วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คำทับศัพท์

        เคยลงคำศัพท์ภาษาไทยที่พบว่ามักสะกดผิดกันเสมอ ๆ มาแล้วสองครั้ง โดยผู้เขียนมีความเชื่ออยู่เสมอว่าภาษาไทยไม่ได้ยาก ขอแค่มีความช่างสังเกตสังกาสักหน่อยก็จะไม่เกิดความผิดพลาดในการเขียน-อ่าน  แต่ต้องสารภาพว่าแม้ว่าจะเป็นคนที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการอ่าน-เขียนอยู่เป็นประจำ  แต่การเขียนคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษก็ยังเขียนผิดอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีการสอนกันในโรงเรียน จึงจำกฎเกณฑ์ไม่ได้ หากอยากรู้ก็ต้องเปิดพจนานุกรมเอา หรือถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องพึ่งอินเตอร์เน็ตนั่นแล
        วันนี้เลยขอคัดคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่เราต้องใช้กันบ่อย ๆ และร้อยทั้งร้อยเขียนผิดกันเป็นส่วนมากมาให้ดู โดยเป็นการสะกดตามมาตรฐานทับศัพท์ในแบบฉบับพจนานุกรมไทย  บางคำก็ดูแปลกแบบไม่คุ้นเคย ผู้เขียนเองก็ยังเขียนผิดมานมนาน แต่ถ้าต้องการเขียนให้ถูกต้องตามหลักก็ต้องแบบนี้เลยจ้า

                            ถูก                              ผิด
Facebook              เฟซบุ๊ก                       เฟสบุ๊ค
like                      ไลก์                           ไลค์
comment              คอมเมนต์                   คอมเม้นท์
website                 เว็บไซต์                     เวปไซต์
email                    อีเมล                         อีเมล์
click                      คลิก                         คลิ๊ก
mouse                   เมาส์                        เม้าท์
blog                      บล็อก                       บล็อค
digital                    ดิจิทัล                       ดิจิตอล
graphic                  กราฟิก                      กราฟฟิค
spec                      สเปก                        สเป็ค
update                   อัปเดต                      อัพเดท
upgrade                 อัปเกรด                     อัพเกรด
internet                  อินเทอร์เน็ต               อินเตอร์เน็ต
application             แอปพลิเคชัน               แอพพลิเคชั่น 
                                            
เรียบเรียงโดย “เอื้อยอ้าย”


วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

คนรวยที่สุดในเยอรมัน

        ตามการรายงานของนิตยสารเศรษฐกิจ “BilanzDieter Schwarz ผู้ก่อตั้ง Lidl เป็นชาวเยอรมันที่ร่ำรวยที่สุด  โดยเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ๓๗ พันล้านยูโร  อันดับที่ ๒ ตามมาด้วยครอบครัว Riemann ด้วยทรัพย์สิน ๓๐ พันล้านยูโร  โดยเป็นผู้นำอันดับในปีที่ผ่านมาด้วยจำนวนทรัพย์สินเท่ากันนี้  ตามการรายงานล่วงหน้าของนิตยสารเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคมที่ผ่านมา  ครอบครัวนี้อยู่เบื้องหลังผู้ผลิตกาแฟและชา Jacobs Douwe Egberts และผู้ผลิตแชมพู Wella  อันดับ ๓ ของแชมป์คนรวย ได้แก่ ครอบครัว Schäffler เจ้าของผู้สร้างเครื่องจักรกลและอะไหล่รถยนต์ รวมทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Continental  ตามการคำนวณ Maria-Elisabeth Schäffler-Thumann และ Georg บุตรชายมีทรัพย์สินรวมกัน ๒๕.๕ พันล้านยูโร  ตามข้อมูลของกองบรรณาธิการนิตยสาร Bilanz ตัวเลขมาจากการประเมินจากข้อมูลของผู้ดูแลทรัพย์สิน ธนาคาร และการบันทึก  ในการคำนวณรวมมูลค่าของสัดส่วนในบริษัท มูลค่าหุ้น อสังหาริมทรัพย์  รวมทั้งมูลค่าทุน

ปรับตัวได้ดี

        ในการปรับตัวของผู้ลี้ภัยมุสลิมในรุ่นวัยที่สอง ประเทศเยอรมันได้คะแนนดีเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปตะวันตกอื่น ๆ  ทั้งนี้ เป็นผลการศึกษาที่มูลนิธิ Bertelsmann ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคมที่ผ่านมา  โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ของชาวมุสลิมที่เดินทางมายังประเทศเยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ฝรั่งเศส และอังกฤษก่อนหน้าปี ๒๐๑๐  มีการให้คะแนนความสามารถด้านภาษา การศึกษา อาชีพและการติดต่อทางสังคม  ประเทศเยอรมันได้รับคะแนนดีที่สุด โดยทิ้งห่างประเทศอื่น ๆ ในการปรับตัวของผู้ลี้ภัยในตลาดแรงงาน  ตามการศึกษา อัตราการว่างงานและตำแหน่งงานเต็มเวลาแทบไม่มีความแตกต่างกับเฉลี่ยของประชากร  ๗๓% ของเด็ก จากผู้อพยพมุสลิมที่เกิดในประเทศเยอรมันเติบโตพร้อมภาษาเยอรมันเป็นภาษาแรก  ระดับการจบการศึกษาจากโรงเรียนก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ กระนั้น ก็มีประเด็นลบด้วย  โดยในประเทศฝรั่งเศสเพียง ๑๑% ของชาวมุสลิมออกจากโรงเรียนก่อนวัย ๑๗ ปีก่อนจบการศึกษา  ในประเทศเยอรมันมีจำนวน ๓๖นักวิจัยสันนิษฐานว่าระบบโรงเรียนที่แตกต่างกันเป็นสาเหตุ  โดยเด็กในประเทศฝรั่งเศสเรียนร่วมกันนานกว่าและส่วนมากผู้อพยพมีความรู้ภาษาฝรั่งเศสดี  เนื่องจากประวัติศาสตร์การเป็นเมืองขึ้น  Stephan Vopel ผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิ Bertelsmann กล่าวว่าการเปรียบเทียบนานาชาติแสดงว่าไม่ใช่ความเป็นพวกเดียวกันทางศาสนาเป็นตัวตัดสินโอกาสประสบความสำเร็จในการปรับตัว  หากแต่ดป็นกรอบเงื่อนไขของรัฐและเศรษฐกิจ

ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

        ตามข้อมูลของสถาบันวิจัยความคิดเห็น Allensbach สี่สัปดาห์ก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไป ๔๖% ยังไม่รู้ว่าจะลงคะแนนเสียงให้ผู้ใด  โดยมีแนวโน้มและกลุ่ม ต่อไปนี้
๑.               ผู้ลงคะแนนเสียงนาทีสุดท้าย  สมัยก่อนมีการสอบถามครั้งสุดท้ายสิบวันก่อนการเลือกตั้ง  หลังจากนั้น ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต้องตัดสินใจเอง  ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสุดท้ายถือว่า ๗๒ ชั่วโมงสุดท้ายเป็นตัวตัดสิน  โดยพรรคการเมืองจะเร่งรณรงค์หาเสียงอีกครั้งหนึ่ง  ขณะนี้ถือว่า ๔๘ ชั่วโมงสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ  ที่ไรน์ลันด์-ฟัลซ์ ซาร์ลันด์ นอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน และชเลสวิก-โฮลสไตน์ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้าการเลือกตั้งรู้สึกได้ถึงแนวโน้มการหวนกลับที่ดำเนินต่อไปจนถึงวันอาทิตย์ที่เลือกตั้ง  นับแต่ทศวรรษที่ ๔๐ มีการระบุว่าเป็นผลกระทบ “bandwagon” โดยท้ายสุดประชาชนจำนวนมากประสงค์จะอยู่กับผู้ชนะ
๒.              ผู้ลงคะแนนเสียงที่ยังตัดสินใจไม่ได้  สัดส่วนเพิ่มขึ้น จาก ๒๖% ในปี ๑๙๙๘ เป็น ๓๕% ในปี ๒๐๐๕ คิดเป็น ๓๙% เมื่อ ๔ ปีก่อนและขณะนี้ ๔๖% โดยยังต่อสู้ยื้อยุดกันอยู่  อย่างไรก็ดี ในขณะเดียวกันสัดส่วนของผู้ที่เห็นว่าการเลือกตั้งตัดสินแล้ว ๑ เดือนก่อนหน้าในคำถามที่ว่าใครจะได้เข้าสู่ทำเนียบนายก ฯ ก็เพิ่มขึ้นด้วย  ตามตัวเลขของสถาบัน Allensbach กลุ่มผู้ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ไม่ใช่เปิดกว้างทุกด้าน  ๑๑% เปลี่ยนไปมาระหว่าง CDU/CSU และ SPD  อย่างละ ๙ % ระหว่าง CDU/CSU และ FDP รวมทั้ง SPD และพรรคเขียว  ซึ่งอาจจะมีความสำคัญต่อการรอดชีวิตของพรรคเขียว
๓.              ผู้ไม่ออกเสียงเลือกตั้ง  ตามข้อมูลของ Jürgen Falter นักวิจัยพรรคการเมือง การตรวจสอบจากทศวรรษที่ ๙๐ ได้ผลลัพธ์ว่าภายใต้ผู้ไม่ออกเสียงเลือกตั้งในครั้งกระนั้นแทบไม่มีพวกไม่ลงคะแนนเสียงเพื่อประท้วง  หากแต่ส่วนใหญ่ไม่สนใจการเมือง  โดยปรากฎกับทุกกลุ่มการศึกษา อาชีพและทุกค่าย  ปัญหาในการวิจัยผู้ไม่ออกเสียงเลือกตั้งเกิดขึ้นเนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เข้าร่วมการสอบถาม  จำนวนมากกลัวว่าจะถูกเปิดตัว  Falter สันนิษฐานว่านอกเหนือจากความไม่สนใจทางการเมืองยังมีความสิ้นหวัง  เนื่องจากมีการผสมกันที่ยอมประนีประนอมอยู่เสมอ  ทำให้พบได้บ่อยที่ไม่สามารถรักษาคำสัญญาไว้ได้  ทำให้เกิดความรู้สึกว่าคะแนนเสียงของตัวท้ายสุดสามารถก่อให้เกิดอะไรได้น้อย
๔.              ผู้ลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์  นับเป็นเวลา ๖๐ ปีมาแล้วที่สามารถลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์  ทีแรกเพียงสำหรับคนพิการ ผู้ป่วยหรือผู้ที่ติดขัดอย่างอื่น ขณะนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่ในวันเลือกตั้งไม่สามารถไปยังคูหาเลือกตั้งได้หรือไม่ประสงค์จะไป นับแต่ปี ๑๙๙๐ สัดส่วนของผู้เลือกตั้งทางไปรษณีย์เพิ่มขึ้น  โดยมีจำนวน ๒๔.๓% ในปี ๒๐๑๓  พรรคการเมืองใหญ่ทุกพรรคเจาะจงบอกกล่าวกับผู้เลือกตั้งทางไปรษณีย์  ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ได้แก่ CDU/CSU ซึ่งในปี ๒๐๑๓ ได้รับคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งทางไปรษณีย์มาเป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวน ๔๓มากกว่า SPD (๒๔.๔%) เกือบสองเท่า
๕.              ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเยอรมันเชื้อสายตุรกี  ราว ๑.๒๕ ล้านคนจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ๖๑.๕ ล้านคนมีรากเหง้าเป็นชาวตุรกี  ตามการสอบถามผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งสุดท้าย ๖๔% ของชาวเยอรมัน-ตุรกีตัดสินใจเลือกพรรค SPD  ๑๒% พรรคเขียว  ๑๒% พรรคซ้าย เพียง ๗% สำหรับ CDU/CSU  การเรียกร้องของประธานาธิบดี Erdogan ของตุรกีไม่ให้ลงคะแนนเสียงให้กับ CDU/CSU, SPD และพรรคเขียวจะส่งผลอย่างไรยังไม่เป็นที่แน่ชัด

๖.               ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวเยอรมัน-รัสเซีย  ส่วนใหญ่ของผู้โยกย้ายมาตั้งหลักฐานในประเทศเยอรมัน ๓.๒ ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มอพยพโยกย้ายที่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นชาวเยอรมันรัสเซีย  ท้ายสุดได้หันหลังให้กับ CDU/CSU มากขึ้นทุกที  โดยหันไปเลือกพรรคทางเลือก AfD  โดยตัวเลขยืนยันมาจากเขตเลือกตั้งที่ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นผู้โยกย้ายถิ่นในการเลือกตั้งระดับแคว้นต่าง ๆ กัน  แต่ไม่มีการศึกษาล่าสุด

ย้ายทองเยอรมันกลับบ้าน

        ธนาคารชาติเยอรมันเสร็จสิ้นการโยกย้ายทองสำรองจากต่างประเทศก่อนเวลาที่วางแผนไว้สามปี  Carl-Ludwig Thiele ประธานกรรมการกล่าวเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมที่ผ่านมาว่าในสายตาของเขา การทำได้ก่อนเวลานับเป็นความสำเร็จอย่างเต็มที่  ในปี ๒๐๑๓ ธนาคารชาติได้กำหนดเป้าหมายว่าอย่างช้าที่สุดจนถึงปลายปี ๒๐๒๐ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของทองสำรองจากขณะนี้ ๓,๓๗๘ ตันจะถูกเก็บไว้ในประเทศ  ตามข้อมูลของธนาคารชาติ ขณะนี้ ๑,๗๑๐ ตันหรือ ๕๐.๖% ของขุมทองเยอรมันอยู่ในตู้นิรภัยในประเทศ  ที่นิวยอร์กยังมีการเก็บรักษาจำนวน ๑,๒๓๖ ตัน  ที่ลอนดอน ๔๓๒ ตัน  ในกรณีวิกฤติสามารถแลกเปลี่ยนทองเป็นดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว  ลอนดอนเป็นสถานที่ค้าขายโลหะสูงค่าที่ใหญ่ที่สุด  ธนาคารชาติระบุค่าเก็บรักษารวมทั้งสิ้น ๗.๗ พันล้านยูโร

เที่ยวตุรกี?

        การแสดงความคิดเห็นที่ติติงเกี่ยวกับการท่องเที่ยวตุรกีของ Sigmar Gabriel รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมันได้สร้างความไม่มั่นใจ  โฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเน้นเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคมที่ผ่านมาว่าขณะนี้กระทรวง ฯ ไม่ได้ตระเตรียมการเตือนการเดินทางอย่างเป็นทางการสำหรับประเทศตุรกี  แม้จะมีคำแนะนำจากกาเบรียล  แต่ข้อบ่งชี้การเดินทางที่เพิ่งเพิ่มความเข้มงวดขึ้นไม่นานมานี้ยังจะได้รับการปรับให้ทันเหตุการณ์ต่อไป  เธอเน้นว่ากาเบรียลไม่ได้ใช้คำว่า “การเตือน” ในการให้สัมภาษณ์ของเขา  เธอระบุต่อไปว่าเป็นเรื่องของพลเมืองแต่ละคนว่าขณะนี้จะเดินทางไปยังประเทศตุรกีหรือไม่  ต่อคำถามที่ว่าเขาจะแนะนำพลเมืองเยอรมันให้ไปท่องเที่ยวในประเทศตุรกีหรือไม่  กาเบรียลได้ให้คำตอบว่าขณะนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยสำนึกที่ดี  ขณะเดียวกันเขาก็ย้ำว่ารัฐไม่สามารถตัดสินใจแทนผู้ใดได้  กระนั้น การแสดงความคิดเห็นของกาเบรียลถูกเข้าใจว่าเป็นการเตือนการเดินทางจากพลเมืองจำนวนหนึ่ง  กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่านับแต่นั้นมีการสอบถามเพิ่มขึ้น  สาเหตุเบื้องหลังของการไตร่ตรองของกาเบรียล ได้แก่ สภาวการณ์ตึงเครียดทางการเมืองภายในของประเทศตุรกีและการจับกุมตัวชาวเยอรมันล่าสุดที่นั่น  หลังการจับกุมตัว Peter Steudtner นักสิทธิมนุษยชนเยอรมันเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมันได้ดำเนินนโยบายขึงขังขึ้นต่อตุรกีและเพิ่มข้อระบุด้านการเดินทางอย่างเป็นทางการ  โดยนักท่องเที่ยวเพียงได้รับการเตือนให้ระมัดระวังและได้รับการแนะนำให้ไปรายงานตัวที่สถานทูตเพื่อความปลอดภัย  จนถึงปัจจุบันพลเมืองเยอรมัน ๑๐ คนถูกจองจำอยู่ในประเทศตุรกี  เนื่องจากข้อกล่าวหาด้านการเมือง
เหตุผลที่เห็นด้วยกับการเดินทางไปเที่ยวประเทศตุรกี  หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุผลสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศตุรกี อุตสาหกรรมเดินทางเยอรมันยกข้อโต้เถียงที่สำคัญ ๒ ประการขึ้นมา  ได้แก่ เรื่องราคาที่ดีและความเป็นมิตรกับผู้มาเยือน  Tui เน้นว่าในประเทศตุรกีมีความสัมพันธ์ราคา-ประสิทธิผลที่ดีที่สุดในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมด  Oeger Tours ผู้เชี่ยวชาญประเทศตุรกีคำนวณว่าการพักผ่อนในโรงแรมที่ดีมากในประเทศตุรกีเฉลี่ยถูกกว่าการพักผ่อนที่เทียบเคียงกันได้ในประเทศสเปนถึง ๔๐ราคาค่าใช้จ่ายเดินทางท่องเที่ยวเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับครอบครัวที่มีงบประมาณน้อย  โรงแรมตุรกีจำนวนมากเสนอบริการรวมทุกอย่างหมด (All Inclusive)  ส่วนความเป็นมิตรของชาวตุรกีที่ไม่เข้ากันกับโวหารที่แข็งกร้าวของประธานาธิบดี Erdogan  Tui ได้บ่งชี้ถึงความพึงพอใจสูงของผู้ที่ไปท่องเที่ยวที่ตุรกี  ข้อโต้แย้งต่อไประบุว่าไม่ควรลงโทษชาวตุรกีทั้งหมด  Norbert Kiebig ประธานสมาคมเดินทางเยอรมัน (DRV) กล่าวว่าการคว่ำบาตรประเทศใดประเทศหนึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้รัฐบาล  หากแต่ประชาชนที่หาเลี้ยงชีพจากการท่องเที่ยว  ในหัวข้อความปลอดภัย ศาสตราจารย์ Torsten Kirstges นักวิจัยการท่องเที่ยวบ่งชี้ว่าความเสี่ยงของการก่อการร้ายในประเทศตุรกีไม่ได้มีความเสี่ยงสูงกว่าประเทศอื่น ๆ แต่สามารถตกเป็นเหยื่อการก่อวินาศกรรมในยุโรปเหนือด้วยเช่นกัน 

เหตุผลที่ไม่ควรไปพักผ่อนที่ประเทศตุรกี  กระทรวงการต่างประเทศเยอรมัน (AA) ระบุอย่างชัดเจนถึงอันตรายที่ว่าผู้เดินทางเอกชนก็สามารถถูกจับเข้าคุกได้โดยไม่มีเหตุผล  ความช่วยเหลือด้านกงสุลเป็นไปไม่ได้  ล่าสุด “Spiegel Online” ได้รายงานถึงนักเดินทางแบกเป้ชาวเยอรมันที่ถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศตุรกี  เขาอยู่ในห้องขังที่สนามบิน ๓ คืน  กรณีนี้ AA ได้บ่งชี้ในข้อบ่งชี้การเดินทางด้วยเช่นกัน  โดยสภาวการณ์เป็นว่าฝ่ายค้านและนักหนังสือพิมพ์อยู่ในคุก  ประธานาธิบดี Erdogan ประสงค์จะเสริมสร้างอำนาจต่อไป  ซึ่งฟังไม่เหมือนประเทศที่คนเราอยากไปใช้เวลาพักผ่อน  แม้ว่าศจ. Kirstges นักวิจัยการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัย Jade ที่ Wilhelmshaven จะเน้นว่าทั่วโลกมีประเทศอื่น ๆ ที่ระบบการเมืองน่าข้องใจด้วย  และดังนั้นจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปอีกต่อไป  อย่างไรก็ดี ตุรกีเป็นข่าวพาดหัวเป็นประจำและยังเป็นอยู่  นอกจากนั้น มีเรื่องกระทบต่อชาวเยอรมัน เช่น การจองจำ Deniz Yücel นักหนังสือพิมพ์ “Welt”  สรุปว่าการแสดงท่าทีทั้งหมดของประธานาธิบดีตุรกีและความเสี่ยงที่จะถูกจับตาโดยทางการตุรกีแม้ในฐานะนักท่องเที่ยวธรรมดา  ทำให้ขณะนี้ตุรกีในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวสำหรับบุคคลจำนวนหนึ่งไม่จำเป็นต้องถามกันอีกต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ข้อมูลใหม่การหยุดยาปฏิชีวนะ

        เป็นหวัดอย่างแรง กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือการติดเชื้ออื่น ๆ ฯลฯ แพทย์จะเขียนใบสั่งยาปฏิชีวนะ ซึ่งทุกคนเคยได้ยินกฎทองมาแล้วว่าควรใช้ยาปฏิชีวนะที่เปิดแล้วจนหมดกล่อง  ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) การหยุดการกินยาไม่ครบนำไปสู่การกระตุ้นการสร้างตัวของเชื้อโรคที่ดื้อยา  เนื่องจากแบคทีเรียไม่ได้ถูกฆ่าทุกตัว  ตรงกันข้าม Martin Llewelyn ผู้เชี่ยวชาญการติดเชื้อจากโรงเรียนแพทย์ Brighton Sussex ที่ประเทศอังกฤษไม่เห็นด้วยโดยอ้างการศึกษาใหม่  ทีมวิจัยระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการกินยาสั้นกว่ากำหนดจะเพิ่มอันตรายของการดื้อยาของแบคทีเรีย  ในระหว่างการศึกษาถึงกับพบว่ายิ่งการกินยากินเวลานานเท่าใด อันตรายที่แบคทีเรียในร่างกายชนิดเป็นคุณ-ที่ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย จะพัฒนาการดื้อยายิ่งสูงขึ้น  ตราบใดที่คนไข้อาการดีขึ้น  ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ยุติการรักษาก่อนเวลา