วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฟุตบอลโลก ๒๐๒๖


         การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลกขนาดมหึมาพร้อมผู้เข้าร่วม ๔๘ ทีมในปี ๒๐๒๖ จะมีขึ้นที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมทั้งประเทศเม็กซิโก  ในการประชุมของสมาคมฟุตบอลโลกเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งสามประเทศได้รับเลือก โดยสามารถเอาชนะประเทศโมรอคโคไปได้  สมาคมที่เป็นสมาชิกฟีฟา ๑๓๔ แห่งลงมติให้กับกลุ่ม ๓ ประเทศจากทวีปอเมริกา โมรอคโคได้รับคะแนนเสียง ๖๕ คะแนนเสียง  สำหรับแคนาดาเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรก  การลงมติครั้งนี้ทำให้สมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) มองว่าการลงสมัครแข่งขันเป็นเจ้าภาพการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรปในปี ๒๐๒๔ ของตนเองมีโอกาสดีขึ้น  Reinhard Grindel ประธาน DFB กล่าวว่าสามารถมองได้ว่าเป็นสัญญาณว่าส่วนใหญ่ของสมาคมเลือกโครงสร้างพื้นฐานที่ดีและมีอยู่แล้วและความยั่งยืน ซึ่ง DFB ก็ทำตามแนวคิดนี้

ค่ายรถเฟาเวกับโทษปรับ


         ขณะนี้โฟล์คสวาเกนต้องจ่ายค่าปรับในประเทศเยอรมันด้วย  ในกรณีอื้อฉาวดีเซล คณะอัยการบราวน์ชไวก์ได้ลงโทษปรับกลุ่มบริษัทจำนวนหนึ่งพันล้านยูโร  โฟล์คสวาเกนได้เปิดเผยเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมา ว่าโฟล์คสวาเกนยอมรับค่าปรับและเป็นการประกาศถึงความรับผิดชอบของบริษัท  ตามการตัดสินของศาล มีการกระทำผิดต่อหน้าที่กำกับดูแลในส่วนพัฒนาการรวมที่เกี่ยวพันกับการตรวจสอบยานยนต์  ซึ่งตามข้อมูลของคณะอัยการ มีส่วนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตั้งแต่กลางปี ๒๐๐๗ จนถึงปี ๒๐๑๕ มีการจำหน่าย นำส่งให้ผู้รับและนำเข้าสู่วงโคจรยานยนต์ ๑๐.๗ ล้านคันพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลชนิด EA 288 (รุ่นที่ ๓) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา รวมทั้ง EA 189 ทั่วโลกพร้อมการใช้งานของซอฟท์แวร์ที่ผิดกฎหมาย ตามการประเมินของศาล จำนวน ๑ พันล้านยูโรเป็นเงินค่าปรับที่สูงที่สุดที่เคยมีการลงโทษในประเทศเยอรมัน 
แรกทีเดียวแคว้นนีเดอร์ซักเซนเป็นผู้ได้รับเงินจำนวนนี้  โดยควรมีการโอนเงินภายใน ๖ สัปดาห์  Klaus Ziehe จากคณะอัยการบราวน์ชไวก์กล่าวว่า ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะมอบให้กับองค์การกุศล  จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินค่าปรับนี้ มีการเสนอแนวความคิดต่าง ๆ กัน  พรรค FDP และสมาคมผู้เสียภาษีในแคว้นนีเดอร์ซักเซนประสงค์ให้เงินไหลเข้าสู่การปลดหนี้ของแคว้น  สมาคมผู้พิพากษาของแคว้นเรียกร้องให้มีตำแหน่งงานมากขึ้นในฝ่ายยุติธรรม  ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทโฟล์คสวาเกนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากในกรณีอื้อฉาวดีเซล  ลำพังในอเมริกาเหนือจนถึงปัจจุบันโฟล์คสวาเกนต้องจ่ายชำระค่าเสียหายและโทษปรับราว ๒๕ พันล้านยูโร  อย่างไรก็ดี ธุรกิจเป็นไปด้วยดีอีกครั้งหนึ่ง  ท้ายสุดโฟล์คสวาเกนประสบความสำเร็จในการขายสูงเป็นประวัติการณ์  ในปี ๒๐๑๗ กลุ่มบริษัทมีรายได้มากกว่า ๑๑ พันล้านยูโร  ตามข้อมูลของโฆษก กลุ่มบริษัทยังมีคดีฟ้องร้องจากลูกค้ารวมทั้งสิ้น ๑๙,๐๐๐ ราย  ผู้ฟ้องร้องรู้สึกว่าถูกหลอกลวงและเรียกร้องการชดเชยความเสียหายหรือต้องการคืนรถ

ผู้ลี้ภัยกับอาชญากรรม


ผู้ลี้ภัยประกอบอาชญากรรมที่ใช้ความรุนแรงบ่อยแค่ไหน ? ตามสถิติอาชญากรรมของตำรวจประจำปี ๒๐๑๗ มีข้อมูลดังต่อไปนี้
  •           สำหรับผู้ลี้ภัยสถิติใช้คำว่า “ผู้อพยพ” ซึ่งหมายถึงผู้ร้องขอลี้ภัย ผู้ลี้ภัยที่ได้รับการยอมรับ ผู้ลี้ภัยตามจำนวนที่กำหนด ผู้ที่ทนยอมให้อยู่และประชาชนที่อยู่แบบผิดกฎหมายในประเทศเยอรมัน
  •          โดยรวม ๘.๕% ของการกระทำผิดทั้งหมดตำรวจสงสัยผู้ลี้ภัย  ที่น่าสังเกตคือต้องสงสัยว่าก่อเหตุต่อชีวิต (ฆาตกรรม ฆ่าคนโดยไม่เจตนา) การทำร้ายร่างกายอย่างหนักและการข่มขืนเกิดขึ้นบ่อย  โดยมีจำนวนราว ๑๕% ของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด  จำนวนนี้สูงมากกว่าสัดส่วนของผู้ลี้ภัยในจำนวนประชากรมาก 
  •          ความเป็นจริงนี้สามารถอธิบายได้ด้วยโครงสร้างด้านอายุ  ผู้ขอลี้ภัยมีอายุเฉลี่ย ๒๙.๔ ปี หรือน้อยกว่าอายุเฉลี่ยของประชากรเกือบ ๑๕ ปี  โดยทั่วไปประชาชนในกลุ่มอายุนี้กระทำผิดกฎหมายส่วนใหญ่
  •          เยาวชนและผู้ใหญ่อายุน้อยวัยระหว่าง ๑๕-๔๐ ปีในประเทศเยอรมัน (ไม่ขึ้นกับถิ่นที่มา) ทำผิดราว ๗๕% ของการกระทำผิดที่ใช้ความรุนแรง  แต่มีจำนวนเพียง ๓๐% ของประชากร
  •          ซีเรีย อิรักและอัฟกานิสถานเป็นผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่  แต่ตามสถิติไม่ค่อยกระทำผิดกฎหมาย  ที่เป็นผู้ลงมือกระทำผิดมาก ได้แก่ ผู้ขอลี้ภัยจากกลุ่มประเทศ Maghreb (ประเทศในอัฟริกาเหนือและประเทศอาหรับ) และจอร์เจียน
  •         เมื่อใดที่ผู้ลี้ภัยได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ลี้ภัย อัตราการประกอบอาชญากรรมภายใต้ผู้ลี้ภัยจะลดลงอย่างชัดเจน  ผู้ที่มีสิทธิขอลี้ภัยและผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครองมีจำนวนเพียง ๐.๕% ของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด และทำให้เป็นผู้ที่ซื่อตรงต่อกฎหมายมากกว่าชาวเยอรมัน

ในปี ๒๐๑๕ มีคำร้องขอลี้ภัยในประเทศเยอรมันได้รับการปฏิเสธ ๙๑,๕๑๔ กรณี  มีผู้เดินทางออกจากประเทศ ๕๙,๕๖๙ กรณี ในปี ๒๐๑๖ ได้รับการปฏิเสธ ๑๗๓,๘๔๖ กรณี เดินทางออกนอกประเทศ ๘๐,๗๒๓ กรณี  ปี ๒๐๑๗ คำร้องถูกปฏิเสธ ๒๓๒,๓๐๗ กรณี เดินทางออกไป ๕๕,๒๖๐ กรณี

CDU แคว้นนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน


         พรรค CDU แคว้นนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลนให้การสนับสนุนหัวหน้าพรรคอย่างแน่วแน่  ในการประชุมพรรคที่บีเลเฟลด์ตัวแทนพรรคได้เลือก Armin Laschet ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็นครั้งที่สามติดต่อกันด้วยคะแนนเสียง ๙๖.๓%  ซึ่งเป็นผลการเลือกตั้งที่ดีที่สุดของเขาจนถึงปัจจุบัน  โดยเขาเป็นนายก ฯของแคว้น ผู้นำรัฐบาลผสมดำ-เหลืองที่ Düsseldorf ด้วย ในปี ๒๐๑๒ ขณะยังเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านเขาได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเพียง ๘๐.๓% ให้เป็นหัวหน้าพรรคประจำแคว้นเป็นครั้งแรกต่อจาก Norbert Röttgen   สำหรับสมาชิกพรรคจำนวนมากเห็นว่า Laschet ในครั้งกระนั้นยังเป็นเพียงผู้สมัครที่จำใจต้องเลือก (เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว)   ในปี ๒๐๑๖ ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคของแคว้นเขาได้รับคะแนนเสียง๙๓.๔%  คะแนนเสียงเห็นด้วย ๕๔๑ คะแนน ไม่เห็นด้วย ๒๑ คะแนน งดออกเสียง ๔ คะแนนและคะแนนเสีย ๑ คะแนนของวันที่ ๑๑ มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการแสดงความรู้สึกพึงพอใจกับการทำงาน ๑ ปีของรัฐบาลของเขา ในการประชุมพรรคหัวหน้าพรรคได้ใช้เวลาเกือบ ๑ ชั่วโมงไปในการปราศรัยเรื่องความสำเร็จของรัฐบาลของแคว้น

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ค่ำคืนแห่งการต้องมนตรา


        เมื่อเย็นวันที่ ๒๔ พฤษภาคมที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงาน "An Enchanted Thai Evening" ที่จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ นครแฟรงค์เฟิร์ต ณ โรงละครนานาชาติ แฟรงก์เฟิร์ต ด้วยความอนุเคราะห์ของเพื่อนรักเพื่อนซี้ที่มารับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครแฟรงก์เฟิร์ต และนับเป็นหนึ่งในทีมประเทศไทย แรกเริ่มที่เพื่อนชวนมางานวัฒนธรรมไทยก็ยังสองจิตสองใจ มันคืออะไรงานวัฒนธรรมไทย ? ออกร้านขายอาหาร-ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ไทย ประกอบการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างที่เคยเห็น ? แต่พอสอบถามแล้วได้ความว่ามีการแสดงโขนของกรมศิลปากรก็ไม่ต้องใช้ความคิดให้มากความ จัดไปสิเจ้าคะ รออะไร!!!
        เอาละมาถึงงานกันแล้ว ขณะรายงานตัวเจ้าหน้าที่ได้แจกแผ่นพับโปรแกรมงาน  ซึ่งมีการอธิบายคร่าว ๆ ถึงการแสดงที่จะมีในวันนั้น ได้แก่ โขนและระบำจากสี่ภาคของไทย อันนี้นับว่าดีมากทีเดียว เนื่องจากแขกรับเชิญนั้น อย่าว่าแต่ฝรั่งแขกจีนจาม แม้แต่ไทยแท้อย่างผู้เขียนเอง ก็ยังมีความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงของไทยน้อยมาก ข้อมูลที่ได้อ่านช่วยได้มากในเรื่องของความเข้าใจเบื้องแรกว่าอะไรเป็นอะไร  ทำให้สามารถติดตามการแสดงได้อย่างสนุกสนาน ไม่ต้องมานั่งสนเท่ห์ว่านี่มันอะไรกันหนอ  นอกจากนั้น ก่อนเริ่มการแสดงยังมีการโหมโรงด้วยสไลด์เกี่ยวกับความเป็นมาของโขนและการฝึกสอนผู้แสดง  โรงละครนานาชาติแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่ ทำให้สามารถติดตามได้อย่างใกล้ชิด และระบบเสียงก็กระหึ่มชัดเจน  เข้าใจว่าแม้จะนั่งแถวหลัง ๆ ก็ไม่น่ามีปัญหาเกี่ยวกับการรับฟัง  ขนาดของเวทีเมื่อแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งให้กับนักดนตรีก็เหลือไม่มากนัก แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการละเล่นเลยแม้แต่น้อย ค่ำคืนของเราเริ่มขึ้นด้วยโฆษกขึ้นมากล่าวต้อนรับแขกและเชื้อเชิญกงสุลใหญ่ของเราขึ้นกล่าวเปิดงานสั้น ๆ ตามด้วยสไลด์ที่ว่าและเข้าเรื่องกันเลย เริ่มจากตอนที่นนทุกข์ได้รับนิ้วเพชรที่มีความพิเศษตรงที่ชี้ใครแล้วทำให้ถึงตายมาจากพระศิวะ แต่ใช้ไปทางที่ผิดฆ่าใครต่อใครไปหลายคน พระศิวะทรงกริ้วมาก เลยส่งพระวิษณุมาปราบ นนทุกข์หลงกลเผลอทำร้ายตัวเองจนบาดเจ็บจากนิ้วเพชร แต่ก็ยังไม่วายรู้สึกว่าตัวเองถูกปฏิบัติต่ออย่างไม่ยุติธรรม พระศิวะจึงทรงท้าให้นนทุกข์มาเกิดใหม่เป็นยักษ์ที่มีอำนาจมากมีถึงสองหน้ายี่สิบแขน  ตัวพระองค์เองจะอวตารมาเกิดเป็นคนธรรมดาเพื่อมาปราบยักษ์  ซึ่งต่อมานนทุกข์ได้มาเกิดใหม่เป็น "ทศกัณฐ์" กษัตริย์แห่งกรุงลงกา  ส่วนพระวิษณุอวตารเป็นพระราม เจ้าชายแห่งเมืองอโยธยา เรื่อยมาถึงตอนสีดาอ้อนให้พระรามไปตามจับกวางทองมาให้นางเลี้ยง  แม้พระลักษณ์จะห้ามปราบ แต่ด้วยความรักเมีย พระรามก็ออกตามกวางทอง (ปลอม) ไป ข้างสีดาที่รอท่าอยู่ในป่าได้ถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไป ฉากถัดไปเป็นตอนที่พระรามบรรทมหลับอยู่ในป่า หนุมานมาเห็นเข้า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาลิงก็เขย่าต้นไม้ไม่อยู่สุข จนพระลักษณ์ที่เฝ้าพระรามอยู่หมดความอดทนต้องลุกขึ้นมาหมายจะฆ่าหนุมาน แต่โดนหนุมานแย่งอาวุธไป  พระลักษณ์ต้องไปปลุกพระเชษฐาและทูลเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น  หนุมานเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นทหารรับใช้และอาสาจะพาพรรคพวกมาเป็นทหารด้วย ต่อมามีการรบกันระหว่างฝ่ายพระรามพระลักษณ์และพลลิงกับฝ่ายทศกัณฐ์พร้อมพลยักษ์  ก่อนที่พระรามจะได้ตัวสีดาคืนมา ฯลฯ เรียกว่าตลอดการแสดงหนึ่งชั่วโมงเต็มผู้เขียนนั่งนิ่ง ตาไม่กระพริบ แถมอยากมีลูกตามากกว่านี้จะได้แบ่งดูได้ทั่วถึง มิเช่นนั้นมัวจ้องพระรามก็เห็นพระลักษณ์น้อยไป ถ้ามัวใส่ใจเครื่องแต่งกายก็พลาดสีหน้าอากัปกิริยาหรือท่าเต้น  ตอนที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับระหว่างการสู้รบและพระรามขึ้นเหยียบทศกัณฐ์ได้รับเสียงฮือฮาจากผู้ชมเป็นอันมาก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันรัว ๆ ขนาดว่าเราเป็นคนไทยที่เคยดูโขนมาแล้วหลายต่อหลายครั้งก็ยังตื่นตาตื่นใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ดูใกล้ชิดแทบจะติดขอบเวที กระทืบเท้ากันแต่ละทีนี่คือสนั่นลั่นโลกค่า (เพิ่งซึ้งถึงคำเปรียบเปรยนี้ บอกจริง)









        หลังจบโขนด้วยความชื่นชมโสมนัสก็มีการหยุดพักให้ผู้ชมกินน้ำ เข้าห้องน้ำ ยืดแข้งยืดขา ก่อนกลับเข้าไปดูการแสดงระบำสี่ภาค ที่เริ่มด้วยวิดีทัศน์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในแต่ละภาคของไทยที่ทำได้ดีมาก  ภาพสวยสดและต้องสารภาพว่าหลายต่อหลายที่ไม่รู้จักไม่เคยเห็น แต่อาจเป็นได้ว่าผู้เขียนเฟอะฟะไปเองด้วยเป็นคนกรุงเทพมาแต่เกิด สมัยอยู่เมืองไทยก็ไม่ใช่นักเที่ยวและช่วงที่มาอยู่เยอรมันแล้วก็มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย จบสไลด์ก็เริ่มรำชุดแรกจากภาคเหนือ เป็นรำโคม/ดอกไม้แบบล้านนา  ในแผ่นพับอธิบายว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) และคิดค้นขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสันติสุขและความเจริญมั่งคั่งในพื้นที่  ต่อมาเป็นการแสดงรำโนราห์และซัดชาตรีของภาคใต้ ว้าย ๆ พระรามพระลักษณ์ของเรากลายมาเป็นนักรำซัดชาตรี มือไม้ช่างอ่อนจริง ๆ พ่อเจ้าประคุณ ส่วนนักแสดงหญิงนั้นไม่ต้องพูดถึง  แต่ละคนหน้าตาจิ้มลิ้ม รำไปยิ้มหวานไป งานนี้ต้องมีผู้ชมชายตกหลุมรักสาวไทยเข้าสักคนสองคนเป็นแน่  ในแผ่นพับอธิบายถึงรำโนราห์ว่าเป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่ที่สะท้อนถึงการเต้นเคลื่อนไหวตัวของ "กินนรี" (สัตว์แสนสวยในเทพนิยาย ครึ่งนกครึ่งสตรี)  ส่วนรำซัดชาตรีประดิษฐ์คิดค้นโดยกองประณีตศิลป์จากการดัดแปลงท่ารำของละครชาตรี มีความคล้ายกับระบำโนราห์  แต่มีชีวิตชีวามากกว่าและผู้รำประกอบด้วยทั้งหญิงและชาย  ชุดต่อไปเป็นการแสดงจากภาคกลาง โดยเป็นการต่อสู้ที่แสดงศิลปะการต่อสู้เก่าแก่ของไทย ผู้แสดงรายหนึ่งใช้ไม้พลองต่อสู้กับผู้แสดงอีกท่านที่ใช้มือเปล่า คำอธิบายระบุว่าเป็นหนึ่งในการต่อสู้แบบไทยที่ใช้กันแพร่หลายในหมู่ชายฉกรรจ์เพื่อป้องกันตัว ชุดนี้ได้หัวเราะกันพอหอมปากหอมคอสลับกับการวี้ดว้ายหวาดเสียวเอาใจช่วยผู้แสดงทั้งสองท่านที่คล่องแคล่วว่องไว กระโดดตีลังกา คุ้น ๆ ว่าน่าจะเป็นผู้แสดงท่านเดียวกับหนุมานหรือพลลิงคนในคนหนึ่งก่อนหน้านี้ เสร็จจากการต่อสู้ก็ตามมาติด ๆ ด้วยการรำฉิ่งฉับ ฉิ่งฉับส่งเสียงเร้าใจมาก ฟังกันเพลินไปทีเดียวจนการแสดงจบไปไม่รู้ตัว
        เหลืออีกหนึ่งภาคคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปิดตัวด้วยการรำ "ภูไท"  ข้อมูลตามแผ่นพับคือเป็นการแทนบุคลิกท้องถิ่นและลักษณะการใช้ชีวิตของชาวภูไทที่เป็นกลุ่มชนกลุ่มใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย  อุ๊ย พระรามพระลักษณ์กลายมาเป็นชาวภูไทไปได้อย่างไรในชั่วไม่กี่นาที  อเมซิ่งจริง ๆ พี่น้อง ชุดนี้ผู้แสดงใส่ชุดม่อฮ่อมสะพายย่าม คนภูไทคงเป็นชาวบ้านที่มีความสุข เพราะเต้นไปยิ้มหัวเราะกันไปจนคนดูพลอยสนุกตามไปแบบอดใจไม่อยู่ จบชุดนี้ตามด้วย "รำกะลา"  ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยการผสมผสานกะลามะพร้าวกับท่ารำที่สนุกสนานร่าเริงบันเทิงใจสะท้อนการใช้ชีวิตของคนชนบท จบการแสดงด้วยการที่ผู้แสดงถือธงชาติไทยและเยอรมันออกมาร่ายรำสื่อถึงความสัมพันธ์ไทย-เยอรมันที่เน้นเฟ้นมาหลายสิบปี ก่อนปิดงานด้วยการมอบช่อดอกไม้ให้กับคณะนักแสดงจากกรมศิลปากรและเชื้อเชิญทีมประเทศไทยและตัวแทนฝ่ายเยอรมันขึ้นไปถ่ายรูปร่วมกับคณะนักแสดงนักดนตรีและผู้เกี่ยวข้อง
        คนดูอย่างผู้เขียนก็นั่งยิ้มจนเมื่อยแก้ม เสียดายมากที่ไม่มีการแถม แต่แค่นี้นักแสดงก็คงเหนื่อยน่าดู เนื่องจากแต่ละคนไม่ได้แสดงกันคนละชุดเดียว  หากต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในเวลาอันรวดเร็วเพื่อสลับสับเปลี่ยนกันมาร่ายรำชุดแล้วชุดเล่า จึงขอชื่นชมคณะนักแสดงจากใจจริงที่แสดงความเป็นมืออาชีพด้วยการแย้มยิ้มตลอดเวลา ทำให้ผู้ชมสนุกสนานตลอดระยะเวลากว่าสองชั่วโมง ไม่เคยเบื่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว และที่ลืมไม่ได้ก็คือทีมไทยแลนด์ของเรานี่เองที่ทำให้เกิดค่ำคืนที่ดื่มด่ำดั่งตรงมนตราสมชื่องานจริง ๆ Bravo !!! Encore !!!

โดย “เอื้อยอ้าย”

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ระวังกลโกงธุรกิจรถเช่า


          สมัยที่เด็ก ๆ ยังเป็นนักเรียนกันอยู่นั้น พอถึงเวลาปิดเทอมใหญ่ก็พากันไปเที่ยวตามธรรมเนียมของคนเยอรมัน ซึ่งถ้าหากอยู่ในยุโรปก็มักเป็นการเดินทางแบบเหมารวม (Pauschalreise) คือรวมค่าเครื่องบิน ค่าที่พักและอาหารเสร็จสรรพ  เมื่อไปถึงที่แล้ว สิ่งที่เราทำกันเป็นปกติคือการเช่ารถเพื่อขับเที่ยวท่องไปที่นู่นที่นี่ จนถึงปัจจุบันก็เป็นไปด้วยดี ไม่เคยมีปัญหา แต่ในช่วงหลัง ๆ นี้ได้ยินคนบ่นด่าบริษัทให้บริการเช่ารถอยู่บ่อยครั้ง ทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก จนน่าจะเชื่อได้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยจริง ดังกรณีที่เพิ่งอ่านเจอมาหยก ๆ จากนิตยสารข่าว "สปีเกล"  ผู้เขียนเรื่องนี้เป็นนักหนังสือพิมพ์  เรื่องราวของเขาน่าสนใจจนอดเอามาเล่าสู่กันฟังไม่ได้
          คุณ H.G. เล่าว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้เขาและครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่ตอนใต้ของประเทศสเปนเป็นเวลาสองสัปดาห์  ก่อนหน้าการเดินทางก็เสิร์ชหารถเช่าในอินเตอร์เน็ต เจอรถที่ถูกใจในราคา ๕๒๑ ยูโร ไปรับและส่งคืนได้ที่สนามบิน Sevilla  ผู้ให้บริการคือบริษัทที่แปลชื่อเป็นไทยได้ว่า "งบประมาณ"  ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทให้เช่ารถที่เป็นที่รู้จักที่สุดของโลก มีสาขา ๓,๕๐๐ แห่งในประเทศต่าง ๆ มากกว่า ๑๒๐ ประเทศ  เมื่อเดินทางไปถึงสนามบินก็เอาใบยืนยันการจองให้พนักงานบริษัทที่เคานเตอร์ดู พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ก็เอาแต่พิมพ์อะไรบนแป้นง่วนอยู่เป็นนานสองนาน ก่อนที่จะหันจอมาให้ดูและขอให้เซ็นชื่อ คุณ H.G. บอกว่าก็เห็นอยู่ว่าราคาบนจอไม่ใช่ ๕๒๑ ยูโรตามที่คาด แต่เนื่องจากเขาจองเครื่องนำทางเพิ่มด้วยและต้องจ่ายค่ามัดจำด้วยก็เลยเซ็นชื่อไป แล้วรับกุญแจรถมา  หลังจากกลับจากเที่ยวได้ไม่กี่วันก็ได้รับใบเสร็จจากบริษัทเรียกร้องให้จ่ายเพิ่มจาก ๕๒๑ ยูโรเป็นเงินอีก ๘๙๖.๒๕ ยูโร เป็นค่าธรรมเนียม เงินเพิ่มสำหรับค่าบริการต่าง ๆ เช่น ค่าป้องกันกระจกหน้า ค่าประกันอุบัติเหตุผู้นั่ง ค่าอะไรอื่น ๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไรแน่  แต่ที่แน่ ๆ คือพนักงานบริษัทไม่ได้พูดถึงเลยแม้แต่คำเดียว เจ้าตัวก็นึกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน และน่าจะชี้แจงกันได้อย่างรวดเร็ว เลยโทรศัพท์ติดต่อไปยังคอลเซนเตอร์ของบริษัท  พนักงานก็ทำท่าเข้าอกเข้าใจ บอกว่าปัญหานี้เป็นที่รู้จักกันอยู่ โดยเฉพาะประเทศในยุโรปตอนใต้ แต่ก็พูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานคุณ H.G. ก็ได้รับคำตอบสั้น ๆ ทางอีเมลเป็นภาษาอังกฤษว่าเขายอมรับบริการพิเศษต่าง ๆ เอง ดูได้จากชื่อที่เซ็นตอนท้ายของสัญญา  บริษัทเห็นว่าการเรียกร้องนั้นถูกต้องแล้ว คุณนี่ก็โทรศัพท์ไปที่คอลเซนเตอร์เล่าเรื่องให้พนักงานฟังอีก เพราะยังเชื่อว่าตอนที่โทรศัพท์ไปครั้งแรกอาจจะยังเข้าใจกันไม่ถูกต้อง  โดยอธิบายว่าพนักงานที่สนามบินไม่ได้ถามเลยว่าอยากได้บริการเพิ่มไหม ในฐานะลูกค้าควรได้รับการบอกจากผู้ให้เช่า  เป็นเรื่องเป็นไปได้หรือที่ลูกค้าที่จองรถในราคา ๕๒๑ ยูโรจะปุบปับซื้อประกันที่เคานเตอร์เป็นเงินเพิ่มอีกเกือบ ๙๐๐ ยูโร  พนักงานก็บอกว่าจะตรวจสอบเรื่องราวให้  แต่เนื่องจากบริษัทมีข้อมูลบัตรเครดิตของเขาอยู่ก็เลยตัดเงินจำนวน ๘๙๖ ยูโรออกไปเรียบร้อยแล้ว
          คุณ H.G.นี่แกก็เลยโทรศัพท์ไปตามองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคและสืบค้นข้อมูลในเน็ต  ก็ไปเจอว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาพื้นฐานเลยทีเดียว ผู้ให้เช่ารถได้กำไรทั่วยุโรปปีละกว่า ๑๓๐๐ ล้านยูโร เป็นตลาดที่มีผู้ให้บริการเยอะ การแข่งขันสูง ซึ่งตามปกติน่าจะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับลูกค้า หากว่าผู้ให้บริการจะไม่พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงเพื่อเพิ่มรายได้ เงื่อนไขก็ดี เพราะบ่อยครั้งลูกค้าที่เช่ารถเหน็ดเหนื่อยมาจากการเดินทางด้วยเครื่องบิน มีลูกค้าคนอื่น ๆ รอรับบริการอยู่ ส่วนใหญ่พนักงานที่เคานเตอร์พูดภาษาเยอรมันไม่ได้ หากพูดอังกฤษได้ก็งู ๆ ปลา ๆ  นอกจากนั้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับมอบใบสัญญา เพียงแค่ให้ดูจากจอคอมพิวเตอร์ ในกรณีเขาได้รับทางเมลสองสามวันถัดมา  จำนวนผู้ที่ร้องเรียนเพิ่มขึ้นตามการสังเกตการณ์ของศูนย์ผู้บริโภคสหภาพยุโรปที่ประเทศเยอรมัน (EVZ) ที่ Kehl ปีที่แล้วศูนย์ ฯ นับได้ ๒๐๒ กรณี  ซึ่งมีทั้งเหตุกับบริษัท "งบประมาณ" และกับบริษัทให้เช่าอื่น ๆ  ทุก ๆ สองกรณีลูกค้าฟ้องร้องเรื่องถูกให้ทำประกันต่าง ๆ เพิ่มเติม โดยการพูดเป็นคุ้งเป็นแควบ้าง บีบบังคับบ้างหรือไม่ก็แอบใส่เข้ามาดื้อ ๆ การขายประกันแพง ๆ ยังไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยมกลโกงอย่างเดียวที่ใช้  ระหว่างนี้ยังมีว่าจะรับรถได้ก็หลังการทำชุดประกันแล้ว เหมือนเป็นการบีบบังคับหรือการแบล็คเมล์ ในกรณีอื่น ๆ ก็กำหนดค่ามัดจำไว้สูงมาก หลังการซื้อบริการเพิ่มถึงจะสามารถลดค่ามัดจำลงได้  ที่นิยมทำกันด้วยก็คือรอยขีดข่วนและร่องรอยการใช้งานอื่น ๆ ที่ตอนรับรถถือว่าเป็นความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ต้องบันทึกไว้ในรายงาน แต่ตอนส่งมอบรถกลับตำหนิติเตียน แล้วหักเงินค่าซ่อมจากเงินมัดจำ ใครจะไปมัวทะเลาะกับพนักงานบริษัทให้เช่า ถ้าเครื่องบินรออยู่  สิ่งที่คุณ H.G.เรียนรู้จากเรื่องนี้คือชื่อเสียงของบริษัท "งบประมาณ" นี่ไม่ได้ดีนัก  ในโฟรุมและในหน้าให้คะแนนมีคำว่า "ปอกลอก" "ขี้โกง" และ "พวกมาเฟีย" ลูกค้าบางคนก็เขียนตัวใหญ่เลยว่า "ไม่เอาอีกแล้ว"
          อินเตอร์เน็ตนี่มักพูดกันว่าเป็นเรื่องดีสำหรับผู้ซื้อและผู้บริโภค  ข้อมูลแต่ละเรื่องสามารถเข้าถึงได้ตลอดและทุกที่สำหรับทุกคน  การซื้อทั้งหมด การท่องเที่ยวทั้งหมดได้รับการให้คะแนนและการตัดสิน  พูดกันว่าทุกวันนี้ไม่มีบริษัทธุรกิจใดที่จะยอมบริการลูกค้าไม่ดี ซึ่งคุณนี่แกก็ว่าไม่จริง เพราะไม่นานหลังจากนั้น ก็ได้รับเมลจากบริษัทอีก โดยระบุว่าสัญญาเช่ามีผลผูกมัดทางกฎหมาย ลูกค้ามีหน้าที่ต้องอ่านเนื้อหาให้จบก่อนลงนาม บริษัทเสียใจที่ต้องบอกว่าไม่สามารถคืนเงินให้ได้  ซึ่งคุณ H.G. ก็แย้งว่าในทางปฏิบัติจะทำได้อย่างไรขณะต่อคิวหน้าเคานเตอร์ สัญญาก็ยาว (ของแกยาวหกหน้า) ในฐานะที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ แกก็เกิดสนใจอยากรู้ขึ้นมาว่าบริษัทจะว่าอย่างไรต่อคำกล่าวหาของลูกค้า ก็เลยโทรศัพท์ติดต่อไปที่บริษัทที่ในประเทศเยอรมันขอพูดกับผู้จัดการ  แต่คนที่มารับโทรศัพท์กลับเป็นผู้หญิงจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่บอกมาหลังพูดโทรศัพท์ไม่กี่วัน ว่าเสียดายที่ให้สัมภาษณ์ส่วนบุคคลไม่ได้ แต่บริษัท "งบประมาณ" พร้อมให้คำแถลงต่อคำถามทุกประเภท  
คำถามของเขาที่ส่งไปให้บริษัททางเมลก็ตรงประเด็นว่าบริการประกันที่สอดไส้เข้ามานี่เป็นความพลั้งเผลอของพนักงานคนใดคนหนึ่งหรือว่าว่ามีเจตนาและกรรมวิธีซ่อนอยู่เบื้องหลัง ? พนักงานที่เคานเตอร์ได้รับการส่งเสริมให้ใช้วิธีการขายดังกล่าว ? ได้รับเงินค่านายหน้า ? และใครได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นในปริมาณเท่าใด บริษัท "งบประมาณ" ตัวแทนในแต่ละประเทศ สถานี ? หรือพนักงานคนใดคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการทำประกันแบบหน้าไม่อายนี้ ? 
          คำแถลงของบริษัทที่ให้มามีสาระอยู่สองประการ คือ หนึ่ง บริษัทภาคภูมิใจในบริการที่ยอดเยี่ยมและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหา เมื่อใดก็ตามที่เกิดขึ้น สอง ลูกค้ายอมรับเงื่อนไขในสัญญา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่ระบุผ่านการลงนาม  สำหรับผู้ที่ประสบเหตุบ่อยครั้งรู้สึกเหมือนการฉ้อโกง การพิสูจน์ว่าบริษัทเช่ารถอย่างน้อยก็ "ตบตาอย่างจงใจ" เป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อน ลูกค้าจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่ได้รับการชี้แจงถึงบริการเพิ่มเติม ? หากไปศาลก็ต้องหาคนที่ได้รับความเสียหายอื่น ๆ จำนวนมากที่เจอเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน และหวังว่าผู้พิพากษาจะตระหนักว่าไม่ได้เป็นเพียงกรณีเดียว หากแต่เป็นกลอุบายฉ้อฉล
          นักคุ้มครองผู้บริโภคจึงแนะนำมาตรการพึงระวังดังต่อไปนี้ ได้แก่ อ่านสัญญาอย่างระมัดระวังจนจบ ถึงแม้จะกินเวลานาน ถ่ายภาพความเสียหายแม้จะเล็ก ๆ บนรถในขณะรับมอบ ชำระเงินเพียงภายใต้ข้อแม้ เพื่อให้สามารถยกเลิกได้ง่ายขึ้นในภายหลัง  การที่ลูกค้าจำนวนมากไม่อยากทะเลาะกับบริษัทใหญ่ ๆ ช่วยบริษัทได้มาก  ส่วนใหญ่ก็ยอมแพ้ตั้งแต่ได้รับคำตัดสินแรกที่เป็นลบ  คนอื่น ๆ ยอมรับการยอมความ เนื่องจากหวั่นเกรงการต่อสู้กันในศาล  
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดการกับพฤติกรรมเรียกเงินสูงของผู้ให้เช่ารถ บริษัท Goldcar ที่ตกเป็นของ Europcar ผู้นำตลาดอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๐๑๗ ถูกตัดสินปรับเป็นเงินจำนวนสูงสองครั้ง จากสำนักงานแข่งขันของอิตาลี ในเดือนพฤศจิกายน ๒๐๑๖ จำนวน ๒ ล้านยูโร  ในเดือนมกราคม ๒๐๑๘ อีกครั้งหนึ่งจำนวน ๖๘๐,๐๐๐ ยูโร  โดยมีการระบุว่าการดำเนินธุรกิจไม่ซื่อสัตย์ การมอบและรับรถไม่โปร่งใส พฤติกรรมการขายต่อลูกค้ามีพฤติกรรมก้าวร้าว  ความพึงพอใจของลูกค้า การผูกมัดใจลูกค้าดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผู้ให้เช่ารถ อย่างน้อยก็ไม่ใช่สำหรับบริษัท "งบประมาณ" ในความเห็นของคุณ H.G. ความโกรธเคืองของลูกค้าที่ผิดหวังจึงสูงตามไปด้วย  ในโฟรุมรถเช่ามีแต่คนก่นด่า
          ตามจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ อย่างที่บอกแล้วว่าผู้เขียนเองก็เคยได้ยินการบ่นว่ามาหลายครั้ง แต่เพิ่งมาถี่ครั้งขึ้นในระยะหลัง และตราบใดที่ยังไม่เกิดกับตัวเราเอง เราก็มีแนวโน้มที่จะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว  แต่เนื่องจากว่าโอกาสที่เราจะเช่ารถมาใช้ในต่างประเทศก็ยังคงมีอยู่ ก็เลยอยากนำเรื่องนี้มาให้อ่านกันเป็นอุทาหรณ์  เผื่อใครคิดจะเช่ารถในการเดินทางท่องเที่ยวครั้งหน้า ก็อย่าลืมมาตรการระวังภัยที่เขาแนะนำกัน ดีกว่าการมารำพึงรำพันทีหลังว่าไม่น่าเลยเรา เน้อออ...

โดย “เอื้อยอ้าย”



ข้อมูล Der Spiegel

เดินไปโรงเรียนดีกว่า


          อันตรายในการจราจรบนท้องถนนเป็นฝันร้ายสำหรับผู้ปกครอง ลูกบอลที่กลิ้งไปที่ถนน แล้วเด็กวิ่งตาม ภาพเหตุการณ์น่ากลัวแบบนี้จะอยู่ในหัว นับแต่สอบทฤษฎีเพื่อทำใบขับขี่  ผู้ปกครองจำนวนมากนิยมขับรถพาลูกไปส่งอนุบาลและโรงเรียนเพื่อความปลอดภัย  ผู้เชี่ยวชาญด้านการจราจรและนักจิตวิทยาแจ้งว่าเป็นข้อสรุปที่ผิด 
ใน “วันเพื่อความปลอดภัยของเด็ก” วันที่ ๑๐ มิถุนายน ซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มทำงานแห่งชาติ (BAG) เพื่อความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับเด็ก  สมควรที่จะมองดูความเข้าใจผิด ๆ ของประชาชนจำนวนมากตามความคิดของผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ควรปกป้องเด็กนานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้  เมื่อเด็กโตขึ้นแล้ว ก็ผ่านพ้นเรื่องอันตราย ๆ โดยอัตโนมัติ 
ข่าวดีคือ จำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในประเทศเยอรมันมีแนวโน้มระยะยาวลดลงอย่างชัดเจน  ในปี ๑๙๗๘ ที่มีการเสนอตัวเลขทั่วประเทศเป็นครั้งแรก ยังมีเด็กจำนวนราว ๗๒,๐๐๐ คนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ตามการคำนวณของสำนักงานสถิติแห่งชาติ  มากกว่าในปี ๒๐๑๖ ราว ๒.๕ เท่า กระนั้น ตัวเลขตามความเป็นจริงไม่ได้สะท้อนความรู้สึกที่กระจายอยู่ในบ้านของผู้ปกครองจำนวนมาก