วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2561

พึงพอใจกับชีวิต


          ตามการศึกษา ประชาชนวัยสูงกว่า ๘๐ ปีส่วนใหญ่พึงพอใจกับชีวิตตนเอง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดและความเปราะบาง  นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโคโลญน์พบในการศึกษาคุณภาพชีวิตของคนรุ่นวัย “๘๐+” ว่าความพึงพอใจลดลงอีกครั้งหนึ่ง ในวัยสูงกว่า ๙๐ ปี  โดยมีการสอบถามผู้มีวัยสูง ๑,๘๐๐ คนในแคว้นนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน  ตามการระบุในการเสนอผลวิจัยแรกของการศึกษาที่ยังดำเนินอยู่ รวมทั้งสิ้น ๘๖% ของผู้ถูกสอบถามแสดงความพึงใจกับชีวิตตนเอง

ความยากจน


          ตามรายงานขององค์การสหประชาชาติ ครึ่งหนึ่งของประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความยากจนทั้งหมดบนโลกอายุน้อยกว่า ๑๘ ปี  ราว ๑ ใน ๔ ของประชากรในประเทศที่ทำการตรวจสอบ รายงานความยากจน ๑๐๔ ประเทศได้รับการจัดว่ายากจน  ราว ๖๖๒ ล้านคนในจำนวนนี้เป็นเด็กและผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะในวัยต่ำกว่า ๑๘ ปี  ส่วนใหญ่ที่มีจำนวนราว ๑.๑ พันล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ที่ซึ่งตามรายงานอัตราความยากจนสูงกว่าในเมืองราว ๔ เท่า

ปริมาณขยะมหึมา


          ธนาคารโลกเตือนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมหึมาของภูเขาขยะทั่วโลก  จนกว่าจะถึงปี ๒๐๕๐ ปริมาณขยะที่มีการผลิตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น ๗๐% หากไม่มีการดำเนินการใดๆเพื่อลดปริมาณขยะ ตามการเปิดเผยของธนาคารโลกที่วอชิงตัน  ปัจจุบันทั่วโลกมีการผลิตขยะปีละ ๒.๐๑ พันล้านตัน  ตามข้อมูลของธนาคารโลก จำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น ๓.๔ พันล้านตันผ่านการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการเป็นเมืองมากขึ้น

คนทำงานป่วยบ่อยขึ้น


          จำนวนวันที่ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากการลาป่วยในบริษัทธุรกิจเยอรมันและในสำนักงานส่วนราชการในเก้าปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากกว่า ๖๐% เป็นเกือบ ๕๖๐ ล้านวัน  ความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ๗๕% และในปีที่ผ่านมาคิดเป็นจำนวน ๗๕ พันล้านยูโรตามคำตอบของรัฐบาลต่อการสอบถามของพรรคซ้าย  หากตัดเงินเฟ้อออกไปความเสียหายเพิ่มขึ้นมากกว่า ๓๐%  บริษัทประกันสุขภาพก็ระบุการเพิ่มขึ้นของระดับการป่วยจนถึงปี ๒๐๑๕  แต่ในปีต่อ ๆ มาไม่ได้ดำเนินต่อไป  สาเหตุ ได้แก่ การประกอบอาชีพที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นสูงกว่าเฉลี่ยของแรงงานสูงอายุ  อย่างไรก็ดี ข้อมูลแสดงด้วยว่าภาระด้านจิตใจที่ที่ทำงานเพิ่มขึ้นอย่างหนัก  ความเครียดมากขึ้น จากการกดดันเรื่องเวลาและสมรรถภาพ การทำงานเป็นกะหรือการขาดแคลนการให้คุณค่าจากผู้จ้างงานและหัวหน้า ฯลฯ เป็นปัจจัยที่ส่งอิทธิพลทางลบบางประการ  สาเหตุของการลาป่วยที่บ่อยที่สุด ได้แก่ ความเจ็บป่วยของระบบกล้ามเนื้อ-โครงกระดูก  ลำดับที่สอง ได้แก่ ความเจ็บป่วยด้านจิตใจที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ปรอทการเมือง


          หากในวันอาทิตย์ที่จะถึงมีการเลือกตั้งที่แคว้นไบเอิร์น พรรคต่าง ๆ จะได้รับคะแนนเสียงดังต่อไปนี้  CSU ๓๕% SPD ๑๓% พรรคเขียว ๑๘% FDP% พรรคซ้าย ๔% AfD ๑๐% พรรคอื่น ๆ ได้คะแนนเสียงรวมกัน ๔%  ซึ่งจะทำให้รัฐบาลที่เกิดจากการผสมระหว่าง CSU และพรรคเขียวหรือ CSU กับ SPD มีเสียงข้างมาก  ต่อคำถามที่ว่าผู้ใดควรเป็นนายก ฯ แคว้น  Markus Söder (CSU) ๕๐%  Natascha Kohnen (SPD) ๒๖% 
หากในวันอาทิตย์ที่จะถึงมีการเลือกตั้งที่แคว้น Hessen พรรคต่าง ๆ จะได้รับคะแนนเสียงดังต่อไปนี้ CDU ๓๒% SPD ๒๕%  พรรคเขียว ๑๕%  พรรคซ้าย ๘% FDP % AfD ๑๑%  พรรคอื่น ๆ รวมกัน ๓%  ต่อคำถามที่ว่าผู้ใดควรเป็นนายก ฯ แคว้น Volker Bouffier (CDU) ๔๓%  Thorsten Schäfer-Gümbel (SPD) ๓๗%

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561

ภาพพจน์ผู้อพยพในเยอรมัน


        แม้ว่าจะมีการถกเถียงเกี่ยวกับการอพยพและผู้ลี้ภัยอย่างกว้างขวาง แต่ประชาชนในประเทศเยอรมันส่วนใหญ่มีภาพที่เป็นบวกของการใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้อพยพ  ตามการศึกษาของมูลนิธิเพื่อการปรับตัวการอพยพที่มีการเสนอที่เบอร์ลินเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายนที่ผ่านมา เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ประสบกับความหลากหลายของวัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน  สำหรับ “การชี้วัดระดับการปรับตัว” มีการสอบถามผู้เข้าร่วมถึงหัวข้อจำนวนมากเกี่ยวกับการอพยพและการปรับตัว  จากผลลัพธ์มีการคำนวณดัชนีที่มีค่าระหว่าง ๐-๑๐๐  ยิ่งค่าสูงเท่าไร บรรยากาศการปรับตัวยิ่งได้รับการประเมินดีขึ้นเท่านั้น 
ตามข้อมูล ท้ายสุดดัชนีอยู่ที่ ๖๓.๘ คะแนนสำหรับประชาชนที่ไม่มีความเป็นมาจากการอพยพและ ๖๘.๙ คะแนนสำหรับประชาชนที่มีความเป็นมาจากการอพยพ  บรรยากาศการปรับตัวหม่นมัวลงกว่าการศึกษาครั้งที่แล้ว(ในปี ๒๐๑๖) ตรงที่ซึ่งไม่ได้ประสบกับการปรับตัวในชีวิตประจำวันด้วยตนเอง

ส่งตัวผู้อพยพกลับ


        ตามข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย นับแต่ปี ๒๐๑๕ การส่งตัวผู้อพยพกลับประเทศ Maghreb สูงขึ้นอย่างชัดเจน  ลำพังตัวเลขการส่งกลับไปยังประเทศอัลจีเรีย ที่ซึ่งนายก ฯ Angela Merkel ได้พบปะกับผู้นำประเทศเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการอพยพและนโยบายความปลอดภัยเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่าจากจำนวน ๕๗ ในปี ๒๐๑๕ เป็น ๕๐๔ ในปี ๒๐๑๗  จนถึงเดือนกรกฎาคม ๒๐๑๘ แนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปด้วยจำนวนการส่งตัวกลับราว ๓๕๐ กรณี  คำร้องขอลี้ภัยที่ได้รับการปฏิเสธ หยุดพิจารณาหรือถอนกลับจากชาวอัลจีเรียมีจำนวน ๗,๕๐๐ กรณี  ขณะนี้ตามข้อมูลของศูนย์ลงทะเบียนชาวต่างชาติ มีชาวอัลจีเรียที่ต้องเดินทางออกนอกประเทศ ๓,๖๘๔ คน  แต่ในจำนวนนี้อาจมีประชาชนที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกจากประเทศเยอรมันอีกแล้ว เนื่องจากในระหว่างนี้ได้รับสิทธิให้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมายแล้ว  แต่จำนวนนี้ได้รับการประเมินว่าค่อนข้างน้อย