วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2559

วัดความดันโลหิต

        สมัยแม่ผู้เขียนเข้าสู่วัยกลางคน ท่านมีอาการปวดหัวเป็นประจำ เท่าที่จำได้ดูเหมือนเป็นการปวดแบบแปลบ ๆ ทีแรกทุกคนคิดว่าเป็นอาการปวดหัวธรรมดา เดี๋ยวก็คงหาย แต่การณ์กลับเป็นว่าอาการปวดไม่ยอมหายไป เมื่อทนไม่ไหวแม่ก็เลยไปพบแพทย์ ทำให้รู้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตั้งแต่นั้นก็ต้องกินยาและไปพบหมอตามนัดเพื่อตรวจวัดความดันเป็นประจำ วันนัดต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเข้าคิวรับบัตรตรวจ  เพื่อนรุ่นพี่ผู้หนึ่งก็เล่าให้ฟังว่าเพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรคความดันสูงเหมือนกัน  ทีแรกพี่เขาไม่เชื่อหมอ คิดว่าที่ความดันสูงผิดปกติน่าจะเป็นเพราะความตื่นเต้นกลัวหมอ ฟังเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงเรื่องการวัดความดันโลหิตที่เพิ่งอ่านพบเมื่อไม่นานมานี้
        ในข่าวที่ว่าระบุว่าหากคนไข้เป็นผู้ควบคุมสุขภาพตนเอง บางครั้งดีกว่าการไปพบแพทย์เป็นประจำ โดยเฉพาะการวัดความดันโลหิต การทำด้วยตนเองสำคัญกว่าการไปพบแพทย์อย่างชัดเจน  เนื่องจากการพบได้บ่อยว่า ในคลินิกได้ผลการวัดสูงเกินไป  ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า “Weißkittel-Hypertonie” ได้แก่ ความกลัวหมอและผลการตรวจที่ผลักดันให้ความดันโลหิตของบางคนสูงโดยอัตโนมัติ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว  การวัดด้วยตนเองสำคัญมาก  ขณะเดียวกันคนไข้จำนวนไม่น้อยก็ทำผิดพลาดค่อนข้างมากในการวัดที่บ้านของตนเอง ทำให้ได้ผลการตรวจผิดพลาด  แม้ว่าการวัดความดันโลหิตด้วยตนเองทุกวันนี้ จะถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ง่ายที่สุด  ดังนั้น จึงควรตรวจสอบว่าผลตรงกับค่าเฉลี่ยหรือไม่ 

มีข้อแนะนำสิ่งที่ควรให้ความสนใจ คือ
๑.               เครื่องวัดที่ถูกต้อง  ผู้ที่ซื้อเครื่องมือใช้วัดด้วยตนเองไม่ควรประหยัด  เครื่องวัดความดันโลหิตเกือบทั้งหมดได้มาตรฐาน  กระนั้น ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีความแตกต่างของการวัดอย่างชัดเจน  ตามการเปิดเผยของสโมสรความดันโลหิตเยอรมัน ก่อนการซื้อเครื่องใหม่ลูกค้าแต่ละคนสามารถทำการตรวจสอบความเที่ยงตรงของการวัดได้จากแพทย์ประจำบ้านหรือที่ร้านขายยา  โดยเปรียบเทียบการวัดกับ Stethoskop ซึ่งใช้กันเป็นปกติสมัยก่อนและทุกวันนี้ยังใช้ในโรงพยาบาล  ส่วนใหญ่แพทย์แนะนำการวัดที่ต้นแขน  แม้ว่าการวัดที่ข้อมือจะสะดวกสบายกว่า  แต่ผลการวัดมักไม่เที่ยงตรง
๒.              วัดทุกวัน  มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันว่าควรวัดความดันโลหิตบ่อยเท่าใด  ประชาชนที่มีค่าการวัดอยู่ที่ ๑๒๐/๘๐ เป็นประจำสามารถผ่อนคลายได้  โดยต้องตรวจดูความดันโลหิตเพียงเป็นครั้งคราว  คนไข้อื่น ๆ ที่เป็นโรคกลัวหมอไม่มากก็น้อยควรทำเป็นกิจวัตรทุกวัน และวัดความดันโลหิตวันละหลาย ๆ ครั้ง  ผู้ที่ทำให้เป็นความเคยชินเร็วจะตระหนักถึงค่าที่เบี่ยงเบนไปเร็วและสามารถแก้ไขได้ 

๓.              วัดครั้งที่สองจะต่ำลง  อย่างไรก็ดี ผลกระทบความกลัวหมอก็สามารถเกิดขึ้นในการวัดด้วยตนเองด้วย เนื่องจากความวิตกว่ามีค่าความดันสูงเกินไป  ผู้ที่มีปัญหานี้ควรวัด ๒ ครั้งติดต่อกันเป็นประจำ  บ่อยมากที่ค่าการวัดครั้งที่ ๒ จะต่ำกว่าครั้งแรก  นอกจากนั้น ควรวัดเป็นเวลา เช่น ก่อนหรือหลังการกินยาลดความดัน  ซึ่งควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อไม่ให้การวัดความดันกลายเป็นการทดสอบความเครียด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น