วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

จำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ

        ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์สั่งให้มีการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศครั้งใหม่สำหรับแปดประเทศ  โดยมีผลกับประชาชนจากชาติ อิหร่าน ลิเบีย เกาหลีเหนือ โซมาเลีย ซีเรีย เวเนซูเอลา และซูดาน  และควรมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑๘ ตุลาคมศกนี้  แต่วีซาที่ออกแล้วได้รับการยกเว้นจากการจำกัด  นอกจากนั้น ในกลุ่มประเทศยังมีข้อแตกต่าง ตัวอย่างเช่น ผู้เดินทางจากเวเนซูเอลามีผลกระทบเพียงหากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสังคมนิยมและญาติพี่น้องของเจ้าหน้าที่รัฐบาล

สนามบิน Tegel

        ชาวเบอร์ลินลงมติให้มีการเปิดทำการสนามบิน Tegel ต่อไป  สร้างความพ่ายแพ้ให้กับ แดง-แดง-เขียว  โดยชาวเบอร์ลิน ๕๖.๑% ลงมติให้มีการประกอบธุรกิจที่สนามบิน Tegel ต่อไป แม้หลังการประกอบกิจการที่สนามบินใหญ่แห่งใหม่ BER ที่วางแผนไว้  ๔๑.๗% เรียกร้องให้มีการปิดสนามบิน Tegel ภายหลังการเปิดสนามบินใหม่  อย่างไรก็ดี ผลของการลงมติไม่ผูกมัดและไม่ได้มีผลทางกฎหมาย  หากแต่เป็นเพียงการเรียกร้องต่อสภาซีเนต  รัฐบาลผสมแดง-แดง-เขียวยังคงยึดแผนการปิดที่วางแผนไว้ต่อไป  แคว้นบรันเดนบวร์กและสหพันธ์จะเป็นผู้ร่วมตัดสินใจในฐานะเจ้าของ

ประชามติที่เบรเมน

        เบรเมนยังคงเป็นแคว้นเดียวที่มีการเลือกตั้งทุก ๆ ๔ ปี  ประชามติเกี่ยวกับการยืดเวลาเป็น ๕ ปีเช่นเดียวกับแคว้นอื่น ๆ ทั้งหมดล้มเหลว  ในการลงคะแนนเสียงควบคู่ไปกับการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายนที่ผ่านมา ๔๘.๔% ลงมติเห็นด้วย และ ๕๑.๖% ไม่เห็นด้วย  การเลือกตั้งครั้งหน้าที่เบรเมนจะมีขึ้นในปี ๒๐๑๙  โดยเป็นการลงประชามติครั้งแรกในแคว้นที่เล็กที่สุด  เยาวชนวัย ๑๖ และ ๑๗ ปีก็ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในการลงประชามติด้วย  ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป  รวมทั้งสิ้นมีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ คน

ผลเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมัน

        เหมือนทั้งโลกพุ่งความสนใจมาอยู่ที่เบอร์ลินในวันเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายนที่ผ่านมา  ประชาชนจาก ๑๓๗ ประเทศวิ่งผ่านเมืองหลวง สำนักนายกรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรไปจนถึงสัญลักษณ์ของเมือง ที่ประตู Brandenburger Tor นักกีฬามาถึงเส้นชัย  สภาพอากาศตอนเช้าหม่นมัว แต่อารมณ์ชื่นบาน  การแข่งขันวิ่งมาราธอนได้รับการถ่ายทอดไปทั่วโลกและภายหลังผลการเลือกตั้งทั่วไป  ซึ่งก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนในช่วงเย็น  แนวโน้มประเทศเยอรมันขยับไปทางขวา  สหพันธ์สาธารณรัฐจะเปลี่ยนแปลงไป  เป็นครั้งแรกนับเป็นเวลากว่า ๖๐ ปีที่พรรคเอียงขวา Alternative für Deutschland (AfD) ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเยอรมัน  สำหรับพรรค CDU/CSU พร้อมกับหัวหน้ารัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในยุโรปนับว่าได้รับผลคะแนนเสียงที่ย่ำแย่ที่สุดในช่วงระยะเวลาการเป็นนายก ฯ ของ Angela Merkel  พรรคร่วมรัฐบาลผสม SPD ตกต่ำ บุคลากรของพรรคจะเปลี่ยนแปลงไป  Martin Schulz ตัวแทนลงชิงชัยตำแหน่งนายก ฯ ของพรรคประกาศการเข้าสู่การเป็นฝ่ายค้าน  ทำให้พรรคสังคมนิยมที่ได้รับความเสียหายปิดทางเลือกที่ไม่ให้พรรค AfD ซึ่งได้รับเลือกมากที่สุดเป็นอันดับสามได้เป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน  พรรค FDP หวนกลับคืนสู่รัฐสภาอย่างน่าประทับใจหลังความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี ๒๐๑๓  พรรคซ้ายและพรรคเขียวยังคงที่เหมือนเดิม  แต่ประเทศเยอรมันซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่ได้รับความเชื่อถือจากบรัสเซลส์ วอชิงตัน มอสโคว์ ปารีสทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองจะยังคงมีเสถียรภาพเท่าใด ?
        ความเป็นไปได้เพียงประการเดียวในการจับมือจัดรัฐบาลผสม ได้แก่ การผสมสีธงชาติจาไมกาจาก พรรค CDU/CSU, FDP และพรรคเขียว  ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในระดับสหพันธ์  และการทดสอบที่แคว้นชเลสวิก-โฮลสไตน์นับแต่ฤดูร้อนปีนี้ก็สั้นและยากที่จะเปรียบเทียบกับในระดับสหพันธ์  หลังการคำนวณผลล่วงหน้าผู้ประท้วงได้รวมตัวกันต่อต้านฝ่ายขวาที่กลางกรุงเบอร์ลิน  โดยประท้วงการเหยียดผิวและน้ำเสียงของพรรค AfD  แมร์เคลปรากฎตัวที่ศูนย์กลางพรรคและได้รับการไชโยโห่ร้องเหมือนกับว่าได้รับคะแนนเสียง ๔๐แมร์เคลให้คำมั่นว่า CDU/CSU ประสงค์จะชนะใจผู้เลือกพรรค AfD กลับคืนผ่านนโยบายที่ดี การแก้ไขปัญหาและการใส่ใจต่อความวิตกกังวล  แม้ว่าเธอจะยอมรับว่านางคาดผลคะแนนเสียงที่ดีกว่านี้  แต่หลังการรับผิดชอบเป็นรัฐบาลมาถึง ๑๒ ปีไม่ใช่เรื่องธรรมดาอยู่เองที่ CDU/CSU จะบรรลุเป้าหมายทางกลยุทธ์ นั่นคือพรรคได้รับเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง ได้รับมอบหมายให้เป็นรัฐบาล และไม่มีใครก่อตั้งรัฐบาลได้หากไม่มี CDU/CSU  อย่างไรก็ดี จำนวนมากเห็นว่าแมร์เคลต้องรับผิดชอบต่อการสูญเสียคะแนนอย่างหนักของ CDU/CSU  ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ผู้หนึ่งได้เสนอสถิติที่แสดงว่าผู้ที่ก่อนหน้านี้ไม่ไปเลือกตั้ง ๑.๒ ล้านคนขณะนี้ได้เทใจลงคะแนนเสียงให้ AfD และผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยลงคะแนนเสียงให้ CDU/CSU ซึ่งนับเป็นบาดแผลลึก  ในแวดวง CDU/CSU เห็นว่านายก ฯ แมร์เคลก่อให้เกิดความแตกแยกในประเทศจากนโยบายผู้ลี้ภัยในปี ๒๐๑๕ ของเธอ  และทำให้พรรคประชานิยมขวาจัดได้รับแรงขับเคลื่อน  Horst Seehofer หัวหน้าพรรค CSU ได้พยายามดึงผู้ถือหาง AfD มายัง CDU/CSU ด้วยการต่อต้านแมร์เคลอย่างหนัก โดยการกดดันแมร์เคล ขู่จะฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญและเรียกร้องพรมแดนสูงสุดของผู้ลี้ภัยจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ คนต่อปี  ซึ่งคงแทบไม่สามารถหยุดยั้งเขาไม่ให้นำมาเป็นเงื่อนไขการเจรจาต่อรองตั้งรัฐบาลผสมได้  เนื่องจากแมร์เคลไม่ต้องการ รวมทั้งพรรคเขียวด้วย  ซึ่งจะเป็นปัญหาของพันธมิตรสีธงชาติจาไมกาที่ขณะนี้ดูเหมือนว่าเป็นความเป็นไปได้หนึ่งเดียว  การเจรจาต่อรองต้องหนักหน่วงมาก  Seehofer ได้กล่าวในเย็นวันที่ ๒๔ กันยายนที่ผ่านมาถึง “ความผิดหวังอย่างหนัก”  ในปี ๒๐๑๘ จะมีการเลือกตั้งที่แคว้นไบเอิร์น 
        ขณะนี้ประเทศเยอรมันเผชิญกับสิ่งที่เป็นเรื่องปกตินานแล้วในประเทศเพื่อนบ้าน  เพียงแต่ว่าประเทศเยอรมันมีอดีตที่เลวร้ายกับนาซี  ดังนั้น การเลือกตั้งที่ได้ผลเช่นนี้ จึงได้รับการเพ่งเล็งจากทั่วโลก  ขณะนี้มีความหวาดกลัวว่า AfD จะเลือกวาจาที่เป็นพิษกับบรรยากาศในประเทศและเป็นหนทางยาวไกลสำหรับพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่จะได้ใจผู้ถือหาง AfD กลับคืนมา

ผลการเลือกตั้ง  CDU/CSU ๓๓.๐% (-๘.๖) SPD ๒๐.๕% (๕.๒) พรรคซ้าย ๙.๒% (+๐.๖) พรรคเขียว ๘.๙% (+๐.๕)  FDP ๑๐.๗% (+๖)  AfD ๑๒.๖% (+๗.๙ผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ๗๖.๕% (ปี ๒๐๑๓ มีจำนวน ๗๑.๕%)

เกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศเยอรมัน

        ในระหว่างศึกหาเสียงเลือกตั้งเยอรมันจะได้ยินบ่อย ๆ ว่าเป็นการหาเสียงที่น่าเบื่อ  ซึ่งไม่เป็นความจริง  ไม่น่าเบื่อหากสองพรรคการเมืองที่ร่วมกันปกครองประเทศเป็นเวลา ๔ ปี ขณะนี้เน้นย้ำถึงความแตกต่างหลายประการ ไม่น่าเบื่อหากมีความเป็นไปได้ของการจับมือผสมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนับแต่ปี ๑๙๔๙  ไม่น่าเบื่อหากพรรคชาตินิยมขวาสามารถคาดหวังผลได้ว่าจะได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้า ไม่น่าเบื่อที่จะเปรียบเทียบนโยบายเกี่ยวกับคำถามทางการเมืองที่สำคัญ ๆ ได้แก่ การศึกษา และระบบภาษี การเกษียณบำนาญ และการประกันสุขภาพ
ความต่อเนื่องหรือการเปลี่ยนแปลง  การเมืองกลายเป็นเรื่องอุดมคติและแตกแยกกันอีกครั้งหนึ่ง  ศึกหาเสียงเลือกตั้งไม่เพียงในภาคตะวันออกที่เข้มข้นหนักหน่วงขึ้นกว่าในปีก่อน ๆ อย่างชัดเจน  มีการตะโกนคำว่า “ผู้ทรยศต่อราษฎร” หรือ “ผู้กระตุ้นสงคราม”  โดยเฉพาะยามที่นายก ฯ Angela Merkel ปรากฎตัว หลายต่อหลายครั้งพลเมืองที่โกรธเคืองบางคนถึงกับอยากให้เธอเข้าคุก ภายใต้กลุ่มผู้ประท้วงเหล่านี้การเห็นด้วยกับความรุนแรงไปจนถึงความคิดที่พร้อมที่จะใช้กำลังด้วยตนเองแพร่ระบาดกว้างขวาง  การสำรวจความคิดเห็นมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยมาหลายสัปดาห์แล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่มองว่าน่าเบื่อ  แต่ขณะเดียวกันผลการศึกษาจากการสอบถามของสถาบันที่เชื่อถือได้ก็สร้างความตื่นเต้น เนื่องจากมีพรรคการเมืองถึงสี่พรรคที่มีโอกาสจะเป็นพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นอันดับสามในสภาผู้แทนราษฎรเยอรมันสมัยที่ ๑๙  ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งจำนวนเท่าใดที่ยังตัดสินใจไม่ได้จริง ๆ ในวันใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง  แม้จะมีการสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ ก็ตาม  การแสดงออกแบบสบาย ๆ ของนาง Merkel ผู้รักษาตำแหน่ง และความก้าวร้าวเป็นพิเศษของผู้ท้าชิง Martin Schulz ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และความเบื่อหน่าย  แต่ทั้งสองคนไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก นอกเหนือจากการแสดงออกดังกล่าว นางแมร์เคลในฐานะผู้กำกับทิศทางที่สุขุมในช่วงเวลาของวิกฤตและความไม่สงบทั่วโลก เขาในฐานะบุรุษแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้ประสงค์จะสร้างบริบทใหม่ในนโยบายภายในและสังคม  ความต่อเนื่องหรือการเปลี่ยนแปลงเป็นทางเลือกสองข้อสำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ ๒๔ กันยายน
        ในเรื่องพื้นฐาน โดยเฉพาะในนโยบายต่างประเทศ แมร์เคลและชูลซ์มีความเห็นพ้องกันมากกว่าที่ผู้หาเสียงเลือกตั้งอยากให้เป็น  พรรคการเมืองของทั้งคู่เห็นพ้องกันในหลักการประชาธิปไตยและยึดหลักการทางจริยธรรม และตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นส่วนใหญ่
การลงคะแนนเสียง  ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรระดับแคว้นของปีนี้และปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเพิ่มขึ้น  ผู้สังเกตการระดับผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงการเมืองและวิชาการเชื่อว่าในวันที่ ๒๔ กันยายนชาวเยอรมันจะเดินทางไปใช้สิทธิมากกว่าในการเลือกตั้งเมื่อสี่ปีที่แล้ว ในปี ๒๐๑๓ มีผู้ไปใช้สิทธิ ๗๑.๕และในปี ๒๐๑๗ มีผู้ไปใช้สิทธิ ๗๖.๕ดังนั้นในครั้งนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการแสดงความเบื่อหน่าย   ประชาธิปไตยของสหพันธ์สาธารณรัฐในช่วงเวลา ๖๘ ปีบ่งชี้ถึงเสถียรภาพ พหุนิยม เปิดกว้าง เปลี่ยนแปลงได้ และเป็นมิตรเป็นส่วนใหญ่  เพียงหนึ่งครั้งในสี่ปีจึงเรียกร้องการสนับสนุนเป็นพิเศษที่เสียเวลาเพียงเล็กน้อยจากพลเมือง นั่นคือต้องมีการเลือกตั้ง  ประชาธิปไตยไม่ได้จำกัดเพียงในสถาบันและการเมือง  แต่ยืนยงอยู่ได้ด้วยสังคมมนุษย์  ผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้งถือเป็นผู้ที่คว่ำบาตรประชาธิปไตย

        กฎหมายการเลือกตั้งทั่วไปกำหนดว่ามีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ๕๙๘ ที่นั่ง  แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากหวั่นเกรงว่าจะมีจำนวนมากกว่านี้มาก เนื่องจากส.ส. แบบแถม (Überhang) และการปรับตัวเลข (Ausgleich)

วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560

ผลการศึกษา OECD

        ในการศึกษาในวิชาที่มีอิทธิพลต่ออนาคต ได้แก่ คณิตศาสตร์ สารสนเทศ วิทยาศาสตร์และเทคนิค มหาวิทยาลัยของประเทศเยอรมันอยู่ในตำแหน่งต้น ๆ สัดส่วนของผู้ที่ศึกษาในวิชาเหล่านี้อยู่ที่ ๓๗%  ซึ่งสูงกว่าประเทศอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั้งหมด  ทั้งนี้ เป็นผลจากการศึกษาเปรียบเทียบประจำปีขององค์การเพื่อความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจและพัฒนาการ (OECD)  อย่างไรก็ดี ในประเด็นอื่น ๆ รายงานแสดงการต้องกระเตื้องขึ้นอย่างชัดเจน  ระหว่างที่ประเทศสมาชิก OECD ๓๕ ประเทศใช้จ่ายเฉลี่ย ๕.๒% ของผลิตภัณฑ์รายได้ประชาชาติเพื่อการศึกษา  ประเทศเยอรมันใช้เพียง ๔.๓ซึ่งสามารถเห็นผลได้อย่างมีนัยยะสำคัญโดยเฉพาะในโรงเรียนประถมศึกษาเยอรมัน

อำลา Heiner Geißler

        แม้แต่ในวัยสูงอายุเขาก็ยังถือว่าเป็นผู้แทนของพรรค CDU ที่มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นนักต่อสู้ที่สุด ขณะนี้ Heiner Geißler อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขและครองตำแหน่งเลขาธิการพรรค CDU เป็นเวลานานได้เสียชีวิตในวัย ๘๗ ปี เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นนักการเมืองตัวอย่างที่ใช้สมองที่เฉียบคบและลิ้นที่คมคายไม่น้อยไปกว่าในการโจมตีคู่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย  เขาเป็นคาธอลิคที่เคร่งครัดและเป็นอดีตนักเรียน Jesuiten  อุดมคติที่เขาสั่งสมร่ำเรียนมาจากที่นั่น เขาได้นำมาใช้ในชีวิตการเมือง โดยเห็นว่าอาชีพนักการเมืองเทียบได้กับอาชีพของบาทหลวง  นาย Geißler ถือว่าเป็นผู้จุดประเด็นทางการเมืองและเป็นผู้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในช่วงต้น ๆ ยุคของนายกรัฐมนตรี Helmut Kohl    จุดสูงสุดของผลงานทางการเมืองของเขาอยู่ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษที่ ๘๐ โดยในปี ๑๙๗๗ โคห์ลได้ดึงตัว Geißler ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดให้ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค CDU ในช่วงเวลาที่โคห์ลเป็นนายก ฯ แคว้นไรน์ลันด์-ฟัลซ์ เขารับใช้โคห์ลในฐานะรัฐมนตรีสังคม ในปี ๑๙๘๒ เขาได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครอบครัวและสังคมเพิ่มเติมจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ในช่วงเวลานี้เขาได้ดำเนินนโยบายสตรีและครอบครัวใหม่สำหรับพรรค CDU  โดยรวมถึงการริเริ่มใช้เงินเพื่อการอบรมเลี้ยงดูบุตร การแตกหักกับโคห์ลในปลายทศวรรษที่ ๘๐ เกิดจากการที่เขาเร่งรัดให้ปฏิรูป  เขามีสติปัญญาเหนือกว่าโคห์ล แต่ไม่ใช่นักการเมืองที่แสวงหาอำนาจ  ดังนั้น โคห์ลจึงยังคงเป็นนายก ฯ ต่อไป ส่วน Geißler สูญเสียอิทธิพลภายในพรรค CDU พร้อมกับการพ้นจากตำแหน่งเลขาธิการผ่านการจัดการของโคห์ล  กระนั้น เขาก็ยังไปร่วมพิธีฝังศพของโคห์ลที่ Speyer เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  แม้หลังการลาจากเวทีการเมืองเขาก็ไม่ได้หายหน้าหายตาไป แต่ยังเป็นที่ต้องการในฐานะแขกรับเชิญในการพูดคุยทางโทรทัศน์ นักเขียนและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ใกล่เกลี่ยในความขัดแย้งเรื่องค่าแรงและในการไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับสถานีรถไฟใหญ่ Stuttgart 21 ในช่วงท้ายของชีวิตเขาเป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์  Attac และร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งสรรที่ไม่เท่าเทียมกันของความร่ำรวยในโลก การเสียชีวิตของเขาทำให้ประเทศเยอรมันสูญเสียปัญญาชนที่ทำให้การถกเถียงทางการเมืองอย่างกว้างขวาง มีชีวิตชีวา และบ่อยครั้งก็ทำให้แยกข้างกัน