ชาวเยอรมันเห็นว่าการรักษาประชาธิปไตย
การพัฒนาการดูแลประชาชนสูงอายุ และการต่อสู้กับอาชญากรรม เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดสำหรับนโยบายของรัฐ
ในการศึกษาของสถาบันเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจเยอรมัน (DIW)
ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ ๑ มีนาคมที่ผ่านมา “การสร้างงาน” อยู่เพียงในอันดับ ๔ ซึ่งตามข้อมูลของ DIW
น่าจะเป็นเพราะการว่างงานที่ต่ำในปัจจุบัน
เป้าหมายทั้งสี่ข้อนี้ได้รับการเห็นพ้องกันสูงจากทุกกลุ่มชนชั้น ในการสอบถามของ DIW
ที่คล้ายคลึงกันเมื่อ
๔ ปีก่อน หัวข้อประชาธิปไตยก็บรรลุอันดับสุดยอดมาแล้ว
วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560
อัตราเงินเฟ้อ
เงินที่ต้องจ่ายค่าพลังงานก้าวกระโดดขึ้นอย่างหนัก ส่งผลให้ผลักดันเงินเฟ้อในประเทศเยอรมันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาให้อยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบสี่ปีครึ่ง ราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
๒.๒% ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยตามตัวเลขล่วงหน้าเมื่อวันที่
๑ มีนาคมที่ผ่านมา
อัตราเงินเฟ้อที่สูงเช่นนี้วัดได้ครั้งสุดท้ายในเดือนสิงหาคม ๒๐๑๒ อาหารมีส่วนในการเพิ่มขึ้นด้วย โดยมีราคาแพงขึ้น ๔.๔% สำหรับพลังงาน
ผู้บริโภคต้องชำระมากกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ๗.๒% การเพิ่มขึ้นอย่างหนักติดต่อกันเป็นครั้งที่สามเพิ่มความกดดันต่อธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป
(EZB)
ซึ่งคำนวณเงินเฟ้อต่ำกว่า ๒% ในเขตยูโรแลนด์ หลังจากเป้าหมายนี้พลาดเป็นเวลาหลายปี ธนาคาร ฯ
จึงพยายามช่วยด้วยการใช้นโยบายเงินถูก
นโยบายนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกัน โดยเฉพาะในประเทศเยอรมันได้สร้างภาระให้กับผู้ออมเงินด้วย อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ไม่ได้คำนวณว่าค่าครองชัพที่แพงขึ้นขึ้นจะดำเนินต่อไป
การขึ้นลงอย่างหนักของราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาเป็นสาเหตุ
ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันไม่มีช่องว่างให้ขึ้นสูงได้มากนักต่อไป
วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560
อดตาย
António
Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเรียกร้องการตื่นตัวมากขึ้นในการต่อสู้กับวิกฤตความหิวโหยในซูดานใต้
โซมาเลีย เยเมน และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไนจีเรีย เขากล่าวว่าที่ประเทศเหล่านี้ พบว่าประชาชน ๒๐
ล้านคนไม่มีอาหารเพียงพอ
จนกว่าจะถึงปลายเดือนมีนาคมองค์การให้ความช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติต้องการเงินช่วยเหลืออย่างน้อย
๔.๔ พันล้านดอลลาร์ เพื่อขนส่งอาหาร
น้ำและยา
มหาวิทยาลัย
ตามการศึกษาทั่วโลก
พบว่ามหาวิทยาลัยเอกชนที่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษากำลังรุกคืบหน้า ในรายงานภายใต้การมอบหมายของมูลนิธิ Koerber ที่ฮัมบวร์กระบุว่าประเทศเยอรมันเป็นประเทศเดียวที่นโยบายยังยึดมั่นในการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
มหาวิทยาลัยเอกชนเติบโตโดยเฉพาะในประเทศที่ข้อเสนอของรัฐไม่สามารถครอบคลุมความต้องการได้ คุณภาพและประโยชน์แตกต่างกันสูง
ผลที่ตามมาคืออิทธิพลของรัฐหดหายไปด้วย
คนเยอรมันเป็นเบาหวานมากขึ้น
ในประเทศเยอรมันมีประชาชนป่วยเป็นเบาหวานมากขึ้นทุกที
ในการวิเคราะห์ใหม่ที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาระบุว่าระหว่างนี้พลเมืองชาวเยอรมันราวทุก
๑ ใน ๑๐ คนที่ทำประกันสุขภาพตามกฎหมายป่วยด้วยโรคการเผาผลาญอาหารปิดปกติเรื้อรัง โดยสัดส่วนผู้ป่วยเบาหวานระหว่างปี ๒๐๐๙-๒๐๑๕
เพิ่มขึ้นจาก ๘.๙ เป็น ๙.๘% ในการตรวจสอบใช้ข้อมูลการวินิจฉัยโรคของคนไข้นิรนาม
๗๐ ล้านคน ตามข้อมูลของผู้เขียน
การประเมินก่อนหน้านี้เชื่อว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน ๗-๙% ในประเทศเยอรมัน
หนังสือเดินทางแบบใหม่
ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคมศกนี้เป็นต้นไป
ชาวเยอรมันจะได้รับหลังสือเดินทางใหม่ Thomas
de Maizière รัฐมนตรีมหาดไทยได้เสนอเอกสารประจำตัวใหม่เมื่อวันที่
๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หนังสือเดินทางใหม่ปกป้องอย่างมีประสิทธิภาพจากการปลอมแปลงและการใช้ในทางมิชอบและทำให้เจ้าของหนังสือเดินทางทุกคนสามารถระบุตัวตนได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก Ulrich Hartmann ประธานคณะผู้จัดการโรงพิมพ์แห่งชาติกล่าวถึงความปลอดภัยจากการปลอมแปลง
๙๙.๙% หนังสือเดินทางควรมีราคา
๖๐ ยูโร
เอกสารเก่ายังมีอายุการใช้งานได้จนถึงวันที่ที่ระบุ
เอกสารประจำตัวใหม่มีการออกแบบใหม่และเล็กกว่ารุ่นปัจจุบันเล็กน้อย
วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
กลุ่มผู้สูงวัยตัดสินการเลือกตั้ง
ในการเลือกตั้งทั่วไปปี
๒๐๑๗ พลเมือง ๓๖% ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมดจะมีวัยสูงกว่า
๖๐ ปี รุ่นวัยต่ำกว่า ๓๐ ปีมีจำนวนเพียง
๑๕.๔% ของคะแนนเสียง นอกจากนั้น
ผู้มีวัยน้อยยังทำตัวอยู่ตรงขอบเสียเอง
ในการเลือกตั้งปี ๒๐๑๓ ผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่ำที่สุด ได้แก่
กลุ่มผู้มีวัย ๒๑-๒๕ ปี ด้วยจำนวนเพียง ๖๐.๓% ตรงกันข้าม กลุ่มผู้มีวัย ๖๒-๗๐
ปีไปใช้สิทธิเลือกตั้งสูงที่สุดด้วยจำนวน ๗๙.๘% สำหรับ Wolfgang
Gründinger นักรัฐศาสตร์และนักเขียน คำถามเรื่องอำนาจได้รับการตัดสินแล้ว ผู้อยู่ตรงกลางของสังคมไม่ใช่ชนรุ่นเยาว์ หากแต่ผู้ที่เกิดในช่วงเบบีบูม
ซึ่งกำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณในไม่ช้า
โดยกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของพรรคการเมืองใหญ่ ๆ ขณะนี้ผู้เลือกตั้งเฉลี่ยมีวัย ๕๒ ปี
ซึ่งหมายความว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เลือกตั้งทั้งหมดมีวัยสูงกว่า ๕๐
ปี จนกว่าจะถึงปี ๒๐๖๐ ค่าอายุเฉลี่ยนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น
๕๗ ปี ซึ่งทำให้ส่งผลถึงนโยบายการเมืองด้วย
ในการศึกษาทิศทางการเมืองของกลุ่มวิจัยการเลือกตั้ง(Wahlen)
เกี่ยวกับความขัดแย้งทางสังคมที่สำคัญจากเดือนมกราคม ๒๐๑๖
ต่อคำถามที่ว่าหัวข้อใดได้รับการพิจารณาว่าสำคัญ
ชนรุ่นสูงอายุไม่ได้แตกต่างจากชนรุ่นหลังมากนัก
หัวข้อที่สำคัญที่สุดโดยทิ้งห่างหัวข้ออื่นในกลุ่มผู้เลือกตั้งทั้งหมด
ได้แก่ ชาวต่างชาติ/การปรับตัว/ผู้ลี้ภัย ตามมาด้วยความเอนเอียงทางสังคม
การก่อการร้าย นโยบายบำนาญ ความผิดหวังทางการเมือง การศึกษาและอาชญากรรม
แต่ถ้าเจาะลึกลงไปก็จะพบความแตกต่างที่สำคัญ
สถาบัน Civey
ได้วิเคราะห์บางหัวข้อที่เป็นตัวตัดสินการเลือกตั้งเป็นพิเศษสำหรับหนังสือพิมพ์
“Welt” ตามข้อมูล หัวข้อเกี่ยวกับผู้อพยพอยู่ในอันดับแรกสำหรับผู้มีวัย
๕๐-๖๔ ปี (๔๒%) ระหว่างที่ผู้เลือกตั้งวัยต่ำกว่า ๓๐ ปีวิตกกังวลเกี่ยวกับความเท่าเทียมกันทางสังคม
(๔๖%) การอพยพเพียง ๒๗% ความกลัวการก่อการร้ายก็เพิ่มขึ้นตามวัยด้วย
ส่วนกลุ่มอายุน้อยและอายุกลางคน สิ่งแวดล้อมสำคัญกว่าในกลุ่มสูงอายุ ที่เด่นชัดที่สุด ได้แก่
ความแตกต่างในนโยบายบำนาญ เพียง ๖.๓%
ของกลุ่มผู้มีวัยต่ำกว่า
๓๐ ปีเห็นว่าระบบบำนาญทุกวันนี้ยุติธรรม
ตรงกันข้ามในกลุ่มผู้มีวัยสูงกว่า ๖๕ ปีมีจำนวนเกือบ ๒๘% ๔๓% ของผู้มีวัยน้อยและถึงกับ ๕๓%
ของผู้มีวัย
๓๐-๓๙ ปีเห็นว่าระบบบำนาญให้ประโยชน์กับชนรุ่นสูงอายุ ตรงกันข้าม ผู้มีวัยสูงกว่า ๖๕ ปีเพียง ๒๗%
รู้สึกว่าตนเองได้รับเอกสิทธิ์
โดยรวมนักวิจัยพบการมุ่งความสนใจไปที่อนาคตน้อยลงและจรดจ่อที่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นในทุกรุ่นวัย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)