วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ตัวเลขคนเสียชีวิตบนถนนเยอรมัน

        บนถนนในประเทศเยอรมันประชาชนหลายพันคนเสียชีวิต  ตามสถิติขององค์การอนามัยโลก ต่อปีและต่อผู้อยู่อาศัย ๑๐๐,๐๐๐ คนคิดเป็น ๔.๗  ที่ประเทศสวีเดนเพียงแค่ ๓  น้อยกว่าประเทศใหญ่อื่น ๆ ในโลก เหตุผลคือนับแต่ปี ๑๙๙๗  ระบุเป้าหมายไว้ชัดเจนในนโยบายการเมือง ได้แก่ “Vision Zero“ บนถนนในประเทศสวีเดนไม่ควรมีประชาชนเสียชีวิตอีก  นับแต่นั้นสแกนดิเนเวียประสบความสำเร็จในการลดจำนวนอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตลงครึ่งหนึ่ง  แม้ว่าจะมีประชาชนอยู่ระหว่างทางบนท้องถนนมากขึ้น 

บนท้องถนนในประเทศเยอรมันในครึ่งปีแรกของปีนี้ ประชาชน ๑,๕๙๓ คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจร  มากกว่าครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ๒๒ คนหรือ ๑.๔% ตามการเปิดเผยของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่วิสบาเดน  Siegfried Brockmann นักวิจัยอุบัติเหตุของบริษัทประกันกล่าวว่าเป้าหมายของรัฐบาลเยอรมันที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจราจรจากปี ๒๐๑๑ ถึง ๒๐๒๐ ลง ๔๐% กำลังเสี่ยงว่าจะไม่เป็นไปตามเป้า   ในปี ๒๐๑๑ ยังมีประชาชนเสียชีวิตบนท้องถนน ๔,๐๐๙ ราย  ปีที่มืดดำที่สุดในสถิติที่ได้รับการรวบรวมนับแต่ทศวรรษที่ ๕๐ ได้แก่ ปี ๑๙๗๐ ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า ๒๑,๐๐๐ คน

จำนวนการเกิด-เสียชีวิต

        ก่อนที่ประชาชนอายุน้อยจะสร้างครอบครัวมีบางสิ่งบางอย่างต้องทำให้เสร็จ  Harald Rost นักสังคมวิทยาจากสถาบันเพื่อการวิจัยครอบครัวที่ Bamberg กล่าวว่าประชาชนในประเทศเยอรมันมีข้อเรียกร้องสูงในการเป็นผู้ปกครอง  โดยประสงค์ความมั่นคงทางวัตถุ บ้านและที่อยู่อาศัยต้องใหญ่ งานที่ดี  การใช้ชีวิตอย่างเต็มที่  ได้เดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนมาก  และหาคู่ครองที่เพียบพร้อม  กว่าจะครบทุกอย่างก็ค่อนข้างอายุมากแล้วและบ่อย ๆ มีบุตรน้อยกว่าที่เดิมตั้งใจไว้  กระนั้น ในประเทศเยอรมันในปีที่ผ่านมามีเด็กเกิดใหม่จำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบ ๑๐ ปี  โดยมีจำนวน ๗๑๕,๐๐๐ คน  ภายใน ๑ ปีจำนวนทารกเกิดใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ ๕% ตามการประเมินแรกสำหรับปี ๒๐๑๔ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  นอกจากนั้น ประชาชนยังเสียชีวิตน้อยลง  เพียง ๘๖๘,๐๐๐ คนหรือน้อยลงเกือบ ๓%  ทำให้ช่องว่างระหว่างการเกิดและกรณีเสียชีวิตลดลง  ในปี ๒๐๑๔ ประชาชนเสียชีวิตมากกว่าเกิด ๑๕๓,๐๐๐ คน  ในปีก่อนหน้าความแตกต่างมีจำนวน ๒๑๒,๐๐๐ คน  เด็กจะเกิดใหม่มากเท่าใดขึ้นอยู่กับว่ามีสตรีในวัยเจริญพันธุ์มากเท่าใด 

นักวิจัยชี้แจงในสิ่งตีพิมพ์ “Im Fokus“ ว่านับแต่ปี ๒๐๐๘ จำนวนนี้คงที่  ซึ่งอนุญาตให้ส่งอิทธิพลทางบวกต่อจำนวนการเกิดในปีต่อ ๆ ไป  อย่างไรก็ดี หลังปี ๒๐๒๐ จำนวนสตรีวัยระหว่าง ๒๖-๓๕ ปี  จะหดตัวลงอย่างชัดเจน  ทำให้การเกิดสามารถต่ำลงอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อปิดช่องว่างระหว่างการเกิดและกรณีเสียชีวิตมีเพียง ๒ ทาง ได้แก่ บุตรมากขึ้นต่อสตรีหรือผู้อพยพมากขึ้น  ทางเลือกประการแรก สตรีมีบุตรมากขึ้น  ทุกวันนี้มีบุตรคนแรกในวัย ๓๐ ปีและให้กำเนิดบุตรเฉลี่ย ๑.๔ คน  นักสถิติคำนวณว่าหากจะปิดช่องโหว่สตรีแต่ละคนต้องมีบุตรเฉลี่ย ๒.๑ คน  ตามจริงเส้นกราฟสูงขึ้น  หลังบุตร ๑.๒๕ คนในปี ๑๙๙๕ เพิ่มเป็นบุตร ๑.๓ คนต่อสตรีในปี ๒๐๐๕  หลังจากนั้นจำนวนก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยทุกปี  แต่ Rost กล่าวว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า ๒ ในประเทศอุตสาหกรรมสมัยใหม่ไม่เข้ากับความเป็นจริง  ไม่มีที่ใดในยุโรปที่ค่าเฉลี่ยสูงกว่า ๒  โดยมีประเทศผู้นำในสหภาพยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศสด้วยจำนวนทารก ๑.๙ คนต่อสตรี  นักวิจัยครอบครัวจาก Bamberg กล่าวว่าการเมืองมีทางเลือกน้อย  นักการเมืองต้องดูแลให้ครอบครัวและอาชีพไปด้วยกันได้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  การส่งเสริมการดูแลลูกและเงินช่วยเหลือผู้ปกครองช่วยลดอุปสรรคลงไปได้  Juergen Dorbritz จากสถาบันเพื่อการวิจัยประชากรแห่งชาติ ที่วิสบาเดน  เชื่อว่าทางเลือกที่ ๒ การอพยพก็ยังไม่เพียงพอ  เขาสันนิษฐานว่าประเทศเยอรมันไม่สามารถรับผู้อพยพได้มากพอที่จะบรรลุผล  ท้ายสุดไม่ใช่ทุกกลุ่มของผู้อพยพมีจำนวนการเกิดที่สูงกว่าในประเทศเยอรมันอย่างชัดเจน  ไม่เพียงผู้ลี้ภัยที่เพิ่งเดินทางมายังประเทศเยอรมัน  หากแต่ผู้อพยพโดยทั่วไป

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไวอากราสำหรับสตรี

        ในสหรัฐอเมริกา Flibanserin หรือที่เป็นที่รู้จักกันดีกว่าในฐานะ “ไวอากราสำหรับสตรี” จะออกวางตลาดยาเม็ดสีชมพูที่คิดค้นในประเทศเยอรมัน  แต่ทำให้เหมาะกับตลาดในสหรัฐอเมริกาบางทีอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของสตรีจำนวนมากและบรรดาสามี  แต่มันก็ไม่ใช่ไวอากรา  ยาเม็ดสีฟ้าที่เปลี่ยนแปลงสังคมเมื่อ ๒๐ ปีก่อนส่งผลโดยตรงต่อร่างกาย  โดยช่วยให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว  เป็นเรื่องของความสามารถ ไม่ใช่ความประสงค์ เนื่องจากการขาดความรู้สึกใคร่ในบุรุษไม่ถือว่าเป็นปัญหาสังคม  แต่ในสตรีจำนวนมากต่างไป  เธอไม่ค่อยอยากมีความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่มีเลย  หากมีเซ็กส์ก็ไม่รู้สึกสนุก  ซึ่งไม่เพียงสร้างพันธะให้กับตัวผู้หญิงเอง  หากแต่กับสามีและความสัมพันธ์ด้วย  บ่อย ๆ ปัญหาดังกล่าวได้รับการรักษาทางจิต  ขณะนี้มียาเม็ด  ดั้งเดิมมันควรช่วยต่อต้านโรคซึมเศร้า  ผลที่ช่วยเพิ่มความกำหนัดเป็นเรื่องข้างเคียง  Sprout บริษัทยาขนาดเล็กที่ก่อตั้งขึ้นมาสำหรับ Fibanserin โดยเฉพาะเชื่อว่าอาจช่วยสตรีทั้งหมดที่ขาดความกำหนัดได้ราว ๑๐%  ในการศึกษาสตรีที่กินยามีเซ็กส์มากกว่าผู้ที่ไม่ได้กินยาเพียง ๑/๒-๑ ครั้งต่อเดือน  กระนั้น แม้ยาจะน่าสนใจพียงสำหรับเสี้ยวเดียวของสตรี  ทั่วโลกอาจมีจำนวนเป็นล้าน ๆ หรืออาจเป็นพันล้านได้  Sprout ประกาศว่าจะนำออกวางตลาดในวันที่ ๑๗ ตุลาคมนี้ในชื่อ Addyi  สำหรับเรื่องราคายังไม่เป็นที่รู้กัน  เช่นเดียวกับแผนสำหรับการเริ่มต้นวางตลาดในประเทศเยอรมัน  Jakob Pastoetter นักเพศศึกษากล่าวว่าผลต่ำ  สตรีจำนวนมากจะกินยาด้วยความคาดหวังสูงและพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  อาจเป็นเช่นเดียวกับไวอากราเมื่อก่อนนี้  คือ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยยาเม็ด

รู้สึกไม่ปลอดภัย

        ประชาชนในประเทศเยอรมันรู้สึกปลอดภัยน้อยกว่าปีก่อน  ๕๔% รู้สึกไม่ได้รับการคุ้มครองเพียงพอจากอาชญากรรม  ตามการสอบถามของ Emnid  ภายใต้การมอบหมายของ “Bild am Sonntag“ ในปีก่อนมีจำนวน ๔๗%  สัดส่วนผู้ที่รู้สึกปลอดภัยลดลงจาก ๔๘% เหลือ ๔๓%  มากกว่า ๒ ใน ๓ (๖๙%) ของผู้ถูกสอบถามเรียกร้องให้ตำรวจปรากฎตัวในที่สาธารณะเพิ่มขึ้น  ๒๘% ไม่ต้องการเช่นนั้น  ในเยอรมันตะวันออกส่วนใหญ่ (๕๗%) เห็นว่าในการงัดแงะและลักขโมย ตำรวจไม่ไต่สวนจริงจังอย่างที่ควรเป็น  ๓๑% เชื่อว่าไต่สวนอย่างที่ควรเป็น  ตรงกันข้าม ในภาคตะวันตกกลับกันเป็น ๓๙ :๔๘%  ในปีที่ผ่านมาอาชญากรรมยกเค้าในประเทศเยอรมันเพิ่มขึ้น  จำนวนการใช้ความรุนแรงลดลง  

พยากรณ์อากาศเปลี่ยนไปในเยอรมัน

        ตามการศึกษาใหม่ ระดับน้ำสูงในแม่น้ำไรน์และรูห์ พายุฤดูหนาว ทอร์นาโดและความร้อนสูงในเมืองใหญ่ เช่น โคโลญและดุสเซลดอร์ฟจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนต่อไปในทศวรรษต่อ ๆ ไป ในการศึกษาสำหรับส่วนส.ส. พรรคเขียวระบุว่าขณะนี้แคว้นนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลนก็กลายเป็นแชมป์ในเรื่องฝนตกชุกแล้ว ผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ยิ่งเปียกขึ้นในเขตไรน์และรูห์  Stefanie Groll นักวิจัยอากาศจากเบอร์ลินเขียนในการศึกษาของเธอว่า  นอกเหนือจากอันตรายจากระดับน้ำสูงที่เพิ่มขึ้น  ยังแสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นของพายุฤดูหนาวที่รุนแรง  และทอร์นาโดในภูมิภาคเมืองใหญ่ Ruhr และในเมืองใหญ่ ๆ ริมแม่น้ำไรน์ยังมีอันตรายของความร้อนที่เพิ่มขึ้นในฤดูร้อน ที่อาจทำให้ความยืนยาวของชีวิตของประชาชนสูงอายุจำนวนมากสั้นลง  ในแคว้นนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลนระหว่างปี ๒๐๓๑ และ ๒๐๖๐ เฉลี่ยจะอุ่นขึ้นกว่าระหว่างปี ๑๙๖๑-๑๙๙๐ ราว ๑.๙ องศา  ปริมาณฝนในช่วงเวลา ๒๐๓๑-๒๐๖๐ เปรียบเทียบกับระหว่างปี ๑๙๖๑-๑๙๙๐จะเพิ่มขึ้นราว ๕%  นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังนำไปสู่อันตรายที่สูงขึ้นของการแพร่ระบาดของเห็บที่เรียกในภาษาเยอรมันว่า Zecken และแมลงที่แพร่เชื้อ Borreliose  และโรคอื่น ๆ 

รับบำนาญในต่างประเทศ

        ผู้เกษียณอายุชาวเยอรมันออกไปใช้ชีวิตบั้นปลายในต่างประเทศมากขึ้นทุกที  จำนวนผู้เกษียณอายุที่ให้โอนบำนาญไปยังบัญชีในต่างประเทศนับแต่ปี ๒๐๐๘ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  ตามข้อมูลของกองประกันเงินบำนาญ ในปี ๒๐๑๔ เงินบำนาญ ๒๒๕,๕๖๘ กรณีได้รับการโอนไปต่างประเทศ  ในปีก่อนหน้ายังมีจำนวนเพียง ๒๒๑,๗๖๖ กรณี  ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้น ๑.๗%  ในปี ๒๐๐๘ จำนวนยังเป็น ๑๙๑,๗๓๐  ภายใต้ผู้เกษียณอายุที่อยู่ต่างประเทศ ผู้เกษียณอายุที่ให้โอนเงินไปยังประเทศสเปนเป็นกลุ่มที่สำคัญด้วยจำนวน ๒๐,๐๐๐ คน  แต่ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มรุ่นวัย ๖๕+ เป็นประเทศที่พูดภาษาเยอรมัน  โดยเงินบำนาญ ๒๖,๐๐๐ กรณีโอนไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์และ ๒๒,๐๐๐ ไปยังประเทศออสเตรีย  ที่สหรัฐอเมริกาผู้สูงอายุเยอรมัน ๒๕,๐๐๐ คนได้รับบำนาญของกองทุนเงินบำนาญ

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ศิลปินในวงการเพลงภาษาเยอรมัน (134) Max Greger

เอกอัครราชทูต  วิญญู แจ่มขำ

            ศิลปิน ฯ ท่านนี้เพิ่งสิ้นชีวิตที่นครมิวนิค เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคมที่ผ่านไป เขาคือนาย Max Greger นักดนตรีแจ๊ซชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นทั้งนักแซ็กโซโฟน หัวหน้าและผู้ควบคุมวงดุริยางค์ เขาเกิดที่นครมิวนิค เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ค.ศ. ๑๙๒๖ (พ.ศ.๒๔๖๙) มีผลงานเพลงประมาณ ๓๐๐๐ เพลง แสดงดนตรีหลายแห่ง และเคยเล่นดนตรีกับนาย Louis Armstrong นาย Duke Ellington และนาย Ella Fitzgerald ส่วนเพื่อนนักดนตรีในวงการได้แก่นาย Paul Kuhn นาย Hugo Strasser และนาย James Last

            ที่จริงเขาควรทำธุรกิจชำแหละเนื้อสัตว์ของครอบครัว แต่ในปี ๑๙๓๖ (พ.ศ. ๒๔๗๙) เมื่ออายุได้ ๑๐ ขวบ ปู่ได้ยกหีบเพลงชักให้ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาทักษะทางด้านดนตรี นอกจากการเรียนในโรงเรียนช่างก่อสร้างแล้ว เขายังเรียนการเป่าแคลริเน็ตและแซ็กโซโฟนที่ Münchner Konservatorium อีกด้วย 

            เมื่ออายุได้ ๑๘ ปี เป็นช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ ๒ เขาก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร หลังสิ้นสุดสงครามไม่นาน เขาเป็นคนเยอรมันรุ่นบุกเบิกคนหนึ่งร่วมกับนาย Hugo Strasser เพื่อนเก่าแก่ที่เล่นดนตรีสะวิงและแจ๊ซแนวเยอรมันในรมณียสถานของนายทหารอเมริกัน

            ในปี ๑๙๔๘ (พ.ศ. ๒๔๙๑) เขาได้ตั้งวงดนตรีของตนเองซึ่งต่อมามีสมาชิกรวม ๘ คน ทั้งยังได้ร่วมเล่นกับนักดนตรีแจ๊ซเด่น ๆ เช่น นาย Woody Herman นาย Stan Kenton และนาย Lionel Hampton ช่วงกลางวันเขาเล่นเพลงสมัยนิยมและลูกทุ่งที่สถานีวิทยุกระจายเสียง
บาแวเรีย โดยใช้ชื่อวงดนตรีว่า Enzian-Sextett พอตกเย็นก็ไปเล่นเพลงสะวิงและแจ๊ซที่สโมสรอเมริกันโดยใช้ชื่อวง ฯ ว่า Max-Greger-Sextett ต่อมา เขาได้มีโอกาสไปเล่นดนตรีในวงดนตรีของนาย Charly Tabor นักเป่าทรัมเป็ต และได้ยืนเล่นร่วมกับนาย Louis Armstrong และนาย Duke Ellington

            แผ่นเสียงเพลงชุดแรกที่ได้บันทึกจากการแต่งเอง  เช่นเพลง Auf Bergeshöhen, Rock 'n Roll Boogie, Verliebte Trompeten, Max & Sax, Looping Blues, Keiner küßt wie Du, Teenager Cha Cha, Rock Twist นอกจากนั้นยังได้เดินทางแสดงทั้งในเยอรมนีและประเทศอื่นในยุโรป ในปี ๑๙๕๙ (พ.ศ. ๒๕๐๒) เขาได้นำวง ฯ ในฐานะวงดนตรีวงแรกของฝ่ายตะวันตกไปแสดงที่อดีตสหภาพโซเวียต เป็นเวลา ๕ สัปดาห์ ซึ่งได้ร่วมแสดงกับนาง Maria Hellwig และนาย Udo Jürgens ด้วย รวมการแสดง ๓๖ ครั้ง ได้รับความสำเร็จดี เป็นการโฆษณาวง ฯ ให้เป็นที่รู้จักกันไปทั่ว

            ในปี ๑๙๖๓ (พ.ศ. ๒๕๐๖) เป็นปีที่จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ ZDF เขาได้ทำสัญญาเป็นหัวหน้าวงดุริยางค์ของสถานี ฯ จนถึงปี ๑๙๗๗ (พ.ศ. ๒๕๒๐) นอกจากนั้นยังเป็นแขกประจำของรายการสดของสถานี ฯ เช่นรายการ Vergißmeinnicht, Der goldene Schuß, 3 mal 9  หรือ Musik ist Trumpf

            ในคราวฉลองอายุ ๖๐ ปีที่สถานี ฯ ในปี ๑๙๘๖ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ได้พบเพื่อนนักดนตรีที่มีชื่อเสียงมาเป็นแขกกิตติมศักดิ์ เช่น นาย Hazy Osterwald, นาย Paul Kuhn, นาย Hugo Strasser และนาย James Last  ตั้งแต่ปี ๑๙๙๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ได้รับเชิญให้ควบคุมวงดุริยางค์ของสถานี SWR ในงานทางการในห้องส่ง และตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕) จนถึง ๑ เดือนก่อนเสียชีวิต เขายังเดินทางไปแสดงในที่ต่าง ๆ ในประเทศกับลูกชายและหลานชาย  รวมทั้งนาย Hugo Strasser และนาย Paul Kuhn  ซึ่งเสียชีวิตไปก่อนในปี ๒๐๑๓ (พ.ศ. ๒๕๕๖) ปัจจุบันลูกชายเป็นนักดนตรีและผู้เรียบเรียง ส่วนหลานชายเป็นนักกฎหมายและเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก


            ในวันที่ ๒ เมษายน ค.ศ. ๒๐๐๖ (พ.ศ. ๒๕๔๙) เขาไม่ได้ฉลองอายุครบ ๘๐ ปีที่บ้าน แต่เริ่มเดินทางแสดงในประเทศที่ Münchner Philharmonie และวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ศกนี้ เป็นการแสดงครั้งสุดท้ายของเขากับเพื่อนเก่าลูกชายและหลานชายที่ Münchner Brunnenhof พอตกกลางคืนวันที่ ๑๕ สิงหาคม เขาได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง