปรแตสแตนท์โดยรวมลดน้อยลงกว่า ๔๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งรวมถึงกรณีเสียชีวิตด้วย   EKD ยังมีสมาชิก ๒๒.๖๓ ล้านคน