วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

คัมภีร์ไบเบิ้ลหลากหลายภาษา

มีการตีพิมพ์หนังสือไบเบิลใน ๕๔๒ ภาษา ซึ่งมากกว่าหนึ่งปีก่อนหน้า ๑๘ ภาษา  ตามที่สมาคมไบเบิลเยอรมันแห่ง Stuttgart เปิดเผยโดยอ้างสหภาพสมาคมไบเบิลโลก Neue Testament (หรือ New testament) มีในอีก ๑,๓๒๔ ภาษา ในอีก ๑,๐๒๐ ภาษาอย่างน้อยบางส่วนของไบเบิล ขณะนี้เป็นครั้งแรกที่มีไบเบิลในภาษาบันตู Yao  ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้โดยประชาชนราว ๓.๑ ล้านคนในประเทศอัฟริกาตะวันออก

ไม่ได้เงินคืน

ผู้โดยสารที่ขึ้นรถโดยสารทางไกลเนื่องจากการประท้วงของรถไฟต้องยอมรับกฎเกณฑ์อื่น ในการล่าช้าระหว่างทางผู้โดยสารไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยตั๋วโดยสารต่างจากการรถไฟ ฯ ตามที่สำนักงานไกล่เกลี่ยสำหรับการคมนาคมทางใกล้ส่วนบุคคลสาธารณะ (SOEP) ชี้แจง  จะได้เงินคืนก็ต่อเมื่อเวลาออกเดินทางล่าช้าอย่างน้อย ๒ ชั่วโมงและในกรณีนี้ก็เพียงหากการเดินทางปกติกินเวลานานกว่า ๓ ชั่วโมง  ในการเดินทางโดยรถไฟ หลังการล่าช้า ๑ ชั่วโมงได้เงินค่าโดยสารคืน ๑ ใน ๔  หากล่าช้า ๒ ชั่วโมงได้คืนครึ่งหนึ่ง

ประท้วงครั้งที่ ๘

ตั้งแต่วันที่ ๕ พฤษภาคมเป็นต้นไปผู้โดยสารต้องรับมือกับการสไตรค์ที่จนถึงปัจจุบันยาวนานที่สุดของคนขับรถไฟในความขัดแย้งเรื่องค่าแรงกับการรถไฟแห่งประเทศเยอรมัน  สหภาพแรงงาน GDLเปิดเผยเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคมที่ผ่านมาที่แฟรงก์เฟิร์ตว่าการประท้วงน่าจะกินเวลานาน ๖ วัน  โดยเริ่มต้นในเวลา ๒ นาฬิกาของวันที่ ๕ พฤษภาคมและสิ้นสุดลงในเวลา ๙ นาฬิกาของวันที่ ๑๐ พฤษภาคม  กำหนดว่าจะมีการสไตรค์ตั้งแต่เวลา ๑๕ นาฬิกาของวันที่ ๔ พฤษภาคม  โดยเป็นการสไตรค์ครั้งที่ ๘ แล้วในการขัดแย้งเรื่องค่าแรง  GDL ชี้แจงว่าการรถไฟ ฯ บีบบังคับให้พนักงานขับรถไฟและพนักงานรถไฟของตนเองประท้วงอีกครั้งหนึ่ง การรถไฟ ฯ ระบุการสไตรค์ว่า “ไม่ผ่อนปรนและไม่เหมาะสม”
Alexander Dobrindt รัฐมนตรีคมนาคมวิจารณ์การประกาศการสไตรค์  ว่าเขาเข้าใจที่พลเมืองจำนวนมากโกรธเคืองเกี่ยวกับขอบเขตของการสไตรค์  การยอมรับการความไม่ลงรอยเรื่องค่าแรงในหมู่ประชากรใกล้ทะลุขอบเขต  ผู้นำการเจรจาควรตระหนักในความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการด้วย  การรถไฟ ฯ ประกาศว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ผลกระทบจากการสไตรค์ต่อลูกค้าน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  แต่ต้องคำนวณการส่งอิทธิพลสูงต่อการรถไฟฯ  เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายนที่ผ่านมาสหภาพแรงงานได้ปฏิเสธข้อเสนอด้านค่าแรงใหม่ของการรถไฟ ฯ และประกาศการประท้วงครั้งต่อไปที่ยาวนาน  โดยการรถไฟ ฯ ได้เสนอให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นเป็น ๒ ขั้นรวมทั้งสิ้น ๔.๗% ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคมเป็นต้นไป  นอกจากนั้นจนกว่าจะถึงวันที่ ๑ มิถุนายนมีการชำระเงินครั้งเดียวเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น ๑,๐๐๐ ยูโร  GDL เรียกร้องเงินมากขึ้น ๕% และระยะเวลาทำงานน้อยลง ๑ ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ความขัดแย้งยุ่งยากมากเนื่องจาก GDL ต่อสู้กับสหภาพแรงงานการรถไฟและการคมนาคม (EVG) ที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับอิทธิพลในกลุ่มบริษัทการรถไฟ  บางส่วนสหภาพทั้งสองประสงค์จะเจรจาต่อรองให้กับกลุ่มอาชีพกลุ่มเดียวกัน  การรถไฟ ฯ ประสงค์จะได้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกันในการเจรจาแยกกัน  ท้ายสุดคนขับรถไฟได้สไตรค์เมื่อวันที่ ๒๑-๒๓ เมษายนที่ผ่านมา

ถั่ว: ยาต้านมะเร็งตับอ่อน

นยุคที่เต็มไปด้วยมลภาวะและสารเคมีอยู่ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนถึงก่อนเข้านอนตอนกลาง จนทำให้ร่างกายคนเราอ่อนแอเจ็บป่วยได้ง่าย แม้แต่โรคที่อันตรายถึงชีวิตอย่างโรคมะเร็งที่ยากต่อการรักษาให้หายขาดได้
เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยใหม่ พบว่า กินถั่วแค่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งตับอ่อนได้ถึงหนึ่งในสามส่วน โดยการศึกษาของโรงเรียนฮาร์วาร์สาธารณสุขในบอสตันสหรัฐอเมริกา แนะนำให้กินถั่วเป็นอาหารว่างประจำเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ ผลการวิจัยที่เผยแพร่ออนไลน์ในอังกฤษวารสารมะเร็งเผยว่า ถั่วสามารถป้องกันโรคมะเร็งตับอ่อนที่มีอัตราตายสูง แม้แต่ในผู้สูบบุหรี่ที่มีความเสี่ยงเป็นตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง โดยถั่วจะสร้างเอนไซม์มาช่วยย่อยอาหารและปล่อยอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แม้ว่าการศึกษาก่อนหน้านี้ จะชี้ว่าถั่วมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง เมื่อรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยากตรวจสอบว่า การกินถั่วมีผลต่ออัตราการเกิดมะเร็งตับอ่อนหรือไม่ โดยศึกษาจากตัวอย่างของผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งและคนปกติมากกว่า 75,000 คน
ผลการศึกษาพบว่า การกินถั่วหนึ่งออนซ์มากกว่า 2 ครั้ง / สัปดาห์ ลดเสี่ยงเนื้องอก 35 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่เคยกิน ทั้งนี้งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุว่าการทานถั่วมีประโยชน์สำคัญต่อผู้ป่วยโรคอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคนอ้วนหรือคนที่มีประวัติโรคเบาหวาน
ถั่วจึงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่หาทานได้ง่าย แต่สามารถต้านโรคอันตรายได้มากมาย
20141127_104337

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

กินอาหารแบบยุคหิน

ผู้อ่าน “ชาวไทย” เคยได้ยิน “Paleo“ บ้าง  ผู้เขียนต้องสารภาพว่าไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน  เพิ่งจะอ่านเจอจากในหนังสือพิมพ์เมื่อเร็ว ๆ นี้เอง  เริ่มเดากันแล้วใช่ไหม  เฉลยเสียเลยก็แล้วกัน
ประชาชนมากขึ้นทุกทีสมัครใจจำกัดอาหารที่กิน  โดยกินเนื้อสัตว์และผัก แต่ไม่กินธัญพืชและนม  เป็นการบริโภคแบบ “Paleo“ คือ กินอาหารที่มีตั้งแต่สมัยยุคหิน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา  และสัตว์ทะเล ไข่ ผลไม้และผัก เห็ด ลูกนัทและน้ำผึ้ง  หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่มีที่มาจากการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เช่น ธัญพืช  ซึ่งรวมถึง  ขนมปัง Muesli  นม รวมทั้งโยเกิร์ตและเนย น้ำตาล
ฟอรุมในอินเตอร์เน็ต ผู้เขียนตำราอาหารและผู้เสนอ  เป็นผู้ค้นพบหัวข้ออาหารจากยุคหิน  หนึ่งในผู้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ได้แก่ Sabine Paul ผู้ก่อตั้งสถาบัน “Palaeo-Power-Institut“  เธอให้คำมั่นในโฮมเพจถึง “พลังงานที่หลั่งไหลด้วยอาหารธรรมชาติของบรรพบุรุษที่แข็งแรงของเรา”
ในขณะที่ Susanne Klaus ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มทำงานวิจัยเกี่ยวกับสรีรวิทยาของการดูดซึมพลังงาน จากสถาบันเพื่อการวิจัยอาหารเยอรมันไม่เชื่อถือเรื่องอาหารจากยุคหิน  โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องไร้สาระอีกเรื่องหนึ่ง
ตามจริงแนวโน้มนี้ตั้งอยู่บนทฤษฏีของ Loren Cordain บิดาของขบวนการเคลื่อนไหวที่ระบุว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้ย่อยผลิตภัณฑ์เกษตรที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต  นับแต่ยุคหินมนุษย์ไม่ได้พัฒนาต่อไปด้านพันธุกรรม แต่ Klaus กล่าวว่าไม่มีพื้นฐานด้านวิชาการมารองรับ  นอกจากนั้นเราไม่รู้แน่ชัดว่าในยุคหินคนกินอะไรเป็นอาหารกันอย่างแน่ชัด เป็นเรื่องเหลวไหลที่งดกินอาหารทั้งกลุ่ม  เธอกล่าวว่าที่ดีที่สุด คือ อาหารปกติที่ผสมผสานกันหลากหลายเท่าที่เป็นไปได้  แต่เธอเห็นว่าดีที่ในครัว Paleo ใช้แต่อาหารที่สด  ไม่ได้รับการปรุงแต่งทางอุตสาหกรรม  ที่ย่าน Bornheim ที่แฟรงก์เฟิร์ตถึงกับมีร้านอาหาร Paleo ที่ร้านจะปรุงอาหาร  อบ  และดื่มเช่นในยุคหินเก่า  โดยใข้กะทิแทนนม ใช้กล้วยดิบแทนแป้ง  ใช้ลูกนัทแทนครีมเปรี้ยว
Sabine Lanius อาชีพที่ปรึกษาด้านโภชนาการ วัย ๔๘ ปีจากแฟรงก์เฟิร์ตที่บริโภคอาหารตามหลัก Paleo มา ๖ เดือนแล้ว  แต่ไม่เคยไปร้านอาหารยุคหินกล่าวว่าสามารถพบอาหารแบบ Paleo ได้ในร้านอาหารดี ๆ ทุกแห่ง  ในการทำอาหารเองเธอเห็นว่ามีเสน่ห์ที่ตรงวิธีทำค่อนข้างง่ายและอิ่มได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนแคลอรี  เธอยังชี้แจงว่านับแต่เธอละเว้นการกินแป้งขาว น้ำตาล  และนมวัว  หลังมื้ออาหารเธอไม่รู้สึกเหมือนตัวบวมพองและไม่อึดอัดท้อง  อาการแพ้ก็น้อยลง  เธอรู้สึกตัวแข็งแรงขึ้นและมีพลังงานมากขึ้น  กระนั้น Klaus ที่เป็นนักวิชาการด้านอาหารก็ยังคงไม่วางใจอยู่ดี  โดยปฏิเสธ “การไม่ยืดหยุ่นด้านอาหาร” ทุกประเภท  เธอเห็นว่าการที่ประชาชนมากขึ้นทุกทีจงใจจำกัดอาหารเป็นปรากฏการณ์ความสมบูรณ์พูนสุขในช่วงเวลาของการมีตัวเลือกมากและราคาต่ำ  และบางครั้งก็เป็นลักษณะหนึ่งของการ “ชดเชยทางศาสนา” ด้วย
ฮ่า ๆ ข้อนี้ผู้เขียนไม่มีความคิดเห็น  ใครใคร่กินหรือไม่กินอะไรก็ทำไปเถอะ  ตราบเท่าที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน  ส่วนตัวเองนั้นเป็นคนง่าย ๆ (แต่ไม่ใช่ใจง่ายนะเออ) อะไรก็ได้  มีให้กินก็กิน  ไม่กินเสียบ้างก็ได้  โดยเฉพาะถ้ามีหนังสือดี ๆ ให้อ่าน  เอาสเต็กมาแลกก็ไม่สนจร้า
 swP-23-09-2014
เรียบเรียงโดย “เอื้อยอ้าย”

ข้อมูล  Aachener Zeitung

ศิลปินในวงการเพลงภาษาเยอรมัน (128) Harald Walter Bernhard Schubring

เอกอัครราชทูต  วิญญู แจ่มขำ
นาย Ted Herold นักร้องเพลงสมัยนิยมชาวเยอรมัน มีชื่อจริงว่า Harald Walter Bernhard Schubring เกิดที่กรุง Berlin-Schöneberg เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ค.ศ. ๑๙๔๒ (พ.ศ. ๒๔๘๕) พ่อเป็นนายช่างเครื่องบินทิ้งระเบิด ต่อมาในปี ๑๙๕๑ (พ.ศ. ๒๔๙๔) ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่เมือง BadHomburg vor der Höhe
เขาชอบเพลงมาก โดยเฉพาะเพลงร็อคอเมริกันของ Bill Haley, Buddy Holly และของ Elvis Presley จึงได้ชวนเพื่อนนักเรียนร้องเพลงดัง ๆ ของนักร้องเหล่านั้น จนกระทั่งปี ๑๙๕๘ (พ.ศ. ๒๕๐๑) เพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งได้ติดต่อห้างแผ่นเสียง Polydor ให้ หลังจากได้ทดสอบเสียงร้องเพลงแล้ว  เขาได้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงเพลงแรกในห้องบันทึกเพลงของห้าง ฯ ที่นครรัฐฮัมบวร์ก ในความควบคุมการผลิตของนาย Bert  Kaempfert ผู้ผลิตและหัวหน้าวงดนตรี โดยมีเพลงดังของเอ็ลวิส  คำร้องภาษาเยอรมันรวมอยู่ด้วย คือเพลง Ich brauch’ keinen Ring (Wear My Ring Around Your Neck), Ohne dich (Lover Doll), So schön ist nur die allerste Liebe (Judy) และเพลงWunderbar, wie Du heut’ wieder küßt (I got stung) ฝ่ายจัดการเห็นหน่วยก้านว่าเขาสอบผ่านเพลงแนวร็อค จึงให้เขาใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า Ted Herold
แผ่นเสียงแรกประสบความสำเร็จพอสมควร แต่เขาก็ได้รับสัญญาให้มีส่วนร่วมในการจำหน่ายแผ่นเสียง พร้อมกับได้ย้ายที่บันทึกเพลงของห้าง ฯ ไปอยู่ที่กรุงเวียนนา โดยทำงานร่วมกับผู้ผลิตเพลงที่มีชื่อเสียงคือนาย Gerhard Mendelson ซึ่งเขาได้ปั้นนักร้องอาชีพแนวเพลงเดียวกันแต่นุ่มนวลกว่าคือนาย Peter Kraus แล้ว สำหรับ Ted Herold ต้องให้เป็นเอ็ลวิสเยอรมัน  ดังนั้นจนถึงปี ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) เขาจึงร้องแต่เพลงของเอ็ลวิสที่มีคำร้องเป็นภาษาเยอรมัน แต่เนื่องจากสถานการณ์หลังสงครามที่เคร่งครัด สถานีวิทยุกระจายเสียงเยอรมันจึงยังไม่นิยมเปิดแผ่นเสียงเพลงเหล่านี้บ่อย
เขาเรียนจบชั้นมัธยมในปี ๑๙๕๙ (พ.ศ. ๒๕๐๒) และเป็นปีที่เริ่มอาชีพร้องเพลงซึ่งมีทั้งออกแผ่นเสียงและเดินสายร้องเพลงครั้งแรกกับศิลปินคนอื่น ๆ เช่น Tommy Kent, Bully Buhlan, Ralf Paulsen และ Max Gregor โดยยึดแนวเพลงของเอ็ลวิสที่นุ่มนวลเป็นหลักตั้งแต่ปี ๑๙๖๐ (พ.ศ. ๒๕๐๓) จากเพลง Moonlight ที่นาย Werner Scharfenberger และนาย Fini Busch ร่วมกันแต่งคำร้องให้ สามารถขายแผ่นเสียงได้ถึง ๕๐๐,๐๐๐ แผ่น นับว่าประสบความสำเร็จมากและติดอันดับที่ ๑  ของตารางเพลงเยอรมันยอดนิยม เขาจึงกลายเป็นนักร้องเพลงร็อคเยอรมันที่ปรากฏตัวในหนังเพลงระหว่างปี ๑๙๕๙-๑๙๖๓/พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๖) รวมทั้งได้เป็นนักร้องคลอในวงดนตรีของนาย Johannes Fehring เสียส่วนมาก แต่ในวงดนตรีอื่น ๆ ก็มีบ้าง เช่นวงดนตรีของนาย Werner Scharfenberger นาย Erwin Halletz นาย Boris Jojic นาย Gerry Friedrich และนาย Bill Justis
เขาต้องหยุดร้องเพลงกลางคัน เมื่อถูกเกณฑ์ทหารไปประจำการอยู่ที่เมือง Wetzlar ในปี ๑๙๖๓ (พ.ศ. ๒๕๐๖) และได้รับการศึกษาอบรมด้านการรับส่งสื่อสารทางวิทยุ จึงถือโอกาสออกเพลงเผยแพร่ทางคลื่นเพลงสำหรับวัยรุ่นบ้างจนพ้นเกณฑ์  ด้วยยศนายสิบในปี ๑๙๖๔ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ปีต่อมา ระหว่างที่เพิ่งเริ่มเรียนวิชาช่างเท็คนิควิทยุและโทรทัศน์ในเมืองเว็ทซล่าร์ เขาได้รู้จักและแต่งงานกับนางสาว Karin Höhler ลูกสาวเจ้าของห้องพักในเมืองนั้น แล้วได้พากันโยกย้ายมาอยู่ที่ Wetzlar-Nauborn ในปี ๑๙๖๖ (พ.ศ. ๒๕๐๙) ซึ่งเป็นปีที่เขาร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียงชุดสุดท้ายที่ห้างแผ่นเสียง Polydor และมาร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง ๒ ชุดในปี ๑๙๖๙ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ที่ห้าง Metronome  ตั้งแต่ปี ๑๙๗๐ (พ.ศ. ๒๕๑๓) ได้ทำงานเป็นหัวหน้าโรงงานตามที่ได้ร่ำเรียนวิชาชีพมา และได้สอบเป็นนายช่างในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๗๗ (พ.ศ. ๒๕๒๐) ซึ่งในปีนั้นเขาได้รับข้อเสนออย่างปัจจุบันทันด่วนจากนาย Udo Lindenberg นักร้องเพลงร็อคชาวเยอรมันให้มาร่วมทำแผ่นเสียงลองเพลย์ชุด Panische Nächte  และร่วมเดินสายร้องเพลงทั่วประเทศ เขาจึงได้ทำสัญญากับห้าง Teldec ออกเพลงใหม่ ๆ และนำเพลงร็อคที่เคยร้องไว้มารวมไว้ด้วย และตั้งแต่ปี ๑๙๗๘ (พ.ศ. ๒๕๒๑) เขาก็ได้เพื่อนที่เคยเล่นดนตรีและร้องคลอในวงดนตรีเก่าซึ่งเป็นนักกีต้าร์ทั้ง ๒ คนมารวมกลุ่มด้วยคือนาย Helmut Franke และนาย Peter Hesslein
ปลายคริสต์ทศวรรษที่ ๑๙๙๐ เพลงที่เขาเคยร้องได้ทำออกมาเป็นแผ่นซีดี ทำให้ยุคเก่าของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีก ทั้งยังได้รับเชิญไปออกรายการทางโทรทัศน์และงานรอบปฐมทัศน์หลายรายการ เช่นในหนังโทรทัศน์ชุด Lindenstraße ตอนที่ ๑๑๑๖ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๐๗ (พ.ศ. ๒๕๕๐) และหลังการแสดงสดก็ได้ออกแผ่นซีดีอีกหลายชุด
เมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. ๒๐๐๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕) เขาได้ออกเพลง Ob 16 oder 60 เนื่องในโอกาสที่ได้ร้องเพลงเป็นอาชีพมาครบ ๔๕ ปี กับครบรอบปีเกิด ๖๐ ปี รวมทั้งออกแผ่นซีดีที่รวมเพลงเด่นของเขาชื่อชุด Mein verrücktes/verrocktes Leben นอกจากนั้นในเดือนนี้ยังได้แต่งงานใหม่กับนาง Manuela ที่เมืองด๊อร์ทมุนด์ ซึ่งทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันมาจนถึงทุกวันนี้
ตั้งแต่ปี ๒๐๐๕ (พ.ศ. ๒๕๔๘) เขาทำงานร่วมกับนาย Klaus Pelizaeus กับนาย Hans Rolf (Charlie) Schade ผู้ผลิตเพลง จากแผ่นเพลงใหม่ชุด 1958-wir waren dabei  ทำให้เขาได้รับความนิยมในรายการ Hitparade ตามด้วยแผ่นเพลงชุดที่ ๒๖ ชื่อ Jukebox, Jeans, Rock ‘n’ Roll ในเดือนมกราคม ปี ๒๐๐๘ (พ.ศ. ๒๕๕๑) และในเดือนธันวาคม ปีต่อมาได้ออกแผ่นเพลงชุดที่ ๒๗ ชื่อ Wahre Liebe wird nicht älter ในโอกาสที่แสดงในเทศกาลคริสต์มาสที่ Dortmunder Westfalenhalle ซึ่งเพลงทั้ง ๒ ชุดนั้น ผู้ผลิตทั้ง ๒ คน เป้นผู้ดำเนินการ นอกจากนั้นยังได้ผลิตแผ่นเพลงในรูปคาราโอเกะหลายเพลงควบคู่มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๗ (พ.ศ. ๒๕๕๐) สำหรับปีที่แล้วมี ๒ ชุด คือ Nicht jede hat ein Herz wie du และ Es regnet harte Dollars ส่วนปีนี้เพิ่งออกชุดเดียวตือ Scheich in Abu Dhabi
เขาได้รับรางวัล Goldene Stimmgabel ในปี ๑๙๘๒ (พ.ศ. ๒๕๒๕) และปี ๑๙๘๘ (พ.ศ. ๒๕๓๑) กับรางวัล DVD ชื่อ Unterwegs จาก Bear Family Records ซึ่งจัดทำให้เนื่องในโอกาสที่เขามีอายุ ๖๕ ปี ในปี ๒๐๐๗ (พ.ศ. ๒๕๕๐)

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

ถุงพลาสติคใช้ครั้งเดียว

ถุงพลาสติกถูกทิ้งลงถังขยะหลังใช้งานครั้งเดียวเฉลี่ย ๒๕ นาที  ชาวเยอรมันแต่ละคนใช้ถุง  ๒๐๐ ใบต่อปี  แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๐๑๖ ทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่  เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายนที่ผ่านมารัฐสภาสหภาพยุโรปที่ Straßburg ได้เปิดหนทางให้กับการลดการใช้ถุงอย่างหนัก  จนกว่าจะถึงปี ๒๐๑๙ ควรมีการใช้ถุงเพียง ๙๐ ใบต่อคนต่อปี  ในปี ๒๐๒๕ ต้องบรรลุเป้าหมายสุดท้าย ๔๐ ใบ  โดยประเทศสมาชิกมีอิสระในการดำเนินการ  สามารถห้ามการใช้ถุงอย่างสิ้นเชิง ตั้งราคาภาษีที่รู้สึกได้หรือผสมผลานทั้งสองอย่าง  แต่แรกทีเดียวมีผลกระทบเพียงต่อถุงบางที่มีความหนา ๐.๐๕ มิลลิเมตร  ที่ให้ใช้ฟรีในประเทศยุโรปตะวันออกเป็นส่วนใหญ่  ในประเทศเยอรมันเป็นที่รู้จักในร้าน Drogorie จำนวนมาก  มติไม่รวมกลุ่มใหญ่ของถุง ๒ กลุ่ม  โดยไม่กระทบถุงหนามากที่พิมพ์โฆษณาที่ทุกวันนี้ของร้านจำนวนมากต้องชำระค่าธรรมเนียม  ถุงบางมากจากพลาสติกที่บรรจุผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไส้กรอกหรือเนยแข็งได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ต่อไป